เสียงปรบมือแปะๆ สองครั้งดังขึ้นในห้องทำงานส่วนตัวที่เงียบกริบ แสงไฟนีออนสีส้มสลัวจากด้านนอกสะท้อนเงาร่างสูงโปร่งของธันวาที่ยืนพิงกรอบกระจก รอยยิ้มเยาะหยันที่มุมปากนั้นไม่ได้ทำให้รินทร์รู้สึกแปลกใจเลยแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม... มันคือชิ้นส่วนสุดท้ายของจิ๊กซอว์ที่เพิ่งหล่นลงล็อกพอดิบพอดี
"ฉลาดเป็นกรดสมคำร่ำลือจริงๆ ครับน้องรินทร์... น่าเสียดายที่ความฉลาดบางครั้งก็พาคนเราเดินมาตกหลุมพรางที่ขุดไว้เอง"
ธันวาเอ่ยด้วยน้ำเสียงเนิบนาบ ทว่าแฝงความสะใจไว้ทุกอณู รินทร์ที่ยืนอยู่กลางห้องไม่ได้แสดงท่าทีตื่นตระหนกอย่างที่อีกฝ่ายคาดหวัง มือเรียวสอดเข้ากระเป๋าเสื้อสูทอย่างใจเย็น ดวงตากลมโตคู่สวยหรี่ลงเล็กน้อยเพื่อประเมินสถานการณ์รอบด้าน สัญญาณอินเทอร์เน็ตที่ถูกตัดขาดอย่างไร้สาเหตุ ประตูห้องที่ถูกล็อกอัตโนมัติจากภายนอก และเอกสารบัญชีการเงินบนโต๊ะที่ถูกสลับตัวเลข... ทุกอย่างชัดเจนแจ่มแจ้งแล้วว่าเขากำลังถูก "ล้อมกรอบ" จากแผนการสกปรกที่ถูกวางเอาไว้ล่วงหน้า
"หึ... นึกว่าใครจะเล่นมุกตื้นๆ แบบนี้ ที่แท้ก็ฝีมืออดีตคนที่เคยเกือบได้เป็น ‘คุณหนู’ ของบ้านนี้สินะครับ" รินทร์สวนกลับทันควัน น้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบคม บ่งบอกว่าต่อให้ตกอยู่ในสถานการณ์หลังพิงฝา ปากเก่งๆ คู่นี้ก็ไม่มีวันยอมจำนนง่ายๆ "ลงทุนขโมยลายเซ็นคุณครามมาปลอมแปลงเอกสารบริษัท เพื่อจะโยนขี้ให้ผมเป็นคนทุจริต... เหนื่อยหน่อยนะครับที่ต้องใช้สมองอันน้อยนิดคิดแผนแย่ๆ แบบนี้"
"ปากเก่งให้มันตลอดเถอะครับ..." ธันวาผละออกจากกรอบกระจก ก้าวเข้ามาใกล้ทีละก้าว แววตาคมกริบฉายแววเคียดแค้น "คิดเหรอว่าครามเขาจะเชื่อเด็กก้นครัวที่เพิ่งก้าวเข้ามาอย่างนาย มากกว่าหลักฐานมัดตัวแน่นหนาที่ฉันเตรียมไว้? อีกไม่กี่นาทีข้างหน้า ครามจะเปิดประตูเข้ามาเห็นเอกสารพวกนี้... แล้วนายคิดว่ามาเฟียจอมเนี้ยบอย่างเขา จะทำหน้ายังไงเมื่อรู้ว่าคนที่ตัวเองปกป้องนักหนา คือ ‘หนูขโมยชีส’ ตัวจริง?"
รินทร์เม้มปากแน่น หัวใจกระตุกวูบไปชั่วขณะไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เป็นเพราะเขารู้ดีว่านิสัยของครามเป็นอย่างไร... ผู้ชายคนนั้นเกลียดการหักหลังและคำโกหกเหนือสิ่งอื่นใด แม้ช่วงหลังมานี้ความสัมพันธ์ของพวกเขาจะขยับเข้าใกล้คำว่า "คนรู้ใจ" มากแค่ไหน แต่ถ้าหลักฐานทั้งหมดชี้เป้ามาที่เขาในจังหวะนรกแบบนี้ ครามจะยังใจเย็นพอที่จะฟังคำแก้ตัวหรือไม่?
