คุณหนูครับ... อย่าดื้อกับผม•ตอนที่ 19

คำสารภาพที่พูดไม่จบ

ผลงานโดย ดาร์กไนท์
เสียงเคาะกระจกเบาๆ สองครั้งดังขึ้นจากด้านนอก ดึงบรรยากาศที่เกือบจะหลอมละลายให้กลับมาแข็งตัวในพริบตา รินทร์สะดุ้งสุดตัว ดวงตากลมโตที่เมื่อครู่ยังฉายแววไหวระริกด้วยอารมณ์บางอย่าง เปลี่ยนเป็นความตื่นตระหนกเต็มขั้น ร่างบางผุดลุกขึ้นถอยหลังกรูดจนสะโพชนิดชนเข้ากับขอบโต๊ะทำงานตัวใหญ่ เงาร่างสูงโปร่งที่ทาบทับอยู่หลังกระจกใสแจ๋วไม่ได้สร้างความตกใจเท่ากับรอยยิ้มมุมปากของไอ้เวรที่ยืนอยู่ตรงนั้น... ธันวา ครามขบกรามแน่นจนสันกรามคมขึ้นรูปชัดเจน นัยน์ตาคมกริบเปลี่ยนเป็นสีนิลจัดด้วยความกรุ่นโกรธ รังสีอัมอมหิตแผ่ซ่านออกมาจากตัวร่างสูงจนอุณหภูมิในห้องทำงานส่วนตัวลดฮวบลงอย่างเห็นได้ชัด มือหนาที่เพิ่งเอื้อมไปหมายจะแตะแก้มนุ่มของคนตรงหน้าชะงักค้างกลางอากาศ ก่อนจะกำเข้าหากันแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน ให้ตายสิ... จังหวะนรกชัดๆ "มันมาทำไมวะ..." เสียงทุ้มต่ำหลุดลอดไรฟันออกมาด้วยความหงุดหงิดระคนกรุ่นโกรธ ครามสบถเบาๆ ในลำคอ ก่อนจะหันไปมองรินทร์ที่ตอนนี้ยืนหายใจหอบถี่ ใบหน้าหวานขึ้นสีแดงจัดด้วยพิษอารมณ์ก่อนหน้าสลับกับความตกใจกลัว "คุณ... คราม คือว่า..." รินทร์กลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก สมองที่เคยประมวลผลไวตอนนี้กลับตื้อตันไปหมด ภาพเมื่อครู่ที่เกือบจะได้ยินคำพูดบางคำจากปากผู้ชายคนนี้ยังวนเวียนอยู่ในหัว "เงียบไว้ก่อนรินทร์" ครามเอ่ยเสียงเข้ม มือใหญ่คว้าต้นแขนเรียวรั้งให้หลบมาอยู่ด้านหลังของตัวเองโดยสัญชาตญาณ แม้ในใจจะอยากขยี้ไอ้คนที่บังคับเข้ามาขัดจังหวะสำคัญให้แหลกคามือแค่ไหน แต่สถานการณ์ตอนนี้บังคับให้เขาต้องตั้งสติ แอ๊ด... เสียงบานประตูห้องทำงานเปิดออกอย่างถือวิสาสะ ธันวาก้าวเข้ามาด้วยท่าทีสบายๆ ราวกับเป็นเจ้าของห้อง รอยยิ้มพราวเสน่ห์ที่เคยทำให้ใครหลายคนใจสั่นถูกส่งมาให้คนทั้งคู่ แต่สำหรับครามแล้ว มันคือนอยด์ยิ้มที่น่ารำคาญที่สุดในโลก "อุ๊ย... ผมมาขัดจังหวะอะไรสำคัญหรือเปล่าครับเนี่ย" ธันวาเอ่ยด้วยน้ำเสียงลากยาว ทอดสายตามองครามที่ยืนบังรินทร์มิดชิด ก่อนจะเลิกคิ้วขึ้นอย่างกวนประสาท "หน้าตาพวกคุณดูเคร่งเครียดกันจังเลยนะ หรือว่าผมมาผิดเวลา?" "รู้ตัวก็ไสหัวออกไปซะ ธันวา" ครามสวนกลับทันควัน น้ำเสียงเย็นเยียบไร้เยื่อใย "ใครอนุญาตให้นายขึ้นมาบนชั้นนี้" "โถ่ ครามครับ... พูดจาใจร้ายจัง