คุณหนูครับ... อย่าดื้อกับผม•ตอนที่ 8

เมื่อความซึนแพ้ใจตัวเอง

ผลงานโดย ดาร์กไนท์
"ถอยไปนะ คราม..." เสียงหอบสะท้านของรินทร์ดังขึ้นในความมืดสลัวของห้องเก็บเอกสาร กลิ่นอายเฉพาะตัวของผู้ชายตรงหน้า ทั้งความเยียบเย็นแบบมาเฟียและความกรุ่นกลิ่นบุหรี่จางๆ ผสมกับกลิ่นน้ำหอมราคาแพง กำลังบด ขยี้สติสัมปชัญญะของเขาให้แหลกละเอียดลงไปทีละนิด เหตุการณ์เมื่อครู่ยังคงติดตรึงอยู่ในโสตประสาท ใบหน้าที่อยู่ใกล้จนลมหายใจปะทะกัน รอยแผลเป็นจางๆ ที่มุมปากของคราม และดวงตาคู่คมที่มักจะมองเขาด้วยความหงุดหงิดเสมอ แต่ในเสี้ยววินาทีนั้น มันกลับสะท้อนภาพอดีตอันดำมืดที่รินทร์พยายามวิ่งหนีมาตลอดชีวิต... อดีตที่เขาเกือบจะลืมเลือนไปแล้วถ้าไม่ได้มาเห็นมันซ้อนทับอยู่ในแววตาของเจ้าพ่อหนุ่มคนนี้ รินทร์เม้มริมฝีปากแน่นจนซีดเซียว มือบางกำชายเสื้อสูทราคาแพงของอีกฝ่ายไว้แน่นโดยไม่รู้ตัว ความตื่นตระหนกทำให้หัวใจเต้นรัวระทึกจนแทบจะกระโจนออกมานอกอก "กลัวอะไร?" ครามเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย น้ำเสียงทุ้มต่ำและราบเรียบแต่แฝงไปด้วยแรงดึงดูดประหลาด ร่างสูงใหญ่ยังคงตรึงรินทร์ไว้ระหว่างกำแพงกับแผงอกของตัวเอง ไม่มีทีท่าว่าจะถอยห่าง "เมื่อกี้ทำเป็นปากดี เถียงฉอดๆ พอเจอของจริงเข้าหน่อย ถึงกับใบ้กินเลยหรือไง เด็กแสบ" "ผมไม่ได้กลัว..." รินทร์เชิดหน้าขึ้นพยายามกลบเกลื่อนความสั่นไหวในน้ำเสียง ดวงตากลมโตที่เคยฉายแววพยศตอนนี้กลับมีความหวาดระแวงบางอย่างซ่อนอยู่ลึกๆ "แค่รำคาญ... แล้วก็ช่วยถอยออกไปไกลๆ ด้วยครับ ตัวคุณหนักจะตายอยู่แล้ว" ครามมองใบหน้าเนียนที่รั้นขึ้นสีแดงเรื่อด้วยความรู้สึกแปลกประหลาดที่ก่อตัวขึ้นในอก ปกติแล้วเขาเกลียดความวุ่นวายเกลียดเด็กดื้อที่ชอบต่อปากต่อคำ แต่กับรินทร์... ทุกครั้งที่เจ้าตัวเล็กนี่ทำหน้าเชิดใส่ หรือพยายามซ่อนความอ่อนแอไว้เบื้องหลังท่าทางกวนประสาท มันกลับทำให้เขารู้สึก... คันไม้คันมือ อยากจะแกล้งให้หนักๆ และในขณะเดียวกันก็อยากจะดึงเข้ามาซ่อนไว้ในอ้อมแขนไม่ให้ใครหน้าไหนมาแตะต้อง *ให้ตายสิ... นี่เขากำลังบ้าไปแล้วหรือไงที่คิดว่าเด็กปากจัดนี่น่ารัก?