นางร้ายสายเปย์กับมหาเศรษฐีร้อยเล่มเกวียน•ตอนที่ 2

มิติลับและสมบัติล้ำค่าที่ซ่อนอยู่

ผลงานโดย เอวาลินน์ปลายพู่กัน
"ถ้าท่านดยุกยังทรงถือวิสาสะก้าวเข้ามาอีกเพียงก้าวเดียว เกรงว่ากระหม่อม—อภัยค่ะ เกรงว่าดิฉันคงต้องคิดว่าท่านกำลังพยายามส่งสัญญาณขอความช่วยเหลือจากกองอัศวินหลวงเสียแล้วนะคะ" ซุ่มเสียงหวานใสแต่เย็นเฉียบราวกับน้ำค้างแข็งในฤดูเหมันต์ดังขึ้น ขัดจังหวะการเคลื่อนไหวของร่างสูงสง่าที่หยุดชะงักลงตรงหน้าต่างบานกว้าง เซราฟิน่ายืนกอดอกพิงชั้นหนังสือโบราณ นัยน์ตาคู่คมกริบราวกับอัญมณีเจียระไนสะท้อนเงาแสงจันทร์และประกายไฟจากเตาผิง เธอไม่ได้แสดงอาการตื่นตระหนกแม้แต่น้อย แม้ว่าผู้ชายที่ยืนอยู่ตรงหน้าเธอในยามวิกาลเช่นนี้ จะเป็นถึง "ดยุกอัลสแตน" มหาเศรษฐีผู้กุมเส้นเลือดใหญ่ทางเศรษฐกิจและอำนาจมืดครึ่งค่อนจักรวรรดิก็ตาม ชายหนุ่มหยุดฝีเท้าลงตามคำประกาศิต รอยยิ้มมุมปากหยักลึกปรากฏขึ้นอย่างนึกสนุก นัยน์ตาคมกริบสีนิลกวาดสำรวจร่างบางในชุดคลุมกำมะหยี่สีเขียวมรกตเข้ม เธอไม่ได้ดูเหมือนคุณหนูตกอับที่กำลังจะสูญเสียทุกอย่างให้แก่ญาติผู้พี่จอมโลภอย่างมาดามคอลลินเลยสักนิด ทว่ากลับดูคล้ายพญาหงส์ที่กำลังซ่อนกรงเล็บแหลมคมรอวันขย้ำเหยื่อเสียมากกว่า "ฝีתการเจรจาของเลดี้เซราฟิน่ายังคงคมกริบไม่เปลี่ยน... น่าเสียดายที่ข่าวลือเรื่องสติปัญญาที่ถดถอยของเธอก่อนหน้านี้ ดูจะเป็นการตบตาที่แนบเนียนเกินไปเสียหน่อย" อัลสแตนเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำทรงเสน่ห์ เขาก้าวถอยหลังหนึ่งก้าวเพื่อแสดงมารยาท แต่สายตากลับไม่ละไปจากใบหน้าหวานหยาดเยิ้มที่เต็มไปด้วยความระแวดระวังเลยแม้แต่น้อย "ข้าไม่ได้มาในฐานะศัตรู... และคิดว่าสินค้าล็อตใหม่จากแดนไกลที่เธอแอบซุกซ่อนไว้ในห้องใต้ดิน น่าจะสนใจพันธมิตรที่มีเงินทุนหนาพอจะซื้อได้ทั้งตลาด มากกว่าจะเก็บมันไว้ขึ้นสนิมเล่นหรอกนะ" คำพูดนั้นทำให้หัวใจของเซราฟิน่ากระตุกวูบไปชั่วขณะ ดวงตาคู่สวยหรี่ลงเล็กน้อย... *เขารู้เรื่องมิติลับได้อย่างไร?