เสียงกุญแจกระทบกันในอุ้งมือดัง ‘เคร้ง’ เสี้ยววินาทีต่อมา บานประตูไม้เนื้อหนาของเพนต์เฮาส์หรูใจกลางเมืองก็ถูกผลักเปิดออกด้วยแรงอารมณ์ที่พยายามสะกดกลั้นไว้เต็มประดา
ความเงียบงัน... คือสิ่งแรกที่ต้อนรับการกลับมาของครามในค่ำคืนนี้
ความเงียบที่ผผิดปกติ ผิดแผกไปจากทุกวันที่ผ่านมา มักจะมีกลิ่นหอมจางๆ ของกับข้าวฝีมือเด็กดื้อลอยมาแตะจมูก หรือไม่ก็เสียงบ่นกระปอดกระแปดจากเจ้าตัวแสบที่นั่งรออยู่หน้าโทรทัศน์ แต่วันนี้... กลับมีเพียงความว่างเปล่าและความมืดสลัวที่โรยตัวปกคลุมไปทั่วทุกมุมห้อง
"รินทร์..."
ร่างสูงสง่าในชุดสูททำงานที่ถูกปลดกระดุมเม็ดบนออกอย่างไร้ความระเบียบ ก้าวเท้ายาวๆ เข้าไปด้านใน ดวงตาคมกริบกวาดมองไปรอบห้องรับแขก ความเย็นยะเยือกบางอย่างแล่นพล่านขึ้นมาตามสันหลังอย่างไม่มีสาเหตุ รองเท้าผ้าใบสีขาวที่เคยถอดวางไว้ตรงชั้นรองเท้า... หายไป
กระเป๋าเป้คู่ใจที่เจ้าตัวสะพายไปไหนมาไหนประจำ... ไม่อยู่
ครามขมวดคิ้วมุ่น หัวใจที่เคยเต้นเป็นจังหวะสม่ำเสมอเริ่มกระหน่ำรัวด้วยความรู้สึกสังหรณ์ใจบางอย่างที่ไม่สู้ดีนัก เขาสลัดกระเป๋าเอกสารในมือทิ้งลงบนโซฟาอย่างไร้ความทะนุถนอม ก่อนจะสาวเท้าตรงดิ่งไปยังห้องนอนใหญ่ทันที
ผลั๊วะ!
ประตูห้องนอนถูกเปิดออกอย่างไร้ความปรานี แสงไฟนีออนจากตึกสูงด้านนอกสาดส่องเข้ามาภายในห้อง เผยให้เห็นเตียงนอนขนาดคิงไซส์ที่ว่างเปล่า ผ้าปูที่นอนถูกจัดเก็บไว้อย่างเป็นระเบียบเรียบร้อยเกินกว่าเหตุ ไม่มีร่องรอยของการใช้งาน ไม่มีร่างโปร่งบางที่มักจะนอนขดตัวซุกผ้าห่มเหมือนแมวเซาในยามดึก
ครามก้าวเข้าไปในห้องแต่งตัว เสื้อผ้าบางส่วนของรินทร์ที่เคยแขวนปะปนอยู่กับเขา... ถูกเก็บกวาดจนเกลี้ยง เหลือไว้เพียงความโล่งเตียนที่บาดตาบาดใจ
"ให้ตายสิ..."
สบถลอดไรฟันด้วยน้ำเสียงที่สั่นพร่าเล็กน้อย ความโกรธเกรี้ยว ความหวาดระแวง และความกลัวที่ถูกซ่อนไว้ใต้ท่าทีเยือกเย็นมาตลอด พรั่งพรูทะลักออกมาจนควบคุมไม่อยู่ มือหนากำหมัดแน่นจนเส้นเลือดบนหลังมือปูดโปน
นี่มันหมายความว่ายังไง?
หนีเหรอ? เด็กนั่นกล้าดียังไงถึงกล้าหนีเขาไปอีกแล้ว ทั้งๆ ที่เพิ่งจะตกลงกันไปแท้ๆ ทั้งๆ ที่เขาคอยปกป้อง คอยเคลียร์ปัญหาเรื่องหนี้สินบ้าบอพวกนั้นให้จนหมดสิ้น แต่สิ่งที่เขาได้รับกลับมาคือความว่างเปล่าและความเงียบงันงั้นเหรอ?
ความคิดมากมายตีรวนอยู่ในหัว สมองของมาเฟียหนุ่มประมวลผลอย่างรวดเร็ว ภาพเหตุการณ์เมื่อตอนกลางวันผุดขึ้นมาในหัว ธันวา... ผู้ชายคนนั้นเข้ามาหาเขาที่บริษัท พร้อมกับรอยยิ้มเยาะเย้ยและคำพูดที่จงใจหยิบยื่นความคลุมเครือบางอย่างให้
*“นายแน่ใจเหรอคราม... ว่าเด็กนั่นอยู่กับนายเพราะรัก ไม่ใช่เพราะจำใจ?”*
เสียงของธันวาแว่วเข้ามาในโสตประสาท ครามแค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาดุจพญานครุกโชนด้วยเพลิงโทสะ รินทร์ไม่ใช่คนที่จะยอมก้มหัวให้ใครง่ายๆ เด็กนั่นหัวรั้น ปากเก่ง และมีศักดิ์ศรีค้ำคออยู่เสมอ แต่การหายตัวไปแบบไร้ร่องรอยโดยไม่บอกกล่าว มันไม่ใช่การหนีธรรมดา... แต่มันคือการท้าทายอำนาจของเขาอย่างชัดเจน!
