คุณหนูครับ... อย่าดื้อกับผม•ตอนที่ 12

อดีตที่หวนคืน

ผลงานโดย ดาร์กไนท์
เสียงปรบมือเบา ๆ แกล้งทำเป็นจังหวะเพลงwaltz ดังขึ้นแทรกบรรยากาศอึมครึมในห้องโถงใหญ่ รินทร์ไม่อาจละสายตาจากชายหนุ่มร่างโปร่งในชุดสูทสั่งตัดเข้ารูปที่ก้าวเข้ามาอย่างคุ้นเคย กลิ่นน้ำหอมแบรนด์หรูราคาแพงลอยปะทะจมูก—กลิ่นเดียวกับที่เขาเคยเห็นในอัลบั้มรูปเก่า ๆ บนโต๊ะทำงานของคราม ธันวา... บุคคลที่ควรจะฝังกลบไว้ในอดีต กลับมายืนยันตัวตนอยู่ตรงหน้า พร้อมรอยยิ้มมุมปากที่แฝงความเยาะหยันแบบที่ต่อให้พยายามมองโลกในแง่ดีแค่ไหนก็หาความจริงใจไม่เจอ "อุ๊ย... ดูเหมือนฉันจะเข้ามาขัดจังหวะเวลาสวีทหวานเลี่ยนของพวกนายสินะครับ" ธันวาเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ทว่าบาดลึก รอยยิ้มเคลือบยาพิษนั้นส่งตรงมายังรินทร์ที่ยืนตัวเกร็งอยู่ข้างกายคราม "พอดีผมลืมของสำคัญไว้... เอ... หรือว่าของชิ้นนั้นคือ 'หัวใจ' ของคราม ที่เมื่อก่อนเคยเป็นของผมกันแน่นะ?" ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ อุณหภูมิรอบตัวราวกับดิ่งลงจนติดลบ รินทร์แค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตากลมโตหรี่ลงอย่างไม่คิดจะไว้หน้า เขาสBชิดกับความรู้สึกหงุดหงิดที่พุ่งพล่านขึ้นมาถึงขั้วหัวใจไม่ใช่เพราะหึงหวง แต่เพราะเกลียดพวกชอบทำตัวเป็นเจ้าข้าวเจ้าของของคนอื่น หน้าด้านไร้ยางอายโดยไม่ดูตาม้าตาเรือ "อุ๊ยเหมือนกันครับ" รินทร์ก้าวออกมายืนบังรัศมีของครามเล็กน้อย เชิดหน้าขึ้นท้าทายด้วยรอยยิ้มหวานหยดที่พร้อมจะจิกกัดให้จมดิน "นึกว่าใครที่ไหน เดินเข้ามาหน้าตาเฉยแบบนี้ นึกว่าหมาหลงเข้าบ้านซะอีก... แต่พอดูดี ๆ แล้ว น่าจะเป็นหมาตัวเก่าที่เจ้าของเขาเบื่อจนเตะโด่งออกไปมากกว่า ถึงได้กล้ากลับมาเห่าหาเศษเนื้อข้างบ้านแบบนี้" ธันวาหุบยิ้มทันที ดวงตาคู่คมวาวโรจน์ขึ้นด้วยความไม่พอใจ รอยยิ้มเสแสร้งเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความเย็นชา "ปากเก่งไม่เบานี่ครับ... สมแล้วล่ะมั้งที่ครามเก็บไว้แก้เหງาแก้ขัดช่วงนี้ แต่ก็นะ ของเกรดตลาดนัด ต่อให้เอามาใส่เพชรประดับยังไง มันก็ไม่มีวันมีค่าเท่าของแท้ที่เคยอยู่บนเรือนร่างของเขาหรอกครับ" "หรอครับ?" รินทร์สวนกลับทันควันโดยไม่ต้องคิด