*ก๊อกๆๆ*
เสียงเคาะประตูด้านนอกดังขึ้นสามครั้ง ทำลายความเงียบในห้องลงอย่างสิ้นเชิง หัวใจของรินทร์กระหน่ำเต้นรัวระส่ำ ไม่ใช่เพราะความพ่ายแพ้ แต่เป็นเพราะความรู้สึกเจ็บแปลบที่ลึกเข้าไปในอก... ครามมาแล้วสินะ
ธันวาแย้มยิ้มกว้างอย่างผู้ชนะ รีบเดินไปหมุนลูกบิดประตูเพื่อต้อนรับแขกคนสำคัญที่จะเข้ามาปิดฉากเกมนี้ด้วยตาตัวเอง ประตูบานใหญ่เปิดกว้างออกเผยให้เห็นร่างสูงสง่าของครามที่ยืนตีหน้าขรึม ไหล่กว้างและรัศมีความน่าเกรงขามแผ่ซ่านออกมาจนบรรยากาศในห้องลดฮวบลงทันที
สายตาคมกริบดั่งเหยี่ยวของครามกวาดมองธันวาที่ยืนยิ้มระรื่น ก่อนจะเลื่อนมาหยุดอยู่ที่รินทร์ซึ่งยืนนิ่งสงบอยู่กลางห้อง แววตาคู่นั้นว่างเปล่าและเย็นชาจนน่าใจหาย
"เกิดอะไรขึ้นที่นี่?" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยถาม เรียบสนิทไร้คลื่นอารมณ์ แต่กลับทรงพลังกดดันจนแทบหายใจไม่ออก
"ครามครับ... โชคดีจริงๆ ที่คุณมาทัน" ธันวาเปลี่ยนสีหน้าเป็นความตื่นตระหนกและหวาดหวั่นได้อย่างแนบเนียน ชายหนุ่มรีบเดินเข้าไปหาครามพร้อมกับหยิบเอกสารบนโต๊ะยื่นให้อย่างลิบลี้ "ผมบังเอิญผ่านมาแล้วเห็นน้องรินทร์กำลังพยายามโอนย้ายบัญชีลับของบริษัทออกไปยังบัญชีต่างประเทศ... ผมพยายามจะห้ามแล้ว แต่น้องเขา... ฮឹក... เขาไม่ฟังเลยครับ"
รินทร์แค่นหัวเราะในลำคอเบาๆ มองการแสดงละครฉากใหญ่ของธันวาด้วยความรู้สึกสมเพชระคนหงุดหงิด ดวงตากลมโตมองตรงไปยังร่างสูงของคนที่ยืนเป็นประธานศาลเตี้ย ครามยังคงนิ่งเงียบ ไม่เอ่ยอะไรสักคำ มือหนารับแฟ้มเอกสารนั้นมาเปิดดูผ่านๆ สายตาคู่คมกวาดมองตัวเลขและลายเซ็นที่ถูกปลอมแปลงอย่างแนบเนียน
ความเงียบโรยตัวปกคลุมไปทั่วห้อง บรรยากาศอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก รินทร์สูดหายใจเข้าลึกเพื่อตั้งสติ เขาก้าวเท้าเข้าไปใกล้โต๊ะทำงานมากขึ้น สบตากับครามตรงๆ โดยไม่หลบสายตา ต่อให้คนตรงหน้าจะเลือกเชื่อหลักฐานปลอมๆ นี่ เขาก็จะไม่ยอมก้มหัวร้องขอความเห็นใจเด็ดขาด
"มองผมทำไมล่ะครับคุณคราม..." รินทร์เปิดปากพูดด้วยน้ำเสียงที่นิ่งสนิท แม้ข้างในจะเริ่มไหววูบ "ในเมื่อในมือคุณมีหลักฐานมัดตัวขนาดนั้นแล้ว ทำไมไม่จัดการลงทัณฑ์ ‘คนทรยศ’ คนนี้ซะเลยล่ะครับ?"
ครามเงยหน้าขึ้นจากแฟ้มเอกสารในมือ ช้าๆ... ดวงตาคมกริบมองลึกเข้าไปในดวงตาของรินทร์ ราวกับกำลังพยายามค้นหาความจริงบางอย่างภายใต้ท่าทีอวดดีนั้น
นิ้วเรียวหนาเคาะลงบนโต๊ะทำงานเป็นจังหวะช้าๆ ท่ามกลางความกดดันที่พุ่งสูงถึงขีดสุด ครามขยับตัวเข้าหารินทร์ทีละก้าว รัศมีความดุดันและดุดันแผ่ขยายจนธันวาที่ยืนมองอยู่มุมห้องถึงกับยิ้มมุมปากอย่างได้ใจ
ร่างสูงหยุดยืนประชิดตัวรินทร์ ระยะห่างระหว่างกันแทบไม่เหลือช่องว่าง กลิ่นกายสะอาดผสมผสานกับน้ำหอมราคาแพงคุ้นเคยลอยเข้าจมูก รินทร์เกร็งตัวขึ้นโดยอัตโนมัติแต่ยังคงเชิดหน้าสู้ สายตาดุดันของครามก้มลงมองเด็กหนุ่มปากเก่งที่ยังคงพยศไม่เลิก ก่อนที่ริมฝีปากหยักจะได้รูปจะขยับเอ่ยประโยคที่ทำให้ทุกลมหายใจในห้องแทบหยุดนิ่ง
"คิดว่าฉันโง่ขนาดดูไม่ออกเหรอ... ว่าใครเป็นคนเล่นละครฉากนี้?"
ดวงตาของธันวาเบิกกว้างขึ้นทันที สีหน้าที่เคยลำพองใจแปรเปลี่ยนเป็นความซีดเผือดในเสี้ยววินาที รินทร์เองก็ชะงักง้าง ลมหายใจสะดุดกึกเมื่อเงยหน้าขึ้นสบกับประกายตาที่วาวโรจน์ด้วยความคลั่งไคล้ของมาเฟียหนุ่ม
"คุณ..." รินทร์ค้างคาคำพูดไว้แค่นั้น เมื่อจู่ๆ มือหนาก็เอื้อมมากระชากข้อมือเขาเข้าไปประชิดอกแรงๆ พร้อมกับที่ครามปาแฟ้มเอกสารในมือทิ้งลงพื้นเสียงดังสนั่น!
ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุน "ดาร์กไนท์" มาโดยตลอดนะครับ ฝากกดใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ตอนต่อไปด้วยนะครับทุกคน
คุณหนูครับ... อย่าดื้อกับผม•ตอนที่ 24
ความจริงที่ถูกเปิดเผย
ผลงานโดย ดาร์กไนท์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดาร์กไนท์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณหนูครับ... อย่าดื้อกับผม นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!