คุณหนูครับ... อย่าดื้อกับผม•ตอนที่ 10

สายตาที่ห้ามไม่ได้

ผลงานโดย ดาร์กไนท์
"รอยยิ้มแบบนี้นี่แหละครับ ที่ทำให้ผมรู้ว่าคุณครามเองก็ยังอาลัยอาวรณ์ผมไม่น้อย" น้ำเสียงนุ่มทุ้มจงใจลากเสียงยาวอย่างกวนประสาทดังขึ้น พร้อมกับร่างโปร่งของธันวาที่ก้าวล่วงล้ำเข้ามาในอาณาเขตห้องทำงานส่วนตัวอย่างไร้มารยาท ซองเอกสารสีน้ำตาลในมือถูกโบกเบาๆ กลางอากาศ ราวกับมันเป็นธงประกาศชัยชนะที่พร้อมจะฉีกกระชากความสงบสุขของห้องนี้ให้พังพินาศในพริบตา รินทร์ที่ยืนพิงขอบโต๊ะทำงานอยู่ก่อนแล้ว ถึงกับแค่นسเสียงหึในลำคอ ดวงตากลมโตฉายแววหยันหยาดเยิ้มส่งไปให้ผู้มาใหม่ แสยะยิ้มมุมปากแบบที่คนมองเห็นแล้วอยากจะเข้าไปขยี้ให้หายหมั่นไส้ "มาถูกเวลาเสียจริงนะครับ คุณธันวา... นึกว่าหางจุกตูดหนีหายไปตั้งแต่โดนคุณครามไล่ตะเพิดออกไปรอบก่อนเสียอีก หรือว่าติดใจรสชาติความอัปยศ จนต้องถ่อสังขารกลับมาให้เขาเหยียบซ้ำอีกรอบกันแน่" รินทร์สวนกลับทันควัน น้ำเสียงเจือความเย้ยหยันแบบไม่คิดจะไว้หน้าใครทั้งสิ้น "ปากดีไม่เปลี่ยนเลยนะครับ รินทร์... น่าเสียดาย ที่เด็กก้นครัวอย่างเธอไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะยืนหายใจร่วมห้องกับฉันด้วยซ้ำในตอนนี้" ธันวาตวัดสายตากลับมามองด้วยความเกลียดชังที่ปิดไม่มิด ก่อนจะหันไปสบตากับร่างสูงใหญ่ของครามที่ยืนนิ่งสนิทอยู่หลังโต๊ะทำงาน บรรยากาศในห้องดิ่งวูบลงจนแทบจะควานหาออกซิเจนไม่เจอ ครามไม่ได้ปริปากพูดอะไรเลยสักคำ ร่างสูงสง่าในชุดสูทสั่งตัดเนี้ยบกริบยืนค้ำโต๊ะทำงานอยู่ ใบหน้าหล่อเหลาคมคายเรียบตึงไร้ระลอกคลื่นแห่งอารมณ์ ดวงตาคมกริบคู่นั้นมืดสนิทจนน่ากลัว สันจมูกโด่งเป็นสันและกรามที่ขบเข้าหากันจนขึ้นสันนูน บ่งบอกว่าความอดทนของเจ้าพ่อมาเฟียผู้เย่อหยิ่งกำลังเดินทางมาถึงขีดจำกัดแล้ว "เอาอะไรมา..." ครามเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงต่ำต้อยติดจะแหบพร่า แต่มันทรงพลังพอกดให้ห้องทั้งห้องเงียบกริบลงทันตาเห็น "แล้วใครอนุญาตให้แกเหยียบเข้ามาในห้องนี้... ธันวา" "โอ๊ะ อย่าเพิ่งทำหน้าตาดุใส่ผมแบบนั้นเลยครับ คุณคราม..." ธันวาไหวไหล่เบาๆ อย่างไม่สะทกสะท้าน เดินดุ่มๆ เข้ามาใกล้โต๊ะทำงานมากขึ้นอีกนิด ก่อนจะโยนซองเอกสารสีน้ำตาลลงบนโต๊ะกระจกเสียงดัง *ปึก!* "ผมแค่เอาของขวัญชิ้นพิเศษ... ที่รับรองว่าคุณเห็นแล้ว จะต้องรีบไล่เด็กปากดีคนนี้ออกไปจากชีวิตแทบไม่ทัน" รินทร์ขมวดคิ้วมุ่น แม้ปากจะเก่งและใจสู้แค่ไหน แต่ลางสังหรณ์บางอย่างก็บอกเขาว่าเอกสารในซองนั้นมันไม่ใช่เรื่องเล่นๆ ก่อนที่ใครจะทันได้เอื้อมมือไปหยิบ ครามกลับเคลื่อนไหวเร็วกว่า ร่างสูงพุ่งเข้าประชิดตัวธันวาด้วยความเร็วสูงราวกับเสือชีตาร์ตะครุบเหยื่อ มือหนาคว้าหมับเข้าที่คอเสื้อของธันวาก่อนจะกระชากลากถูเข้ามาประชิดตัวจนใบหน้าเกือบชนกัน แรงปะทะนั้นรุนแรงจนธันวาหน้าถอดสี ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนก "แกกล้ามากนะ..." ครามเค้นเสียงลอดไรฟัน