เสียงหัวเราะในลำคอของเด็กหนุ่มเต็มไปด้วยความเย้ยหยัน "แต่เท่าที่ผมเห็น... ของแท้ที่คุณว่าเนี่ย เขาถูกโยนทิ้งลงถังขยะไปนานจนขึ้นราแล้วมั้งครับ ถึงได้ต้องเดินเร่ร่อนกลับมาขอส่วนบุญถึงคฤหาสน์คนอื่นเขาแบบนี้ หน้าด้านหน้าทนดีจังนะครับ นับถือ ๆ" "รินทร์" เสียงทุ้มต่ำที่กดต่ำจนน่ากลัวเอדขึ้น ครามขยับตัว กลิ่นอายความเป็นมาเฟียแผ่ซ่านออกมารอบตัวจนบรรยากาศน่าอึดอัดยิ่งกว่าเดิม ร่างสูงใหญ่ก้าวเข้ามาประชิดตัวรินทร์ มือหนายื่นมาโอบเอวสอบไว้หลวม ๆ ไม่ใช่การห้ามปราม แต่เป็นการประกาศความเป็นเจ้าของอย่างชัดเจนโดยไม่ต้องเอ่ยปาก รินทร์ชะงักไปเล็กน้อย เหล่ตามองคนข้างกายที่ใบหน้าเรียบตึงจนน่ากลัว ดวงตาคมกริบของครามไม่ได้มองรินทร์ แต่กำลังจ้องเขม็งไปยังธันวา ราวกับเสือร้ายที่กำลังจ้องเหยื่อผู้โชคร้ายซึ่งกล้าล้ำเส้นเข้ามาในอาณาเขต "นายกล้ามากนะ... ธันวา" น้ำเสียงของครามเรียบนิ่ง เยียบเย็น ไร้ซึ่งความไวดับระอุใด ๆ แต่มันกลับทรงพลังจนทำให้คนที่ได้ฟังต้องขนลุกซู่ ธันวากลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ รอยยิ้มมั่นใจเมื่อครู่เริ่มสั่นคลอนเล็กน้อยเมื่อสบเข้ากับดวงตาคู่นั้น "คราม... ผมแค่..." "ฉันจำได้ว่าเราเคลียร์กันชัดเจนหมดแล้ว ตั้งแต่วันที่นายเลือกจะเดินออกไปจากชีวิตฉันเอง" ครามพูดแทรกขึ้น น้ำเสียงกดดันและเฉียบขาด "และที่นี่... ก็ไม่ใช่ที่ที่คนทรยศจะเหยียบย่ำเข้ามาได้ตามอำเภอใจ ถ้าไม่อยากให้ฉันสั่งบอดี้การ์ดโยนหัวนายออกไปจริง ๆ ก็ไสหัวออกไปซะ" คำพูดนั้นเฉียบคมราวกับใบมีดโกน ธันวากัดริมฝีปากแน่นจนซีดเผือด ความอับอายและโกรธเกรี้ยวฉายชัดขึ้นทางแววตา เขากวาดสายตามองครามและรินทร์ที่ยืนเคียงคู่กันอย่างสนิทสนม ก่อนจะแค่นหัวเราะออกมาเบา ๆ เพื่อกลบเกลื่อนความพ่ายแพ้ "หึ... หลงเด็กมันเข้าล่ะสิครับคราม ระวังเถอะ... เด็กมันจะแว้งกัดเอาสักวัน เพราะสันดานของคนที่ถูกเก็บมาจากข้างถนน ยังไงก็ไม่มีวันเปลี่ยนเป็นลูกคุณหนูผู้ดีได้หรอก!" *ปัง!