เสียงเคาะกระจกเบาๆ สองครั้งดังขึ้นจากด้านนอก ดึงบรรยากาศที่เกือบจะหลอมละลายให้กลับมาแข็งตัวในพริบตา รินทร์สะดุ้งสุดตัว ดวงตากลมโตที่เมื่อครู่ยังฉายแววไหวระริกด้วยอารมณ์บางอย่าง เปลี่ยนเป็นความตื่นตระหนกเต็มขั้น ร่างบางผุดลุกขึ้นถอยหลังกรูดจนสะโพชนิดชนเข้ากับขอบโต๊ะทำงานตัวใหญ่
เงาร่างสูงโปร่งที่ทาบทับอยู่หลังกระจกใสแจ๋วไม่ได้สร้างความตกใจเท่ากับรอยยิ้มมุมปากของไอ้เวรที่ยืนอยู่ตรงนั้น... ธันวา
ครามขบกรามแน่นจนสันกรามคมขึ้นรูปชัดเจน นัยน์ตาคมกริบเปลี่ยนเป็นสีนิลจัดด้วยความกรุ่นโกรธ รังสีอัมอมหิตแผ่ซ่านออกมาจากตัวร่างสูงจนอุณหภูมิในห้องทำงานส่วนตัวลดฮวบลงอย่างเห็นได้ชัด มือหนาที่เพิ่งเอื้อมไปหมายจะแตะแก้มนุ่มของคนตรงหน้าชะงักค้างกลางอากาศ ก่อนจะกำเข้าหากันแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน
ให้ตายสิ... จังหวะนรกชัดๆ
"มันมาทำไมวะ..." เสียงทุ้มต่ำหลุดลอดไรฟันออกมาด้วยความหงุดหงิดระคนกรุ่นโกรธ ครามสบถเบาๆ ในลำคอ ก่อนจะหันไปมองรินทร์ที่ตอนนี้ยืนหายใจหอบถี่ ใบหน้าหวานขึ้นสีแดงจัดด้วยพิษอารมณ์ก่อนหน้าสลับกับความตกใจกลัว
"คุณ... คราม คือว่า..." รินทร์กลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก สมองที่เคยประมวลผลไวตอนนี้กลับตื้อตันไปหมด ภาพเมื่อครู่ที่เกือบจะได้ยินคำพูดบางคำจากปากผู้ชายคนนี้ยังวนเวียนอยู่ในหัว
"เงียบไว้ก่อนรินทร์" ครามเอ่ยเสียงเข้ม มือใหญ่คว้าต้นแขนเรียวรั้งให้หลบมาอยู่ด้านหลังของตัวเองโดยสัญชาตญาณ แม้ในใจจะอยากขยี้ไอ้คนที่บังคับเข้ามาขัดจังหวะสำคัญให้แหลกคามือแค่ไหน แต่สถานการณ์ตอนนี้บังคับให้เขาต้องตั้งสติ
แอ๊ด...
เสียงบานประตูห้องทำงานเปิดออกอย่างถือวิสาสะ ธันวาก้าวเข้ามาด้วยท่าทีสบายๆ ราวกับเป็นเจ้าของห้อง รอยยิ้มพราวเสน่ห์ที่เคยทำให้ใครหลายคนใจสั่นถูกส่งมาให้คนทั้งคู่ แต่สำหรับครามแล้ว มันคือนอยด์ยิ้มที่น่ารำคาญที่สุดในโลก
"อุ๊ย... ผมมาขัดจังหวะอะไรสำคัญหรือเปล่าครับเนี่ย" ธันวาเอ่ยด้วยน้ำเสียงลากยาว ทอดสายตามองครามที่ยืนบังรินทร์มิดชิด ก่อนจะเลิกคิ้วขึ้นอย่างกวนประสาท "หน้าตาพวกคุณดูเคร่งเครียดกันจังเลยนะ หรือว่าผมมาผิดเวลา?"
