เสียงทุบพวงมาลัยรถหรูดังสนั่นติดต่อกันสามครั้ง ซ้อนทับกับเสียงบีบแตรเกรี้ยวกราดของรถคันหลังที่ติดไฟแดงอยู่กลางแยกย่านใจกลางเมือง แต่นาทีนี้ พญาเสืออย่างครามไม่สนหรอกว่าใครจะมองด้วยสายตาแบบไหน หน้าจอสมาร์ตโฟนราคาแพงบนคอนโซลรถฉายพิกัดจีพีเอสที่หยุดนิ่งสนิทอยู่ที่สถานีขนส่งสายเหนือ... และมันกำลังเคลื่อนที่ออกไปทีละน้อย
"เวรเอ๊ย!"
คำรามต่ำในลำคอด้วยความหัวเสีย มือหนากำพวงมาลัยแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน ดวงตาคมกริบทอประกายความบ้าคลั่งและความหวาดกลัวที่ผสมปนเปกันจนน่ากลัว ภาพเหตุการณ์เมื่อคืนลอยวนกลับมาซ้ำๆ น้ำเสียงสั่นเทาของรินทร์ที่บอกว่าเหนื่อยล้า และสายตาที่ว่างเปล่าจนน่าใจหาย รอยจูบและอ้อมกอดที่เขาใช้ขู่บังคับเมื่อคืน ไม่ได้ทำให้เด็กดื้อนั่นกลัวเลยแม้แต่น้อย... รินทร์เลือกที่จะวิ่งหนี หนีออกไปจากกรงทองที่เขาขังไว้ หนีออกไปจากอ้อมแขนของคนที่คลั่งรักจนแทบจะเป็นบ้า
ครามเหยียบคันเร่งมิดจนรถสปอร์ตพุ่งทะยานฝ่าสายฝนโปรยปรายยามบ่ายไปอย่างบ้าระห่ำ สมองประมวลผลอย่างรวดเร็ว เขารู้จักเด็กนั่นดี รินทร์ไม่มีทางกลับบ้านเก่าที่มีแต่หนี้สินรุมเร้า และไม่มีทางไปหาเพื่อนสนิทคนไหนให้เป็นภาระแน่ๆ มีที่เดียว... บ้านเกิดของคุณยายที่ต่างจังหวัด อำเภอเล็กๆ ทางเหนือที่เคยหลุดปากเล่าให้ฟังตอนเผลอไผล
สองชั่วโมงต่อมา...
สภาพของมาเฟียผู้ทรงอิทธิพลที่เคยเนี้ยบกริบทุกระเบียดนิ้วในสูทราคาแพง ตอนนี้กลับดูเยินไม่เป็นท่า เสื้อเชิ้ตสีดำถูกปลดกระดุมออกสามเม็ด เนกไทถูกโยนทิ้งไว้ที่เบาะหลัง เรือนผมสีเข้มชื้นเหงื่อจากการขับรถตะลุยฝนและวิ่งวุ่นตามหา ครามกวาดสายตามองไปรอบสถานีขนส่งจังหวัดเชียงใหม่ที่ผู้คนพลุกพล่าน สายตาคมกริบกวาดหาแผ่นหลังบอบบางที่คุ้นเคยราวกับเรดาร์
"นายครับ... ลูกน้องรายงานว่า มีคนเห็นคุณรินทร์ซื้อตั๋วรถตู้สายอำเภอฝางเมื่อสิบนาทีที่แล้วครับ" เสียงปลายสายจากบอดี้การ์ดคนสนิทดังขึ้นผ่านบลูทูธ
ครามไม่รอให้พูดจบ เขากดตัดสายแล้วพุ่งตัวกลับขึ้นรถทันที เหยียบคันเร่งมุ่งหน้าขึ้นเหนือตามเส้นทางคดเคี้ยวท่ามกลางหมอกหนาและสายฝนที่เริ่มกระหน่ำลงมาหนักขึ้นเรื่อยๆ ความคิดในหัวมีเพียงสิ่งเดียว... *ถ้าจับตัวได้เมื่อไหร่ เขาจะฟาดให้ก้นลาย ปรับฐานที่กล้าลองดีหนีผู้ชายที่รักจนหัวปักหัวปำคนนี้ให้เข็ด!*
ในขณะเดียวกัน... บนรถตู้โดยสารประจำทางที่แอร์เย็นเฉียบ รินทร์กำลังนั่งกอดอกมองเม็ดฝนที่เกาะอยู่ข้างกระจกใส แว่นตากรอบบางสะท้อนแสงไฟจากข้างทาง ใบหน้าหวานเรียบเฉยแต่ดวงตากลับไหววูบ เขาไม่ได้อยากหนีเพราะเกลียดคราม... ตรงกันข้าม หัวใจเจ้ากรรมดันเต้นแรงทุกครั้งที่นึกถึงอ้อมกอดและแว่นแฝงความหึงหวงบ้าคลั่งนั่น แต่เพราะความกลัว กลัวว่าตัวเองจะกลายเป็นจุดอ่อน กลัวว่าวันหนึ่งมาเฟียผู้ยิ่งใหญ่อย่างครามจะต้องมาพังเพราะเด็กกะโปโลอย่างเขา รินทร์จึงเลือกที่จะเดินถอยหลังออกมา
