กลิ่นน้ำหอมผู้ชายราคาแพงผสมกับกลิ่นไวน์แดงอบอวลอยู่ในห้องรับรองพิเศษ แต่สิ่งที่ทำให้อุณหภูมิรอบกายดิ่งฮวบลงจนติดลบ ไม่ใช่กลิ่นอายเหล่านั้น หากแต่เป็นภาพที่สะท้อนอยู่ในม่านตาของรินทร์
ธันวาไม่ได้แค่ยืนอยู่ประชิดตัวคราม... แขนเรียวเสี้ยมนั่นกำลังโอบรอบลำคอแกร่งของเจ้าพ่อหนุ่ม ขณะที่ใบหน้าคมคายของครามโน้มต่ำลงไปคล้ายกำลังกระซิบกระซาบอะไรบางอย่างใกล้ชิดเกินความจำเป็น ภาพที่คนภายนอกมองเข้ามาผ่านกระจกใสบานใหญ่มันช่างเป็นฉากเร้าใจที่ราวกับตัดมาจากซีรีส์ดราม่าชั้นดี
รินทร์ชะงักกึก เลือดในกายเย็นเฉียบลงในพริบตาเดียว ความรู้สึกชาหนึบรุกไล่จากปลายนิ้วขึ้นมาถึงขั้วหัวใจอย่างรวดเร็ว
ก๊อก... กล่องของขวัญชิ้นเล็กห่อด้วยกระดาษสีเรียบหรูที่อยู่ในมือร่วงหล่นกระทบพื้นพรมเสียงดังทึบ กล่องกระดาษพลิกคว่ำเผยให้เห็นนาฬิกาข้อมือเรือนหรูที่เขาใช้เวลาเลือกและเก็บเงินอยู่เป็นเดือน มันช่างดูตลกสิ้นดีในวินาทีนี้
เสียงกล่องตกพื้นทำลายความเงียบ ครามผละออกจากร่างของธันวาในเสี้ยววินาที ดวงตาคมกริบราวกับเหยี่ยวหันขวับมาทางประตูทันที เมื่อเห็นว่าใครยืนอยู่ สีหน้าเรียบเฉยไร้อารมณ์ของมาเฟียหนุ่มก็แปรเปลี่ยนเป็นความตระหนกอย่างปิดไม่มิด
"รินทร์..."
เสียงทุ้มต่ำเอ่ยเรียกชื่อนั้นด้วยความร้อนรน ครามก้าวเท้าพรวดเดียวจะพุ่งเข้ามาหาเด็กหนุ่ม แต่รินทร์กลับถอยหลังกรูด สองตาแดงก่ำแต่ไม่มีหยดน้ำตาไหลออกมาสักหยด มีเพียงรอยยิ้มหยันที่มุมปากซึ่งบาดลึกยิ่งกว่ามีดกรีด
"ไม่ต้องเดินมาครับ..." รินทร์ยกมือขึ้นห้าม น้ำเสียงของเขาแหบพร่าสั่นเครือแต่พยายามควบคุมมันให้อย่างถึงที่สุด "ผมแค่... เอาของมาคืน แค่นั้นแหละ"
"ฟังผมก่อน รินทร์ มันไม่ใช่..."
"ไม่ใช่แล้วมันคืออะไรล่ะครับ?" รินทร์สวนกลับทันควัน ดวงตากลมโตที่เคยฉายแววพยศและดื้อรั้น บัดนี้มีแต่ความว่างเปล่าและเหนื่อยล้าจนน่าใจหาย "ภาพเมื่อกี๊มันฟ้องชัดเจนซะขนาดนั้น คุณครามไม่เห็นต้องเหนื่อยหาข้อแก้ตัวให้ผมฟังเลยครับ เสียเวลาเปล่าๆ"
ธันวาที่ยืนอยู่ด้านหลัง ขยับยิ้มมุมปากอย่างเหนือกว่า มือเรียวยังคงจัดปกเสื้อสูทให้ครามด้วยท่าทีสนิทสนมเกินควร พร้อมกับเอ่ยด้วยน้ำเสียงหวานเชื่อมที่ชวนให้อยากซัดหน้าสักที
"น้องรินทร์เข้าใจครามผิดแล้วล่ะครับ พอดีผมสะดุดนิดหน่อย ครามเขาก็แค่มีน้ำใจช่วยประคอง... อย่าคิดมากไปเลยนะเด็กน้อย"
คำว่า 'เด็กน้อย' จากปากธันวาเปรียบเสมือนน้ำมันราดลงบนกองเพลิง รินทร์แค่นหัวเราะในลำคอ สายตาคมกริบกวาดมองคนทั้งคู่สลับกันไปมา ความรู้สึกเจ็บแปลบที่หน้าอกข้างซ้ายลามเลียไปทั่วร่าง จนต้องยกมือขึ้นกำเสื้อบริเวณนั้นแน่นเพื่อสะกดกลั้นอาการสั่นเทา
"ครับ... ผมมันก็แค่เด็กน้อยที่คอยวิ่งตามกวนใจคุณไปวันๆ ไม่ได้มีค่าพอจะให้มาแคร์ความรู้สึกอยู่แล้วนี่นา" รินทร์ก้มลงมองกล่องของขวัญที่นอนแอ้งแม้งอยู่บนพื้น ก่อนจะเงยหน้าสบตากับครามตรงๆ "ผมยอมแพ้แล้วครับคุณคราม... ต่อไปนี้ผมจะไม่มาวุ่นวายกับคุณอีกแล้ว เชิญตามสบายตามใจชอบเลยนะครับ"
สิ้นคำพูดนั้น รินทร์ก็หันหลังกลับทันทีโดยไม่รอฟังคำอธิบายใดๆ ทั้งสิ้น ฝีเร่งรีบก้าวเดินออกจากบริเวณนั้นด้วยความเร็ว แม้หัวใจจะกรีดร้องบอกให้หยุดเพื่อรอฟังคำแก้ตัว แต่ศักดิ์ศรีและรอยแผลในใจมันบอกว่าเขาต้องไปให้พ้นจากจุดนี้
"รินทร์! รินทร์หยุดเดี๋ยวนี้!"
เสียงตะโกนไล่หลังของครามดังลั่น พร้อมกับเสียงฝีเท้าหนักหน่วงที่วิ่งตามมา แต่รินทร์เร่งฝีเท้าให้เร็วยิ่งขึ้น สองขาพาตัวเองหลุดพ้นจากตัวอาคารหลักออกไปยังสวนด้านนอก ลมยามค่ำคืนพัดปะทะใบหน้าหนาวเหน็บ แต่มันเทียบไม่ได้เลยกับความหนาวเหน็บในอก
ครามหัวเสียสุดขีด มือหนาปัดป้องธันวาที่พยายามจะยื้อแขนเขาไว้จนเซไปด้านหลัง มาเฟียหนุ่มคำรามลั่นด้วยความเกรี้ยวกราด ดวงตาดุดันเต็มไปด้วยเพลิงโทสะ
"ถ้ารินทร์เป็นอะไรไปแม้แต่ปลายเล็บ... นายตายแน่ธันวา!"
ครามไม่สนใจท่าทีตกใจของอดีตคู่ควงอีกต่อไป เขาสบถออกมาอย่างหัวเสียแล้ววิ่งตามร่างโปร่งบางของเด็กดื้อที่หายลับไปกับความมืดของสวนหย่อมทันที
รินทร์วิ่งหนีออกมาไกลจนถึงริมสระน้ำกว้างท้ายคฤหาสน์ บรรยากาศเงียบสงบและมืดสลัวช่วยให้เขาได้ซ่อนความอ่อนแอที่อดกลั้นมานาน เขาทรุดตัวลงนั่งคุกเข่ากับพื้นหญ้าชื้นแฉะอย่างไร้เรี่ยวแรง ร่างกายสั่นเทิบท่ามกลางสายลมเย็นเยียบ สุดท้าย... เขาก็พ่ายแพ้ให้กับความจริงที่ว่า ต่อให้พยศแค่ไหน เขาก็เป็นแค่คนธรรมดาที่เจ็บเป็น
หยดน้ำตาที่พยายามกลั้นไว้ไหลทะลักออกมาอาบแก้มอย่างไร้เสียงสะอื้น รินทร์ยกมือขึ้นปาดมันทิ้งลวกๆ ด้วยความเจ็บใจตัวเอง ปากก็พึมพำกับความโง่เขลาของตัวเอง
"ไอ้โง่เอ๊ย... รินทร์แกมันโง่ที่สุด..."