* นี่คือความลับสูงสุดที่เธอเพิ่งค้นพบหลังจากทะลุมิติเข้ามาอยู่ในร่างนี้ได้ไม่ถึงสัปดาห์ สมบัติและคลังสินค้าจากต่างมิติที่เชื่อมต่อกับระบบการค้าโบราณ ซึ่งถูกผนึกไว้ด้วยเลือดและพันธะสัญญาแห่งบรรพบุรุษ เป็นไพ่ตายใบสุดท้ายที่จะใช้กอบกู้ตระกูลและตบหน้าพวกที่จ้องจะสูบเลือดเนื้อเธอให้ล่มจม การที่อัลสแตนล่วงรู้ถึงการมีอยู่ของมันหมายความว่าอำนาจของเขานั้นหยั่งรากลึกเกินกว่าที่เธอคาดคิดไว้มาก "ท่านดยุกช่างรอบรู้เสียจริง... แต่ของมีค่า ย่อมคู่ควรกับผู้ที่รู้คุณค่าและมี 'ราคา' ที่มากพอจะจ่าย" เซราฟิน่าเชิดหน้าขึ้น รอยยิ้มพรายปรากฏบนเรียวปากอิ่มสีชาด "หากท่านสนใจสินค้าในอาณัติของดิฉัน พรุ่งนี้เช้าที่งานประมูลอัญมณีหลวง ดิฉันยินดีเปิดโต๊ะเจรจาเป็นการส่วนตัว แต่ตอนนี้... ขอความกรุณาเชิญท่านออกทางประตูหลักให้สมเกียรติยศของท่านด้วยค่ะ เพราะดิฉันต้องการเวลาพักผ่อน" อัลสแตนหัวเราะในลำคอเบาๆ อย่างนึกขันในความอวดดีของหญิงสาว ก่อนที่ร่างสูงใหญ่จะหายวับไปจากกรอบหน้าต่างอย่างไร้ร่องรอย ราวกับสายลมยามค่ำคืนที่พัดผ่านเข้ามาแล้วจางหายไป เมื่อความเงียบสงบกลับคืนมาอีกครั้ง เซราฟิน่าจึงผ่อนลมหายใจยาวเหยียด เธอยกมือขึ้นแตะสร้อยคอรูปทรงหยดน้ำบนไหปลาร้า ทันใดนั้น แสงสีฟ้าครามจางๆ ก็สว่างวาบขึ้น พร้อมกับบรรยากาศรอบตัวที่บิดเบี้ยวเป็นระลอกคลื่น ก่อนที่ร่างของเธอจะหายไปจากห้องนอนหรูหรา และปรากฏตัวขึ้นอีกครั้งใน "มิติลับ" ส่วนตัว กลิ่นหอมหวานของอัญมณีบริสุทธิ์และสมุนไพรหายากโชยเข้าจมูกทันทีที่ก้าวเท้าเข้ามา มิติลับแห่งนี้มีขนาดกว้างใหญ่ราวกับห้องโถงคลังสมบัติของกษัตริย์ ชั้นวางคริสตัลใสทอดยาวสุดสายตา บนนั้นเต็มไปด้วยขวดแก้วบรรจุหยาดน้ำค้างจากต้นไม้โบราณในมิติที่สาบสูญ แร่โอปอลเรืองแสงที่สามารถให้พลังงานความร้อนได้ตลอดทั้งปี และที่สำคัญที่สุดคือ "กล่องอัญมณีดารา" ที่บรรจุเพชรดิบเจียระไนด้วยมือจากช่างฝีมือต่างมิติ ซึ่งมีมูลค่าเทียบเท่ากับเมืองทั้งเมือง "หึ... มาdามคอลลินกับเลดี้เบียทริซ์อยากได้คฤหาสน์หลังนี้ดีนักใช่ไหมคะ? งั้นก็เชิญรับหนี้สินก้อนโตที่ข้าจะโยนให้เป็นของขวัญต้อนรับการมาเยือนก็แล้วกัน" เซราฟิน่าเดินตรวจตราสินค้าล็อตแรกที่จะนำออกไปประมูลในวันพรุ่งนี้ เธอหยิบม้วนกระดาษหนังแก้วโบราณขึ้นมาจดบันทึกราคาและต้นทุนด้วยความคล่องแคล่ว