"รู้ตัวก็ไสหัวออกไปซะ ธันวา" ครามสวนกลับทันควัน น้ำเสียงเย็นเยียบไร้เยื่อใย "ใครอนุญาตให้นายขึ้นมาบนชั้นนี้"
"โถ่ ครามครับ... พูดจาใจร้ายจัง เราเคยสนิทกันมากกว่านี้นะครับ ลืมแล้วหรือไง" ธันวาแสร้งทำเป็นตีหน้าเศร้า แต่ดวงตาแพรวพราวกลับกวาดมองเลยไปที่ร่างโปร่งที่หลบอยู่ด้านหลังมาเฟียหนุ่ม "อีกอย่าง... ผมมีเรื่องสำคัญที่ต้องคุยกับคุณจริงๆ เรื่องที่คุณน่าจะสนใจมากกว่าเด็กปั้นคนนี้เสียอีก"
รินทร์ที่ยืนฟังอยู่เงียบๆ เริ่มรู้สึกถึงความไม่ชอบมาพากล ความกลัวเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยสัญชาตญาณการป้องกันตัว มือเรียวเอื้อมไปจับชายเสื้อสูทของครามไว้แน่นโดยไม่รู้ตัว ดวงตาคู่สวยหรี่ลงมองตัวปัญหากลางวงสนทนาอย่างไม่ไว้วางใจ
ครามสัมผัสได้ถึงแรงดึงที่ชายเสื้อ กลิ่นหอมจางๆ จากตัวของรินทร์ที่ลอยมาแตะจมูกยิ่งทำให้เขารู้สึกหงุดหงิดที่ต้องมาเสียเวลากับเกมไร้สาระของธันวา ร่างสูงขยับตัวบังเด็กหนุ่มให้พ้นจากสายตาคุกคามของอดีตคู่ควงทันที
"ถ้าเป็นเรื่องไร้สาระของนาย ฉันไม่มีเวลามาฟัง ไสหัวไปซะก่อนที่ฉันจะเรียกบอดี้การ์ดมาลากตัวนายออกไป" ครามกดเสียงต่ำ ขู่คำรามในลำคอด้วยความเหลืออด
ธันวาหัวเราะในลำคอเบาๆ ไม่ได้มีทีท่าหวาดกลัวคำขู่ของมาเฟียหนุ่มเลยแม้แต่น้อย กลับกัน เขาก้าวเข้ามาใกล้โต๊ะทำงานมากขึ้นอีกนิด กวาดสายตามองเอกสารบนโต๊ะก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตาครามตรงๆ
"เรื่องของผมจะไร้สาระหรือเปล่า... คุณฟังดูก่อนดีกว่าไหมครับคราม" ธันวาเว้นจังหวะ ปรี่สายตาไปที่รินทร์แวบหนึ่ง ก่อนจะยิ้มมุมปาก "เรื่องหนี้สินก้อนโตของคุณรินทร์เขา... และคนที่อยู่เบื้องหลังการปล่อยข่าวฉาวบริษัทคุณเมื่อสัปดาห์ก่อน ผมคิดว่าคุณน่าจะอยากรู้ชื่อมันนะ"
สิ้นคำพูดนั้น บรรยากาศในห้องก็เงียบกริบลงทันที
รินทร์ชะงักกึก หัวใจกระตุกวูบไปอยู่ที่ตาตุ่ม ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้นด้วยความตกใจ เรื่องหนี้สินของเขา และเรื่องข่าวฉาว... ธันวารู้เรื่องพวกนี้ได้อย่างไร? มันไม่ใช่เรื่องที่ใครจะสืบรู้ได้ง่ายๆ เว้นเสียแต่ว่า...