* ครามสบถเบาๆ ในใจ พยายามดึงความเยือกเย็นของตัวเองกลับมา แต่กลิ่นกายหอมหวานสะอาดๆ ที่ลอยมาจากตัวรินทร์กำลังทำลายสมาธิของเขาอย่างราบคาบ "ถ้าฉันบอกว่าไม่ถอยล่ะ นายจะทำไม?" ครามโน้มใบหน้าเข้าไปใกล้กว่าเดิม ปลายจมูกแทบจะชนกันจนรินทร์ต้องหลับตาปี๋ด้วยความทำอะไรไม่ถูก "หืม? ไหนลองบอกซิ ว่าคนปากเก่งอย่างนายจะจัดการกับฉันยังไง" "คุณคราม!" รินทร์ผลักอกแกร่งเต็มแรงด้วยความหมั่นไส้ระคนเขินอาย ใบหน้าร้อนผ่าวราวกับมีคนเอาไฟมาสุม "อย่ามาเล่นไม่เลิกนะ! ปล่อยผม ผมมีงานต้องไปทำต่อ!" "งานอะไร? จัดเอกสารแค่นั้น ลูกน้องฉันทำแป๊บเดียวก็เสร็จ" ครามไม่ยอมขยับเขยื้อน เขากลับใช้มืออีกข้างรวบเอวบางเข้าหาตัวจนชิดติดกันมากกว่าเดิม สัมผัสแนบแน่นผ่านเนื้อผ้าทำให้รินทร์สะดุ้งเฮือก ร่างกายแข็งทื่อไปชั่วขณะ "บอกมาก่อน... เมื่อกี้หน้าซีดเป็นไก่ต้มตอนเห็นหน้าฉัน ช็อกอะไร หรือว่าแอบตกหลุมรักมาเฟียอย่างฉันเข้าแล้ว?" รินทร์ตวัดสายตากลับมามองครามทันที ประโยคกวนประสาทนั้นเกือบจะทำให้เขาสวนกลับไปแบบเจ็บๆ ตามนิสัย แต่พินิจมองลึกลงไปในนัยน์ตาคู่นั้น ภาพเหตุการณ์ในอดีตก็แล่นแปลบขึ้นมาในหัวอีกระลอก ...รอยแผลเป็นนั้น... แววตานิ่งสนิทที่ไร้ความปรานีเวลากำจัดศัตรู... มันไม่ใช่เรื่องบังเอิญแน่ๆ รินทร์กัดริมฝีปากล่างแน่น ความรู้สึกหลากหลายตีรวนขึ้นมาในอก ทั้งความเกลียดชัง ความกลัว และความสงสัยที่อยากจะกระชากหน้ากากผู้ชายคนนี้ออกมาดูให้ชัดเจนว่า แท้จริงแล้วครามเกี่ยวข้องอะไรกับฝันร้ายในอดีตของเขา "หลงตัวเองชะมัด" รินทร์เค้นเสียงหัวเราะในลำคอ ดวงตาคู่สวยหรี่ลงเล็กน้อยเพื่อซ่อนความสั่นไหว "คนอย่างคุณคราม ต่อให้โลกนี้เหลือผู้ชายคนสุดท้าย ผมก็ไม่มีวันเอาหรอกครับ... หยิ่ง ยโส ปากร้ายแถมยังชอบฉวยโอกาสอีกต่างหาก" "ปากดีแบบนี้ น่าจับจูบสั่งสอนให้เข็ดซะจริง" ครามพูดด้วยน้ำเสียงแหบพร่า สายตากวาดมองริมฝีปากอิ่มที่ขยับเถียงเขาไม่หยุดด้วยความรู้สึกกระหายอย่างประหลาด รินทร์ชะงักไปเมื่อเห็นประกายความเอาจริงในแววตาของอีกฝ่าย หัวใจกระหน่ำเต้นรัวยิ่งกว่าเดิม เขารู้ดีว่ามาเฟียอย่างครามพูดจริงทำจริง และถ้าเขาขืนปากดีต่อมีหวังได้เสียเปรียบไปมากกว่านี้แน่ "ถอนคำพูดเดี๋ยวนี้เลยนะ..." รินทร์พยายามดันไหล่หนาออกอีกครั้ง คราวนี้แรงฮึดทั้งหมดถูกงัดออกมาใช้จนครามต้องยอมถอยหลังไปก้าวหนึ่ง เปิดโอกาสให้เด็กหนุ่มรีบก้าวถอยกรูดเว้นระยะห่างทันที ครามมองท่าทางเหมือนแมวขู่ของรินทร์แล้วก็ได้แต่กระตุกยิ้มมุมปาก ความเอ็นดูที่พยายามปฏิเสธมาตลอดเริ่มกัดกินหัวใจเขาเข้าไปทุกที ร่างสูงจัดเสื้อผ้าให้เข้าที่ ปรับสีหน้าให้กลับมาเรียบเฉยดังเดิมเพื่อรักษาฟอร์มของความเป็นนายใหญ่แห่งปาร์ตี้รูม "หึ เก่งได้แค่ตอนมีทางหนีสินะ" ครามแค่นหัวเราะในลำคอ "ออกไปข้างนอกได้แล้ว ธันวาคงรออยู่ข้างนอกจนเหงือกแห้งแล้วมั้ง" พอได้ยินชื่อนั้น สีหน้าของรินทร์ก็เปลี่ยนไปทันที ความขุ่นเคืองเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความกรุ่นโกรธ ธันวา... อดีตคู่ควงของครามที่คอยตามรังควานและจ้องจะเล่นงานเขาไม่เว้นแต่ละวัน การที่ครามยังคงปล่อยให้คนแบบนั้นวนเวียนอยู่ใกล้ตัว ยิ่งทำให้รินทร์รู้สึกหงุดหงิดอย่างไร้เหตุผล "ถ้าชอบรุ่นพี่ธันวานัก ก็เชิญไปอยู่ด้วยกันเลยสครับ ไม่ต้องมาวุ่นวายกับผม!" รินทร์สวนกลับเสียงแข็งด้วยความหึงหวงที่เจ้าตัวก็ยังไม่ทันได้สำเหนียก ก่อนจะหมุนตัวเตรียมสาวเท้าเดินหนีออกจากห้องเก็บเอกสารด้วยความหัวเสีย แต่ก้าวพ้นไปได้แค่สองก้าว ข้อแขนเรียวก็ถูกมือหนาคว้าหมับไว้และดึงกลับมากระแทกเข้ากับแผงอกแกร่งอีกครั้งอย่างรวดเร็ว "โอ๊ย! อะไรอีกเล่า!" รินทร์โวยวายหน้าตาตื่น "เมื่อกี้ว่าอะไรนะ?" ครามก้มลงกระซิบชิดใบหู น้ำเสียงทุ้มต่ำเจือแววเจ้าเล่ห์ที่รินทร์ไม่เคยได้ยินมาก่อน "หึงเหรอ หืม... เด็กน้อย?" "ใครหึง! อย่ามามั่วซ้ำซากนะคุณคราม!" รินทร์หน้าแดงแจ๋ปฏิเสธเสียงหลง พยายามดึงแขนตัวเองออกจากการเกาะกุมแต่ก็ไม่เป็นผล "ถ้าไม่ได้หึงทำไมต้องทำหน้าเหมือนอยากจะกินหัวฉันขนาดนั้น?" ครามยิ้มเยาะอย่างได้ใจ ยิ่งเห็นรินทร์ดิ้นรน เขาก็ยิ่งรู้สึกสนุกจนอยากจะแกล้งต่อ แต่ทว่า... *แอ๊ด...* เสียงเปิดประตูดังขึ้นเบาๆ ตัดจังหวะการต่อปากต่อคำของทั้งคู่ รินทร์และครามชะงักกึก หันขวับไปมองที่ประตูห้องเก็บเอกสารพร้อมกัน ร่างโปร่งของธันวาก้าวเข้ามาในห้องด้วยรอยยิ้มหวานหยดย้อย แต่แววตาที่มองมาที่รินทร์กลับเต็มไปด้วยความริษยาและเย้ยหยันอย่างปิดไม่มิด "อ้าว... อยู่นี่กันนี่เอง ผมตามหาคุณครามซะทั่วเลยครับ" ธันวาเอ่ยด้วยน้ำเสียงดัดจริต ก้าวเข้ามาใกล้ทั้งสองคนเรื่อยๆ สายตาคมกริบมองมือของครามที่ยังคงจับแขนของรินทร์ไว้อย่างแน่นหนา "แล้วนี่... ทำอะไรกันอยู่เหรอครับ? ดูท่าทาง... สนุกกันใหญ่เลยนะ" ครามขมวดคิ้วมุ่น ปล่อยมือจากแขนของรินทร์ทันที สีหน้ากลับมาเรียบตึงเย็นชาดังเดิมในเสี้ยววินาที รังสีความน่ากลัวแผ่ซ่านออกมาจากตัวจนธันวาต้องชะงักฝีเท้า "มีธุระอะไร?" ครามเอ่ยถามเสียงห้วน ธันวาปั้นหน้าเศร้าทันที ส่งสายตาออดอ้อนมาให้คราม "ธันวามีเรื่องสำคัญอยากจะคุยกับคุณครามตามลำพังครับ... เกี่ยวกับเรื่องข้อเสนอที่เราคุยกันค้างไว้เมื่อคืนนี้" รินทร์มองภาพนั้นแล้วหัวใจก็กระตุกวูบ ความรู้สึกหงุดหงิดพุ่งพล่านขึ้นมาจนแทบทนไม่ไหว เขาไม่อยากทนดูฉากละครน้ำเน่าชวนคลื่นไส้นี่แม้แต่วินาทีเดียว จึงสะบัดหน้าหนีเตรียมจะเดินเลี่ยงออกไปจากห้อง "ถ้าพวกคุณมีธุระส่วนตัวกัน งั้นผมขอตัว..." "รินทร์... เดี๋ยว" ครามเอื้อมมือจะคว้าตัวเด็กหนุ่มไว้ แต่ยังไม่ทันที่ปลายนิ้วจะสัมผัสโดนเสื้อของรินทร์ ธันวาก็แกล้งเซถลาเข้ามาคว้าแขนครามไว้ทำทีเป็นสะดุดล้ม พร้อมกับส่งเสียงอุทานเบาๆ เพื่อเบี่ยงเบนความสนใจ "อุ๊ย! คุณครามครับ ช่วยธันวาด้วย พอดีข้อเท้าแพลง..." ในจังหวะเสี้ยววินาทีนั้นเอง ที่รินทร์หันกลับมามองภาพครามกำลังประคองธันวาไว้ในอ้อมแขนพอดี ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย ความรู้สึกเจ็บแปลบแปลกๆ วิ่งพล่านเข้ามาในอกโดยที่เขาไม่ทันตั้งตัว ครามชะงัก รีบผลักธันวาออกห่างทันทีอย่างรวดเร็วราวกับโดนของร้อน ใบหน้าคมเข้มฉายแววหงุดหงิดสุดขีดเมื่อเห็นสายตาที่รินทร์มองมา "รินทร์! ฟังก่อน มันไม่ใช่..." ครามเอ่ยเสียงดัง รีบก้าวเท้าตามไป แต่รินทร์กลับยกมือขึ้นห้าม ปรอยยิ้มหยันปรากฏขึ้นที่มุมปากอย่างน่าใจหาย ดวงตาคู่นั้นเย็นชาลงจนครามรู้สึกใจหายวาบ "ตามสบายเลยครับคุณคราม... เชิญสวีทกันให้เต็มที่ตามใจชอบเลยนะ" พูดจบรินทร์ก็หันหลัง วิ่งพรวดพราดออกไปจากห้องเก็บเอกสารทันทีโดยไม่หันกลับมามองอีกเลย "รินทร์!" ครามตะโกนเรียกเสียงดังลั่น กำหมัดแน่นด้วยความหัวเสียสุดขีด เขากำลังจะก้าวเท้าวิ่งตามเด็กดื้อนั่นไป ทว่าเสียงของธันวาก็เอ่ยขัดขึ้นมาเสียก่อนด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงไปด้วยความลับอันตราย **"คุณครามคะ... แน่ใจเหรอคะว่าจะวิ่งตามเด็กคนนั้นไปตอนนี้... โดยที่ไม่รู้ว่าความลับเรื่องหนี้สินของครอบครัวมัน ที่จริงแล้วใครกันแน่ที่เป็นคนกุมบังเหียนอยู่เบื้องหลังทั้งหมด?"** -------------------------------------------------- *ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะเข้ามาอ่านและให้กำลังใจกันเสมอนะครับ*
สารจากนักเขียน (ดาร์กไนท์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณหนูครับ... อย่าดื้อกับผม นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%