"น้องครับ... ถึงอำเภอฝางแล้วนะ ลงป้ายนี้หรือเปล่า" เสียงคนขับรถตู้เอ่ยถามทัก
รินทร์สะดุ้งเล็กน้อย พยักหน้ารับก่อนจะคว้ากระเป๋าเป้คู่ใจแล้วก้าวลงจากรถ อากาศเย็นยะเยือกปะทะเข้ากับผิวหน้าจนต้องกระชับเสื้อแจ็คเก็ตกันหนาวแน่น เขากำลังจะเดินลัดเลาะไปตามทางเพื่อต่อรถมอเตอร์ไซค์รับจ้างกลับบ้านยาย แต่ทว่า...
*เอี๊ยดดดดดดด!*
เสียงเบรกของรถยนต์ราคาแพงลากยาวจนน่ากลัวดังสนั่นหวั่นไหวขัดจังหวะความเงียบสงบของค่ำคืนนี้ รถสปอร์ตสีดำสนิทพุ่งเข้ามาจอดขวางหน้าทางเดินของรินทร์ไว้อย่างจงใจ ประตูรถฝั่งคนขับถูกผลักเปิดออกอย่างแรงด้วยฝีมือของชายหนุ่มร่างสูงใหญ่ที่ก้าวขาลงมายืนตระหง่านท่ามกลางสายฝน
รินทร์ชะงักฝีเท้า หัวใจกระตุกวูบเมื่อเห็นใบหน้าคุ้นเคยที่บึงมาไกล
ครามยืนหอบหายใจจนอกกระเพื่อม หยาดน้ำฝนผสมกับหยาดเหงื่อไหลลงตามโครงหน้าคมคาย เสื้อผ้าเปียกโชกไม่ต่างกัน แต่สายตาที่เขากำลังมองมาที่รินทร์นั้น... มันเต็มไปด้วยความโกรธเกรี้ยว ความโล่งใจ และความคลั่งรักที่ระเบิดออกมาจนน่ากลัว
"คิดจะหนีฉันไปไหนหรอกรินทร์..."
เสียงทุบต่ำเอ่ยลอดไรฟัน ร่างสูงก้าวฉับๆ เข้ามาประชิดตัวในพริบตาเดียว ก่อนที่รินทร์จะทันได้ตั้งตัว มือหนาก็คว้าหมับเข้าที่ต้นแขนเรียวแล้วดึงเข้าหาตัวอย่างแรงจนแผ่นหลังบางกระแทกเข้ากับอกแกร่งที่สะท้อนขึ้นลง
"ปล่อยนะ! ผมบอกให้ปล่อยไงไอ้คนบ้า!" รินทร์โวยวาย พยายามบิดข้อมือหนีและดันแผงอกอีกฝ่ายออก แต่มีหรือที่แรงเด็กหนุ่มจะสู้แรงมาเฟียที่กำลังสติหลุดได้
"บ้าเหรอ? ใช่... ฉันมันบ้าไปแล้ว!" ครามก้มลงกระซิบชิดริมหู น้ำเสียงสั่นเทาด้วยความโกรธที่เจือความหวาดกลัวลึกๆ "เธอรู้ไหมว่าฉันขับรถตามหาเธอทั่วเมืองด้วยความรู้สึกแบบไหน... รินทร์... เธอใจร้ายเกินไปแล้วนะ"
"ก็คุณมันน่ากลัว! อยู่ ใช้อะไรก็ใช้อำนาจ บังคับ ขู่จะล่ามโซ่... ใครจะไปทนอยู่ด้วยเล่า!" รินทร์เถียงกลับเสียงแข็ง ทั้งที่ขอบตาร้อนผ่าวด้วยความน้อยใจ
ครามชะงักไปชั่วขณะเมื่อได้ยินคำตัดพ้อ ดวงตาคมกริบอ่อนแสงลงวูบหนึ่ง ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นความดุดันที่ลึกซึ้งขึ้น มือใหญ่เลื่อนขึ้นมาประคองใบเนียนของเด็กดื้อไว้ บังคับให้เงยหน้าขึ้นสบตากันตรงๆท่ามกลางสายฝนที่โปรยปราย
"ที่พูดว่าจะล่ามโซ่... เพราะฉันกลัวว่าถ้าปล่อยมือจากเธอแม้แต่วินาทีเดียว ฉันจะไม่มีวันได้เห็นหน้าเด็กดื้อคนนี้อีกต่างหาก..." ครามจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวย น้ำเสียงทุ้มต่ำและจริงจังจนทำให้หัวใจของรินทร์กระตุกวูบ "อยากลองดีนักใช่ไหม หืม?"