ครามหันขวับกลับมามองรินทร์แวบหนึ่ง ก่อนจะหรี่ตาลงจ้องธันวาเขม็ง รังสีอำมหิตพุ่งพล่านยิ่งกว่าเดิม มือหนากำหมัดแน่นจนเส้นเลือดปูด
"นายรู้อะไรมา ธันวา" ครามเค้นเสียงถาม ร่างสูงก้าวเข้าไปประชิดตัวอีกฝ่ายเพื่อกดดัน
ธันวาไม่ถอยหนี กลับยิ้มกริ่มอย่างผู้ถือไพ่เหนือกว่า เขายื่นซองเอกสารสีน้ำตาลที่ถือติดมือมาวางไว้บนโต๊ะทำงานของคราม นิ้วเรียวเคาะเบาๆ บนซองเอกสารสองสามที
"เปิดดูสิครับ แล้วคุณจะรู้ว่าเด็กที่คุณกำลังปกป้องอยู่นี่... ซ่อนความลับอะไรไว้บ้าง"
รินทร์หน้าซีดเผือดริมฝีปากบางเม้มเข้าหากันแน่น ความรู้สึกอึดอัดแล่นริ้วขึ้นมาจุกที่อก สมองตื้อตันจนคิดหาคำแก้ตัวไม่ออก ภาพความจริงที่พยายามวิ่งหนีมาตลอดกำลังจะถูกกระชากออกมาต่อหน้าผู้ชายคนนี้... ผู้ชายที่เขากำลังหวั่นไหวด้วยอย่างหมดหัวใจ
ครามเหลือบมองซองเอกสารสีน้ำตาลบนโต๊ะสลับกับใบซีดเซียวของรินทร์ มือหนายื่นออกไปหมายจะหยิบมันขึ้นมาเปิดดู แต่ทว่า...
จังหวะนั้นเอง รินทร์กลับตัดสินใจทำบางสิ่งที่ไม่มีใครคาดคิด
มือเรียวคว้าหมับเข้าที่ข้อมือหนาของครามไว้แน่น แรงบีบที่ส่งผ่านมาสะท้อนถึงความสั่นเทาและความหวาดกลัวอย่างปิดไม่มิด ครามชะงัก เงยหน้าขึ้นมองเด็กหนุ่มที่ตอนนี้ดวงตากลมโตเอ่อคลอไปด้วยหยาดน้ำใสๆ แต่กลับพยายามกลั้นมันไว้อย่างสุดชีวิต
"อย่า... อย่าเปิดมันเลยนะครับ" เสียงหวานสั่นเครือเอמהลอยแผ่วเบา รินทร์สบตาเขานิ่ง นัยน์ตาสั่นระริกเต็มไปด้วยความวิงวอนที่ครามไม่เคยเห็นมาก่อนในชีวิต "เชื่อผม... อย่าเพิ่งดูมันเลยนะ"
คำพูดนั้น... น้ำเสียงนั้น... และสัมผัสอุ่นจากมือเล็กที่จับข้อมือเขาไว้ ทำให้ครามชะงักค้าง มือที่กำลังจะเอื้อมไปหยิบซองเอกสารหยุดนิ่งสนิท หัวใจกระตุกวูบอย่างแรงด้วยความรู้สึกเจ็บแปลบที่แล่นริ้วเข้ามาในอก
เขามองลึกเข้าไปในดวงตาของรินทร์ พยายามค้นหาความจริงบางอย่าง ท่ามกลางความเงียบงันที่กดดันจนแทบหายใจไม่ออก
ธันวายืนมองภาพนั้นด้วยรอยยิ้มเยาะเย้ย ก่อนจะเอ่ยทำลายความเงียบขึ้นมาด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่เชือดเฉือน
"ระวังนะครับคราม... ความลับที่เด็กนี่ซ่อนไว้ อาจจะทำให้คุณเจ็บจนกระอักเลือดเลยก็ได้ เพราะความจริงก็คือ..."
ธันวาเว้นจังหวะ หันมาสบตาครามตรงๆ พร้อมกับเอ่ยประโยคที่ทำให้โลกทั้งใบของรินทร์แทบพังทลายลงตรงนั้น
"...คนที่บงการเรื่องทั้งหมด ไม่ใช่ใครอื่นไกล แต่เป็น..."
...โปรดติดตามตอนต่อไปนะครับ...
--------------------------------------------------
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาเติมกำลังใจให้กันเสมอนะครับ ดาร์กไนท์อ่านทุกคอมเมนต์เลยนะ อ่านแล้วมีแรงปั่นตอนต่อไปยิกๆ เลย ไว้เจอกันตอนหน้าครับ!
คุณหนูครับ... อย่าดื้อกับผม•ตอนที่ 19
คำสารภาพที่พูดไม่จบ
ผลงานโดย ดาร์กไนท์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดาร์กไนท์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณหนูครับ... อย่าดื้อกับผม นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!