ควับ!
สมาร์ตโฟนเครื่องหรูถูกหยิบออกจากกระเป๋าเสื้อสูท นิ้วเรียวกดโทรออกไปยังเบอร์คุ้นเคยอย่างรวดเร็ว
ตู๊ด... ตู๊ด... ตู๊ด...
เสียงสัญญาณดังยาวนานติดต่อกันหลายครั้ง แต่ไม่มีทีท่าว่าปลายสายจะกดรับ
"รับสายสิวะ รินทร์!" ครามคำรามต่ำอย่างเหลืออด กดโทรซ้ำเป็นครั้งที่สอง สาม และสี่ แต่ผลลัพธ์ที่ได้ก็ยังคงเดิม... *'เลขหมายที่ท่านเรียกไม่สามารถติดต่อได้ในขณะนี้'*
ความอดทนของมาเฟียหนุ่มขาดผึ่งลงตรงนั้น เขาหยิบกุญแจรถขึ้นมาอีกครั้ง หมุนตัวเดินกลับออกไปจากห้องด้วยฝีก้าวที่หนักหน่วงและเต็มไปด้วยจิตสังหาร
ถ้าคิดว่าจะหนีเขาพ้นล่ะก็... ฝันไปเถอะ! ต่อให้พลิกแผ่นดินหา หรือต้องรื้อถอนเมืองนี้ทั้งเมือง เขาก็จะลากตัวเด็กดื้อคนนั้นกลับมาลงโทษให้อับอายจนลุกไม่ขึ้น ครามก้าวออกจากห้องชุด ปิดประตูเสียงดังสนั่นลั่นตึก พร้อมกับสัญชาตญาณความคลั่งรักที่ถูกปลุกให้ตื่นขึ้นอย่างเต็มรูปแบบ ไม่มีทางที่เขาจะปล่อยให้รินทร์หลุดมือไปเด็ดขาด!
ลิฟต์ตัวใหญ่เคลื่อนตัวลงสู่ชั้นล่างด้วยความเร็วสูง ทว่าในจังหวะที่ประตูกำลังจะเปิดออกเพื่อพาร่างสูงพุ่งทะยานออกไปสู่โลกกว้างเพื่อตามล่าตัวคนรัก...
ติ๊ง!
ประตูลิฟต์เปิดออก เผยให้เห็นร่างโปร่งคุ้นตาที่ยืนถือถุงพลาสติกบรรจุของกินเล่นจากร้านสะดวกซื้ออยู่ตรงหน้า รินทร์ชะงักค้างไปเล็กน้อย ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้นเมื่อเห็นสีหน้าถมึงทึงและแววตาน่ากลัวของคนตรงหน้าอย่างชัดเจน
ครามยืนนิ่งสนิท ลมหายใจสะดุดกึก ความโกรธเกรี้ยวที่โหมกระหน่ำเมื่อคร่าวินาทีที่แล้วมลายหายไปในพริบตา เหลือเพียงความตื่นตะลึงและคลื่นอารมณ์ความโล่งใจที่ถาโถมเข้ามาจนจุกอก
เด็กหนุ่มกะพริบตาปริบๆ มองสภาพครามที่เหงื่อซึมเต็มกรอบหน้าและเสื้อผ้าที่ยุ่งเหยิงเล็กน้อย ก่อนจะเอียงคอมองอย่างไม่เข้าใจในสถานการณ์
"เอ่อ... คุณ... เป็นอะไรทำไมทำหน้าเหมือนคนกินยาผิดสำรับแบบนั้นล่ะครับ?" รินทร์เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงกึ่งงอนกึ่งสงสัย ยื่นถุงในมือให้ดู "ผมแคกลงไปซื้อของกินที่มินิมาร์ทข้างล่างมาเองนะ..."
ครามไม่ตอบคำถาม มือหนาคว้าหมับเข้าที่ต้นแขนเรียวของอีกฝ่ายทันทีด้วยแรงที่มากพอจะทำให้รินทร์นิหน้าด้วยความเจ็บ ก่อนจะกระชากร่างบางเข้ามาปะทะอกแกร่งอย่างแรงจนถุงขนมในมือเกือบหลุดร่วงลงพื้น
ดวงตาคมกิาดจ้องลึกลงไปในดวงตาคู่สวยที่ฉายแววตื่นตระหนก ครามกัดกรามแน่น น้ำเสียงที่ลอดไรฟันออกมาแหบพร่า ทรงพลัง และเต็มไปด้วยความคลั่งไคล้ที่พุ่งทะยานจนฉุดไม่อยู่
"ถ้าเธอคิดจะหนีฉันไปไหนอีกแม้แต่ก้าวเดียว... รินทร์..." ครามกระซิบชิดริมหู น้ำเสียงสั่นเทาด้วยความกลัวลึกๆ ที่เพิ่งถูกปัดเป่า "ฉันจะล่ามโซ่เธอไว้บนเตียง... และไม่ปล่อยให้เธอได้เดินไปไหนอีกเลย... จำไว้!"
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างและเดินทางมาถึงตอนนี้ด้วยกันนะครับ
คุณหนูครับ... อย่าดื้อกับผม•ตอนที่ 22
เงาแห่งการจากลา
ผลงานโดย ดาร์กไนท์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดาร์กไนท์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณหนูครับ... อย่าดื้อกับผม นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!