"รู้ตัวก็ดี..."
เสียงทุ้มต่ำที่คุ้นเคยดังขึ้นเหนือหัวอย่างกะทันหัน รินทร์สะดุ้งสุดตัว เงยหน้าขึ้นมองผ่านม่านน้ำตา ภาพของครามที่ยืนหอบหายใจจนอกกระเพื่อมขึ้นลง เสื้อผ้าหลุดลุ่ยเล็กน้อยจากการวิ่งตามมาอย่างไม่คิดชีวิต ปรากฏชัดอยู่ในสายตา
ครามไม่ได้พูดพร่ำทำเพลงอะไรอีกต่อไป ชายหนุ่มทิ้งตัวลงคุกเข่าข้างหนึ่งต่อหน้าเด็กหนุ่ม ดึงร่างสั่นเทานั้นเข้ามากอดรัดไว้แน่นแนบอกแกร่งทันทีโดยไม่สนว่าเสื้อผ้าตนจะเปื้อนดินเปื้อนหญ้า
"ปล่อยผมนะ! ไหนบอกว่าชอบนักไม่ใช่เหรอ ไปอยู่กับคนสวยของคุณนู่นสิ จะตามมาทำไม!" รินทร์ทุบกำปั้นลงบนอกแกร่งสุดแรงเกิด พยายามดิ้นรนขัดขืนสุดชีวิต น้ำตาที่พยายามหยุดไหลกลับทะลักออกมาหนักกว่าเดิมเมื่อสัมผัสได้ถึงไออุ่นคุ้นเคยที่โหยหา
"เงียบแล้วฟังฉัน!" ครามตวาดเสียงกร้าวแต่สั่นพร่า มือหนากดท้ายทอยของเด็กดื้อให้ซบลงกับซอกคอของตนแน่นขึ้น อ้อมกอดที่รัดแน่นราวกับกลัวว่าอีกฝ่ายจะสลายหายไปในอากาศ "ธันวามันแค่วางยา... ฉันไม่ได้ทำอะไรมันทั้งนั้น!"
รินทร์ชะงักกึก แรงทุบตีหยุดชะงักลงทันที หัวใจที่กำลังแตกสลายกระตุกวูบ
"วะ... ว่ายังไงนะ..."
ครามสูดหายใจเข้าลึก ก้มลงกระซิบข้างใบหูที่แดงก่ำด้วยความโกรธปนความโล่งอกที่ตามมาทัน "ฉันบอกว่า... ฉันไม่ได้พิศวาสอะไรมันทั้งสิ้น คนที่ฉันอยากกอดมีแค่เธอคนเดียวไอ้เด็กดื้อ!"
ทว่า ในขณะที่รินทร์กำลังจะอ้าปากเอ่ยถามอะไรบางอย่าง เสียงปรบมือเบาๆ พร้อมกับร่างของบุคคลที่สามก็ก้าวออกจากเงาไม้ใหญ่ด้านหลัง พร้อมรอยยิ้มเย็นเยียบที่ทำให้บรรยากาศรอบตัวกลับมาคุกรุ่นและอันตรายยิ่งกว่าเดิมในพริบตาเดียว
"โอ้... ภาพสวีทน่าประทับใจจังเลยนะครับ คราม..." ธันวาเอ่ยเสียงหวานหยด พร้อมกับยกปืนเก็บเสียงกระบอกเล็กขึ้นเล็งตรงมาที่ร่างของพวกเขาทั้งสองคนอย่างเลือดเย็น
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างความดื้อของเจ้าเด็กแสบมาจนถึงตอนนี้ แล้วเรามาลุ้นบทต่อไปด้วยกันนะครับ
- ดาร์กไนท์ -
คุณหนูครับ... อย่าดื้อกับผม•ตอนที่ 21
น้ำตาของคนดื้อ
ผลงานโดย ดาร์กไนท์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดาร์กไนท์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณหนูครับ... อย่าดื้อกับผม นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!