เราเคยสนิทกันมากกว่านี้นะครับ ลืมแล้วหรือไง" ธันวาแสร้งทำเป็นตีหน้าเศร้า แต่ดวงตาแพรวพราวกลับกวาดมองเลยไปที่ร่างโปร่งที่หลบอยู่ด้านหลังมาเฟียหนุ่ม "อีกอย่าง... ผมมีเรื่องสำคัญที่ต้องคุยกับคุณจริงๆ เรื่องที่คุณน่าจะสนใจมากกว่าเด็กปั้นคนนี้เสียอีก" รินทร์ที่ยืนฟังอยู่เงียบๆ เริ่มรู้สึกถึงความไม่ชอบมาพากล ความกลัวเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยสัญชาตญาณการป้องกันตัว มือเรียวเอื้อมไปจับชายเสื้อสูทของครามไว้แน่นโดยไม่รู้ตัว ดวงตาคู่สวยหรี่ลงมองตัวปัญหากลางวงสนทนาอย่างไม่ไว้วางใจ ครามสัมผัสได้ถึงแรงดึงที่ชายเสื้อ กลิ่นหอมจางๆ จากตัวของรินทร์ที่ลอยมาแตะจมูกยิ่งทำให้เขารู้สึกหงุดหงิดที่ต้องมาเสียเวลากับเกมไร้สาระของธันวา ร่างสูงขยับตัวบังเด็กหนุ่มให้พ้นจากสายตาคุกคามของอดีตคู่ควงทันที "ถ้าเป็นเรื่องไร้สาระของนาย ฉันไม่มีเวลามาฟัง ไสหัวไปซะก่อนที่ฉันจะเรียกบอดี้การ์ดมาลากตัวนายออกไป" ครามกดเสียงต่ำ ขู่คำรามในลำคอด้วยความเหลืออด ธันวาหัวเราะในลำคอเบาๆ ไม่ได้มีทีท่าหวาดกลัวคำขู่ของมาเฟียหนุ่มเลยแม้แต่น้อย กลับกัน เขาก้าวเข้ามาใกล้โต๊ะทำงานมากขึ้นอีกนิด กวาดสายตามองเอกสารบนโต๊ะก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตาครามตรงๆ "เรื่องของผมจะไร้สาระหรือเปล่า... คุณฟังดูก่อนดีกว่าไหมครับคราม" ธันวาเว้นจังหวะ ปรี่สายตาไปที่รินทร์แวบหนึ่ง ก่อนจะยิ้มมุมปาก "เรื่องหนี้สินก้อนโตของคุณรินทร์เขา... และคนที่อยู่เบื้องหลังการปล่อยข่าวฉาวบริษัทคุณเมื่อสัปดาห์ก่อน ผมคิดว่าคุณน่าจะอยากรู้ชื่อมันนะ" สิ้นคำพูดนั้น บรรยากาศในห้องก็เงียบกริบลงทันที รินทร์ชะงักกึก หัวใจกระตุกวูบไปอยู่ที่ตาตุ่ม ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้นด้วยความตกใจ เรื่องหนี้สินของเขา และเรื่องข่าวฉาว... ธันวารู้เรื่องพวกนี้ได้อย่างไร? มันไม่ใช่เรื่องที่ใครจะสืบรู้ได้ง่ายๆ เว้นเสียแต่ว่า... ครามหันขวับกลับมามองรินทร์แวบหนึ่ง ก่อนจะหรี่ตาลงจ้องธันวาเขม็ง รังสีอำมหิตพุ่งพล่านยิ่งกว่าเดิม มือหนากำหมัดแน่นจนเส้นเลือดปูด "นายรู้อะไรมา ธันวา" ครามเค้นเสียงถาม ร่างสูงก้าวเข้าไปประชิดตัวอีกฝ่ายเพื่อกดดัน ธันวาไม่ถอยหนี กลับยิ้มกริ่มอย่างผู้ถือไพ่เหนือกว่า เขายื่นซองเอกสารสีน้ำตาลที่ถือติดมือมาวางไว้บนโต๊ะทำงานของคราม นิ้วเรียวเคาะเบาๆ บนซองเอกสารสองสามที "เปิดดูสิครับ แล้วคุณจะรู้ว่าเด็กที่คุณกำลังปกป้องอยู่นี่... ซ่อนความลับอะไรไว้บ้าง" รินทร์หน้าซีดเผือดริมฝีปากบางเม้มเข้าหากันแน่น ความรู้สึกอึดอัดแล่นริ้วขึ้นมาจุกที่อก สมองตื้อตันจนคิดหาคำแก้ตัวไม่ออก ภาพความจริงที่พยายามวิ่งหนีมาตลอดกำลังจะถูกกระชากออกมาต่อหน้าผู้ชายคนนี้... ผู้ชายที่เขากำลังหวั่นไหวด้วยอย่างหมดหัวใจ ครามเหลือบมองซองเอกสารสีน้ำตาลบนโต๊ะสลับกับใบซีดเซียวของรินทร์ มือหนายื่นออกไปหมายจะหยิบมันขึ้นมาเปิดดู แต่ทว่า... จังหวะนั้นเอง รินทร์กลับตัดสินใจทำบางสิ่งที่ไม่มีใครคาดคิด มือเรียวคว้าหมับเข้าที่ข้อมือหนาของครามไว้แน่น แรงบีบที่ส่งผ่านมาสะท้อนถึงความสั่นเทาและความหวาดกลัวอย่างปิดไม่มิด ครามชะงัก เงยหน้าขึ้นมองเด็กหนุ่มที่ตอนนี้ดวงตากลมโตเอ่อคลอไปด้วยหยาดน้ำใสๆ แต่กลับพยายามกลั้นมันไว้อย่างสุดชีวิต "อย่า... อย่าเปิดมันเลยนะครับ" เสียงหวานสั่นเครือเอמהลอยแผ่วเบา รินทร์สบตาเขานิ่ง นัยน์ตาสั่นระริกเต็มไปด้วยความวิงวอนที่ครามไม่เคยเห็นมาก่อนในชีวิต "เชื่อผม... อย่าเพิ่งดูมันเลยนะ" คำพูดนั้น... น้ำเสียงนั้น... และสัมผัสอุ่นจากมือเล็กที่จับข้อมือเขาไว้ ทำให้ครามชะงักค้าง มือที่กำลังจะเอื้อมไปหยิบซองเอกสารหยุดนิ่งสนิท หัวใจกระตุกวูบอย่างแรงด้วยความรู้สึกเจ็บแปลบที่แล่นริ้วเข้ามาในอก เขามองลึกเข้าไปในดวงตาของรินทร์ พยายามค้นหาความจริงบางอย่าง ท่ามกลางความเงียบงันที่กดดันจนแทบหายใจไม่ออก ธันวายืนมองภาพนั้นด้วยรอยยิ้มเยาะเย้ย ก่อนจะเอ่ยทำลายความเงียบขึ้นมาด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่เชือดเฉือน "ระวังนะครับคราม... ความลับที่เด็กนี่ซ่อนไว้ อาจจะทำให้คุณเจ็บจนกระอักเลือดเลยก็ได้ เพราะความจริงก็คือ..." ธันวาเว้นจังหวะ หันมาสบตาครามตรงๆ พร้อมกับเอ่ยประโยคที่ทำให้โลกทั้งใบของรินทร์แทบพังทลายลงตรงนั้น "...คนที่บงการเรื่องทั้งหมด ไม่ใช่ใครอื่นไกล แต่เป็น..." ...โปรดติดตามตอนต่อไปนะครับ... -------------------------------------------------- ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาเติมกำลังใจให้กันเสมอนะครับ ดาร์กไนท์อ่านทุกคอมเมนต์เลยนะ อ่านแล้วมีแรงปั่นตอนต่อไปยิกๆ เลย ไว้เจอกันตอนหน้าครับ!
สารจากนักเขียน (ดาร์กไนท์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณหนูครับ... อย่าดื้อกับผม นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%