* เสียงตบโต๊ะทำงานไม้เนื้อดีดังสนั่นลั่นห้อง รินทร์สะดุ้งเฮือกด้วยความตกใจ ขณะที่ครามพุ่งพรวดเข้าประชิดตัวธันวาด้วยความเร็วสูงจนมองแทบไม่ทัน มือหนากระชากคอเสื้อสูทของธันวาขึ้นจนปลายเท้าอีกฝ่ายแทบจะลอยเหนือพื้น ใบหน้าของมาเฟียหนุ่มบึ้งตึง ดวงตาแดงก่ำด้วยโทสะที่ระเบิดออก "อย่ามาลามปามคนของฉัน!" ครามคำรามต่ำในลำคอ น้ำเสียงทรงพลังที่สะท้อนความคลั่งรักและความเดือดดาลออกมาจนน่ากลัว "ถ้าปากเน่า ๆ ของนายยังกล้าเอ่ยถึงรินทร์ในทางเสื่อมเสียอีกแม้แต่คำเดียว... ฉันนี่แหละจะส่งนายไปลงนรกด้วยมือของฉันเอง!" ธันวาหน้าซีดเผือด หายใจติดขัด ยามเมื่อถูกแรงบีบมหาศาลกดดัน เขารู้ดีว่าครามไม่ได้ขู่... ผู้ชายคนนี้พูดจริงทำจริงเสมอ รินทร์ยืนมองเหตุการณ์ตรงหน้าด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวอย่างควบคุมไม่ได้ ไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เป็นความรู้สึกแปลกประหลาดที่ตีรวนอยู่ในอก—ผู้ชายปากร้าย เย็นชา และเอาแต่ใจอย่างคราม... กำลังปกป้องเขา จากคำดูถูกของคนอื่นอย่างสุดกำลัง "คราม... พอเถอะครับ" รินทร์เอ่ยเบา ๆ พร้อมกับเอื้อมมือไปแตะแขนแกร่งของคนรักไว้ "ปล่อยมันไปเถอะครับ ขยะมูลฝอย... เอามาไว้ใกล้ตัวเดี๋ยวจะเหม็นติดมือเปล่า ๆ" คำพูดกัดเจ็บของรินทร์ทำให้ธันวาถลึงตาใส่ด้วยความแค้นเคืองสุดขีด ครามเหลือบมองเด็กหนุ่มข้างกายแวบหนึ่ง ก่อนจะผ่อนลมหายใจร้อนผ่าวออกมาแล้วผลักร่างของธันวากระเด็นถอยหลังไปจนเกือบล้ม "ไสหัวไป!" ครามตวาดลั่น "แล้วอย่าให้ฉันเห็นหน้าสุนัขลอบกัดอย่างนายที่นี่อีกเป็นครั้งที่สอง!" ธันวากัดฟันกรอดด้วยความเจ็บใจ เขาจัดเสื้อผ้าให้เข้าที่ ยิงสายตาอาฆาตมาดร้ายมาที่รินทร์ครั้งหนึ่งก่อนจะหมุนตัวเดินสาวเท้าก้าวออกไปจากคฤหาสน์อย่างรวดเร็ว เสียงประตูปิดลงดังปัง เป็นอันสิ้นสุดความวุ่นวายชั่วคราว ความเงียบสงบกลับมาเยือนห้องโถงอีกครั้ง รินทร์ถอนหายใจออกมาเบา ๆ ผ่อนคลายความตึงเครียดที่เกาะกินจิตใจเมื่อครู่ลงได้บ้าง เขากำลังจะหันไปเอ่ยปากแซวคนข้างกายที่ยังคงยืนหน้าตึงอยู่ แต่ทว่า... หมับ! เอวบางถูกรวบเข้าหาตัวอย่างแรงในเสี้ยววินาที ร่างโปร่งของรินทร์เซถลาเข้าไปปะทะกับแผงอกกว้างของครามอย่างจังจนลมหายใจสะดุด "คราม! ทำบ้าอะไรเนี่ย ตกใจหมด..." รินทร์อุทานเสียงหลง เงยหน้าขึ้นต่อว่า แต่คำพูดทั้งหมดก็ต้องกลืนหายกลับลงไปในลำคอ เมื่อดวงตาคมกริบของคนตรงหน้าจดจ้องมองมาด้วยประกายแสงที่ร้อนแรงยิ่งกว่าไฟ ครามไม่ปล่อยให้รินทร์ได้ตั้งตัว ใบหน้าหล่อเหลาโน้มลงมาใกล้จนปลายจมูกชนกัน ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดริมฝีปากของเด็กหนุ่มจนสั่นสะท้าน "เมื่อกี้พูดว่าอะไรนะ?" เสียงทุ้มแหบพร่ากระซิบชิดริมฝีปาก แววตาของมาเฟียหนุ่มเต็มไปด้วยความคลั่งรักและหวงแหนอย่างปิดไม่มิด "ใครคือขยะมูลฝอย... แล้วใครคือคนที่ครามคนนี้หวงนักหวงหนา หืม... เด็กดื้อ?" รินทร์ใจเต้นรัว แรงปะทะจากสายตาคู่นั้นทำเอาสมองตื้อตันไปหมด ปากเก่ง ๆ ที่เคยใช้เถียงฉลาดเป็นกรดเมื่อครู่กลับถูกล็อกไว้ด้วยความใกล้ชิดที่อันตรายเกินต้านทาน "ผม... ผมไม่ได้หมายถึงตัวเองสักหน่อย..." รินทร์หลบสายตา ใบหน้าร้อนผ่าวขึ้นสีแดงจัดอย่างควบคุมไม่ได้ ครามหัวเราะในลำคออย่างอารมณ์ดี มือหนาเลื่อนขึ้นมาประคองแก้มเนียนบังคับให้รินทร์ต้องสบตาเขาตรง ๆ นิ้วโป้งลูบไล้ริมฝีปากนุ่มเบา ๆ อย่างหลงใหล "ปากดีแบบนี้... ต้องโดนทำโทษสักหน่อยแล้วมั้งครับ" ครามกระซิบเสียงพร่า ริมฝีปากหยักลึกเคลื่อนเข้ามาใกล้เรียวปากของรินทร์มากขึ้นเรื่อย ๆ จนแทบจะแนบชิด ทว่า... ในวินาทีที่ริมฝีปากของทั้งคู่กำลังจะแตะกัน เสียงฝีเท้าหนัก ๆ พร้อมกับเสียงเคาะประตูดังขึ้นขัดจังหวะอย่างไม่รู้กาลเทศะ "นายครับ! เกิดเรื่องใหญ่แล้วครับ!" เสียงของลูกน้องคนสนิทตะโกนแทรกเข้ามาพร้อมกับบานประตูห้องที่ถูกผลักเปิดผางอย่างรีบร้อน ครามชะงักกึก ดวงตาคมกริบตวัดกลับไปมองที่ประตูด้วยความหงุดหงิดถึงขีดสุดที่ถูกขัดจังหวะสำคัญ รินทร์อาศัยจังหวะชุลมุนดันอกคนพี่ให้ออกห่างแล้วหันไปมองทางผู้มาใหม่ ลูกน้องหนุ่มยืนหอบหายใจโยน เอกสารในมือสั่นเทา สีหน้าซีดเผือกราวกับเห็นผี "มีอะไร?" ครามเค้นเสียงถามด้วยความไม่พอใจ "คือ... ทางเขตแจ้งมาว่า โฉนดที่ดินผืนสุดท้ายของคุณพ่อคุณรินทร์... ถูกธันวาซื้อต่อไปหมดแล้วครับ... และตอนนี้... มันกำลังจะสั่งรื้อถอนบ้านหลังนั้นทันทีครับนาย!" รินทร์เบิกตากว้าง ร่างกายชาวาบไปทั้งตัว สมองขาวโพลนในพริบตาเดียว ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ติดตามและสนับสนุน "ดาร์กไนท์" มาโดยตลอดนะครับ เจอกันตอนหน้าครับ!
สารจากนักเขียน (ดาร์กไนท์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณหนูครับ... อย่าดื้อกับผม นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%