"ผมไม่ได้ลองดี... อื้อ!"
คำพูดทุ่มเถียงทั้งหมดถูกกลืนหายไปในลำคอ เมื่อครามฉวยโอกาสกดริมฝีปากลงมาบดขยี้เรียวปากอิ่มของคนตัวเล็กอย่างไร้ความปรานี จูบที่ทั้งดุดัน เอาแต่ใจ และเจือความโหยหาอย่างรุนแรงทำให้รินทร์แทบละลายคาอ้อมแขน สมองขาวโพลนจนคิดอะไรไม่ออก ร่างกายไร้เรี่ยวแรงจะต่อต้าน ทำได้เพียงปล่อยให้มาเฟียร้ายตักตวงความหวานตามใจชอบ ท่ามกลางบรรยากาศรอบตัวที่เงียบงัด มีเพียงเสียงหอบหายใจและเสียงหัวใจที่เต้นรัวเร็วจนแทบจะหลอมรวมเป็นดวงเดียวกัน
ทว่า... ในจังหวะที่ครามกำลังผละริมฝีปากออกช้าๆ เพื่อให้คนตัวเล็กได้สูดอากาศ ทอดสายตามองริมฝีปากบวมเจ่อด้วยความหลงใหลอยู่นั้น เสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนก็ดังแทรกขึ้นมาจากด้านหลัง พร้อมกับแสงไฟฉายที่ส่องตรงมายังพวกเขาทั้งคู่
"อ้าว... น้องรินทร์! กลับมาถึงบ้านแล้วทำไมไม่รีบเข้าบ้านล่ะลูก... เอ๊ะ นั่นใครน่ะแฟนเหรอ?"
เสียงทักทายจากผู้ใหญ่บ้านที่เดินถือร่มผ่านมาพอดีทำเอาทั้งคู่สะดุ้ง ครามขมวดคิ้วมุ่นด้วยความหงุดหงิดที่ถูกขัดจังหวะความหวาน แต่ยังไม่ทันที่เขาจะได้หันไปตอบปัดอะไร รินทร์กลับเบิกตากว้างด้วยความตกใจเมื่อมองข้ามไหล่กว้างของมาเฟียหนุ่มไป
เพราะบริเวณหน้าบ้านของคุณยาย มีเงาร่างของใครอีกคนยืนกอดอกพิงเสาไฟเหลืองสลัว รออยู่ก่อนแล้ว... และคนๆ นั้นก็ไม่ใช่ใครอื่น ทว่าคือ "ธันวา" อดีตคู่ควงที่บินตรงมาจากกรุงเทพฯ พร้อมรอยยิ้มเยียบเย็นที่มุมปาก!
---
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาฟินและอินไปกับความคลั่งรักของป๋าลมครามและน้องรินทร์ในตอนนี้ด้วยนะครับ!
คุณหนูครับ... อย่าดื้อกับผม•ตอนที่ 23
เมื่อมาเฟียกลายเป็นหมาโบ้
ผลงานโดย ดาร์กไนท์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดาร์กไนท์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณหนูครับ... อย่าดื้อกับผม นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!