ดวงตาวาวโรจน์ด้วยเพลิงโทสะที่ถูกจุดจนลุกโชน "คิดว่าตัวเองเป็นใคร ถึงกล้าเอาขยะเปียกๆ ของแกมาปเปื้อนโต๊ะทำงานฉัน!" "อึก... คุณ... คุณคราม ผมหวังดีนะ..." ธันวาพยายามเปล่งเสียงออกมาอย่างยากลำบากเมื่อปลายนิ้วแข็งแกร่งออกแรงรัดรอบคอเสื้อแน่นขึ้นจนหายใจไม่ออก "หวังดีบ้านป้าแกสิ! ไสหัวออกไปก่อนที่ฉันจะสั่งให้ลูกน้องเอาตัวแกไปโยนทิ้งลงแม่น้ำ!" ครามคำรามลั่น ขาดสติจนเผลอใช้กำลังรุนแรงเกินกว่าที่ตั้งใจ มือหนาเหวี่ยงร่างของธันวากระแทกเข้ากับชั้นวางหนังสือด้านข้างอย่างแรงจนข้าวของกระจัดกระจายหล่นระเนระนาด *เพล้ง! แจกันคริสตัลราคาแพงแตกละเอียดไม่เป็นชิ้นดี* ธันวาทรุดฮวบลงไปกองกับพื้น ลมหายใจหอบกระชั้น ใบหน้าซีดเผือดด้วยความหวาดกลัวอย่างแท้จริง เขายกมือขึ้นกุมลำคอตัวเองที่ขึ้นรอยแดงเถือกจากการถูกบีบ ก่อนจะรีบตะเกียกตะกายลุกขึ้นแล้ววิ่งหนีออกจากห้องไปอย่างไม่คิดชีวิต ทิ้งไว้เพียงความเงียบงันที่น่าอึดอัดและเศษซากความเสียหายที่กระจายอยู่บนพื้น ห้องทำงานกลับมาเงียบสนิทอีกครั้ง... รินทร์ยืนนิ่งค้าง มองเหตุการณ์ทั้งหมดด้วยความรู้สึกที่ปะปนกัน หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวไม่ใช่เพราะความกลัวธันวา แต่เป็นเพราะความดิบเถื่อนและแววตาน่ากลัวของคนที่ยืนอยู่ตรงหน้าต่างหาก ครามยืนหอบหายใจหนักหน่วง อกแกร่งกระเพื่อมไหวขึ้นลงตามจังหวะอารมณ์ที่ยังค้างคา ดวงตาคมกริบที่เคยนิ่งสงบ กลับไหวระริกด้วยความรู้สึกบางอย่างที่เจ้าตัวพยายามกดขี่ข่มเหงมันเอาไว้ ร่างสูงค่อยๆ หันกลับมามองรินทร์ที่ยืนกอดอกนิ่งอยู่ บรรยากาศรอบตัวครามเต็มไปด้วยรังสีความน่ากลัวที่แผ่ออกมาจนรินทร์รู้สึกหายใจไม่ทั่วท้อง แต่ด้วยศักดิ์ศรีและความพยองในตัว เด็กหนุ่มจึงเลือกที่จะเชิดหน้าขึ้นสู้สายตา ไม่ยอมแสดงความอ่อนแอให้อีกฝ่ายเห็นเด็ดขาด "มองอะไร..." ครามถามเสียงห้วนจัด น้ำเสียงยังคงเจือไปด้วยโทสะระรอกสุดท้าย "มองคนบ้าอำนาจไงครับ" รินทร์แค่นยิ้มหยัน ทั้งที่ในใจเริ่มหวั่นไหวกับสายตาคู่นั้น "สะใจดีรึยังล่ะครับที่ได้ระบายอารมณ์ใส่คนอื่นแบบนี้? หรือกลัวว่าความลับชั่วช้าอะไรในซองนั้นมันจะแดงขึ้นมา จนต้องรีบฆ่าตัดตอนไล่เขาออกไปก่อนกันแน่?" คำพูดประชดประชันของรินทร์เปรียบเสมือนน้ำมันที่ราดลงบนกองเพลิง ครามที่เพิ่งจะสงบสติอารมณ์ลงได้นิดหน่อย กลับระเบิดโทสะออกมาอีกรอบ ร่างสูงก้าวเท้าเข้าประชิดตัวรินทร์ด้วยความเร็วแสง มือหนาคว้าหมับเข้าที่ต้นแขนเรียวทั้งสองข้างแล้วบีบแน่นด้วยแรงมหาศาลจนรินทร์นิ้วหน้าด้วยความเจ็บปวด "โอ๊ย! เจ็บนะคุณ! ปล่อยผมนะเว้ย!" รินทร์ร้องออกมา เสียงหลงพยายามบิดข้อมือหนีแต่ก็ไม่เป็นผล แรงของมาเฟียหนุ่มมีมากกว่าเขาหลายเท่าตัวนัก "ฉันเตือนนายกี่ครั้งแล้วรินทร์..." ครามก้มหน้าลงมาจนหน้าผากเกือบชิดกัน ลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดริมฝีปากของเด็กหนุ่ม ดวงตาคู่คมจ้องลึกเข้าไปในดวงตากลมโตที่เริ่มคลอด้วยหยาดน้ำใสจากความเจ็บใจ "ทำไมถึงชอบท้าทายความอดทนของฉันนัก! ทำไมถึงชอบพูดจายั่วโมโหให้ฉันต้องเป็นบ้าอยู่เรื่อย!" "ก็เพราะคุณมัน... อื้อ!" รินทร์ยังไม่ทันได้เถียงกลับจนจบประโยค ครามก็ใช้ความเร็วกระชากตัวเด็กหนุ่มเข้าหาอกแกร่ง ก่อนจะประทับริมฝีปากลงมาบดขยี้เรียวปากบางด้วยความโกรธเกรี้ยวและอารมณ์ดิบเถื่อนที่พรั่งพรูออกมาอย่างไร้การควบคุม มันไม่ใช่จูบที่อ่อนโยนหรือฟินจิกหมอนแบบทุกที แต่มันคือจูบแห่งการลงทัณฑ์ จูบที่เต็มไปด้วยความหึงหวง ความโกรธ และความกลัวลึกๆ ที่จะสูญเสียคนตรงหน้าไป รินทร์เบิกตากว้างด้วยความตกใจ พยายามทุบตีอกแกร่งเพื่อประท้วงและกอบโกยอากาศเข้าปอด แต่ครามกลับยิ่งรวบเอวบางเข้ามาแนบชิด ล็อกตัวเขาไว้จนดิ้นไม่หลุด มือหนาข้างหนึ่งเลื่อนขึ้นไปสอดเข้ากับกลุ่มผมนุ่มแล้วกดท้ายทอยให้รับองศาจูบที่หนักหน่วงและเร่าร้อนยิ่งขึ้น เรียวลิ้นร้อนรุกรานเข้ามาตักตวงความหวานอย่างไร้ความปรานี จนรินทร์รู้สึกราวกับสติสตางค์กำลังจะหลุดลอย ร่างกายอ่อนยวบยาบแทบจะทิ้งน้ำหนักลงไปกองกับพื้น ดีที่วงแขนแข็งแกร่งยังคงโอบประคองเอวเขาไว้แน่น เนิ่นนาน... กว่าครามจะยอมผละริมฝีปากออกอย่างอาลัยอาวรณ์ ปล่อยให้รินทร์ได้หอบหายใจโกยกอบโกยออกซิเจนเข้าปอดอย่างน่าเวทนา ริมฝีปากบวมเจ่อแดงก่ำและเปียกชื้นไปด้วยหยาดน้ำใส รินทร์หอบตัวโยน ใบหน้าหวานแดงก่ำลามไปจนถึงใบหู ดวงตากลมโตฉายแววทั้งโกรธ ทั้งช็อก และสั่นไหวระริก เขาเงยหน้าขึ้นมองคนฉวยโอกาสที่ยืนหายใจหอบกระชั้นไม่แพ้กัน สายตาที่มองมาเต็มไปด้วยความสำนึกผิดที่ฉายชัดขึ้นมาวูบหนึ่ง ก่อนจะถูกกลบเกลื่อนด้วยความดื้อรั้นตามนิสัย "คุณ... คุณมัน..." รินทร์ยกมือขึ้นเช็ดริมฝีปากตัวเองแรงๆ น้ำตาคลอเบ้าด้วยความคับ ครามมองร่องรอยความช้ำที่เขาเป็นคนฝากไว้บนริมฝีปากนั้น หัวใจกระตุกวูบด้วยความสำนึกผิดที่ตีตื้นขึ้นมาจุกอก มือหนาที่เพิ่งทำร้ายรินทร์เมื่อครู่ค่อยๆ ยกขึ้นอย่างลังเล หมายจะเอื้อมไปแตะแก้มเนียนเพื่อปลอบประโลม "รินทร์... ฉัน..." ครามเอ่ยเสียงแผ่วเบา ดวงตาคู่คมฉายแวววอนขอความเห็นใจเป็นครั้งแรกในชีวิต ทว่า... ก่อนปลายนิ้วของครามจะทันได้สัมผัสแก้มของเด็กหนุ่ม *ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!* เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้งติดกันอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย ก่อนที่บานประตูห้องทำงานจะค่อยๆ ถูกผลักเปิดออกเผยให้เห็นร่างของใครบางคนก้าวเข้ามา พร้อมกับรอยยิ้มเย็นเยียบที่ทำให้ทั้งห้องดิ่งจมลงสู่ความหนาวยะเยือก "ขอโทษที่ขัดจังหวะสวีทนะครับ... แต่ดูเหมือนว่า 'ความลับ' ที่ฉันถือมา จะสนุกกว่าเรื่องบนเตียงพวกนี้เยอะเลยนะ" --- (ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างและสนับสนุน "ดาร์กไนท์" เสมอมานะครับ!)
สารจากนักเขียน (ดาร์กไนท์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณหนูครับ... อย่าดื้อกับผม นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%