ทุกตัวอักษรที่เธอเขียนเต็มไปด้วยความมุ่งมั่นที่จะพลิกฟื้นตระกูล และการเอาคืนญาติจอมปลอมที่เคยเหยียบย่ำเจ้าของร่างเดิมอย่างเลือดเย็น การค้าขายในโลกนี้กำลังจะเปลี่ยนมือ และผู้ที่จะกุมกฎเกณฑ์ทั้งหมด... คือเธอคนนี้ ผ่านไปร่วมชั่วยาม เซราฟิน่าจัดเตรียมสินค้าสำหรับงานประมูลวันพรุ่งเสร็จสิ้น เธอเลือกอัญมณีสีเพลิง "ทับทิมโลหิตบูรพา" ที่มีคุณสมบัติพิเศษในการรักษาอาการพิษขั้นรุนแรง ซึ่งเป็นสิ่งที่บรรดาขุนนางชั้นสูงและราชวงศ์ต่างไขว่คว้าหามาครอบครอง สินค้าชิ้นนี้ชิ้นเดียวก็เพียงพอที่จะทำให้ตระกูลเซราฟิน่ากลับมายืนหยัดอยู่บนจุดสูงสุดของสังคมชั้นสูงได้อย่างสง่างามอีกครั้ง หญิงสาวแย้มยิ้มด้วยความพึงพอใจ ก่อนจะสะบัดมือเพื่อปิดมิติลับและเตรียมตัวกลับออกไปพักผ่อนเพื่อรับมือกับศึกหนักในวันรุ่งขึ้น ทว่า... ในจังหวะที่แสงสีฟ้าครามกำลังจะเลือนหายไป เสียงฝีเท้าหนักแน่นคู่หนึ่งก็ดังขึ้นกังวานมาจากมุมมืดสุดของคลังสินค้าในมิติลับ ซึ่งควรจะมีแค่เธอเพียงผู้เดียวที่เข้าออกได้! เซราฟิน่าชะงักกึก หัวใจหล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่ม เธอรีบหันขวับกลับไปมองยังต้นเสียงทันที ร่างสูงโปรดปรานในชุดสูทคลุมสีดำสนิทของบุรุษผู้ไม่ควรจะอยู่ที่นี่ กำลังยืนพิงชั้นวางแร่โอปอลเรืองแสงด้วยท่าทางสบายอารมณ์ นัยน์ตาคมกริบสีนิลคู่นั้นพราวระยับด้วยประกายความเจ้าเล่ห์ รอยยิ้มมุมปากของเขายกขึ้นอย่างมีความหมาย ขณะที่นิ้วเรียวยาวกำลังหมุน "แหวนตราประจำตระกูล" ของเธอเล่นอย่างถือวิสาสะ "ประตูทางเข้ามิติลับของเลดี้เซราฟิน่า... ระบบรักษาความปลอดภัยยอดเยี่ยมมากจริงๆ ครับ" เสียงทุ้มต่ำทรงเสน่ห์เอ่ยกระซิบเบาๆ ราวกับเสียงกระซิบจากซาตาน "แต่ดูเหมือนว่าเธอจะลืมไปอย่างหนึ่งนะ... ว่ากุญแจดอกแรกที่เปิดประตูนี้ได้จริงๆ คือโลหิตใน1รอยสักรูปมังกรบนแผ่นหลังของข้าต่างหากล่ะ" ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ติดตามและสนับสนุนเอวาลินน์ปลายพู่กันเสมอนะคะ
สารจากนักเขียน (เอวาลินน์ปลายพู่กัน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง นางร้ายสายเปย์กับมหาเศรษฐีร้อยเล่มเกวียน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%