นางร้ายสายเปย์กับมหาเศรษฐีร้อยเล่มเกวียน•ตอนที่ 3

เปิดฉากตบหน้าญาติจอมสูบเลือด

ผลงานโดย เอวาลินน์ปลายพู่กัน
เสียงกระซิบอันแผ่วเบาและทุ้มต่ำของดยุกอัลสแตนที่ยังคงก้องกังวานอยู่ในห้วงความทรงจำ ยิ่งทำให้แผ่นหลังภายใต้ชุดกระโปรงผ้าไหมปักดิ้นทองของเซราฟิน่ายืดตรงขึ้นอย่างท้าทาย... *โลหิตในรอยสักรูปมังกรอย่างนั้นหรือ? ชายผู้กุมอำนาจครึ่งหนึ่งของจักรวรรดิผู้นี้ ช่างกำหนดยุทธวิธีในการรุกคืบได้แนบเนียนจนน่าโมโหเสียจริง* ทว่า ในเวลานี้ ไม่มีเวลาให้เซราฟิน่ามานั่งขบคิดถึงรอยปริศนาบนแผ่นหลังของสามี (ในนาม) จอมเจ้าเล่ห์ผู้นั้นอีกต่อไปแล้ว เพราะเสียงทุบประตูคฤหาสน์ตระกูลวาลเลนเบิร์กที่ดังโครมครามราวกับแผ่นดินจะถล่ม ได้ดึงสติเธอกลับสู่ความเป็นจริงอันโหดร้ายในปัจจุบันเสียก่อน "เปิดประตูเดี๋ยวนี้! นังเด็กไม่รักดี! เจ้าคิดจะหลบหนีหนี้สินที่บิดามารดาผู้ล่วงลับของเจ้าทิ้งไว้หรือยังไง!" เสียงแหลมสูงที่เจือด้วยความกระหายอยากและอำนาจดิบเถื่อนดังทะลุประตูไม้โอ๊กหนาเข้ามา ไม่ต้องเดาก็รู้ว่าเป็นเสียงของ "มาดามคอลลิน" ป้าผู้เคยสูบเลือดสูบเนื้อตระกูลนี้มานานหลายปี พร้อมด้วย "เลดี้เบียทริซ์" ลูกพี่ลูกน้องหน้าเนื้อใจเสือที่ยืนยิ้มเยาะรออยู่เบื้องหลัง เซราฟิน่าสูดหายใจเข้าลึกๆ กลิ่นอายของความหรูหราและความเย็นชาปรากฏขึ้นบนใบหน้าเรียวสวยได้รูป ดวงตากลมโตคู่คมกวาดมองเอกสารทางบัญชีที่เพิ่งดึงออกมาจากมิติลับสินค้าล้ำค่า มุมปากสีชาดแย้มยิ้มขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มที่ทำให้คนที่รู้จักเธอดีต่างรู้ว่า... พายุลูกใหญ่กำลังจะกวาดล้างพวกปลิงดูดเลือดให้สิ้นซากแล้ว ก๊อก! เซราฟิน่าโบกมือเพียงครั้งเดียว บานประตูไม้โอ๊กหนักอึ้งก็เปิดผางออกด้วยกลไกเวทมนตร์ภายในบ้านที่ถูกปลุกให้ตื่นขึ้น ภาพของมาดามคอลลินที่ยกมือขึ้นทำท่าจะทุบประตูซ้ำจึงค้างเติ่งอยู่กลางอากาศ หน้าตาของหญิงสูงวัยบิดเบี้ยวด้วยความตกใจและเก้อเขิน "อุ๊ย ตายจริง... มาดามคอลลินผู้สูงส่ง ถึงกับต้องลดตัวมาเคาะประตูบ้านของหลานสาวด้วยความรุนแรงถึงเพียงนี้เชียวหรือคะ? เกรงว่าเกียรติยศของตระกูลสามีท่านจะแปดเปื้อนเอาเสียเปล่าๆ" เซราฟิน่าเอ่ยทักทายด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าเฉียบคมจนคนฟังถึงกับสะดุ้งโหยง มาดามคอลลินหน้าแดงก่ำด้วยความโกรธ นางสะบัดกระโปรงผ้าแพรราคาแพงแล้วเดินดุ่มๆ เข้ามาในห้องโถงใหญ่ โดยมีทนายความประจำตระกูลและผู้ติดตามร่างกำยำอีกสองคนเดินตามติดเข้ามาด้วยท่าทีคุกคาม เลดี้เบียทริซ์เดินตามเข้ามาพร้อมกับรอยยิ้มเยาะเย้ยถนัดตา กวาดสายตาดูลานบ้านและเครื่องเรือนราวกับกำลังสำรวจทรัพย์สินของตนเองล่วงหน้า "ไม่ต้องมาปากดี เซราฟิน่า!" มาดามคอลลินกระแทกเสียงใส่ พร้อมกับตบเอกสารปึกหนาลงบนโต๊ะรับแขกไม้เนื้อแข็ง "สัญญาเงินกู้จำนวนสามหมื่นเหรียญทองที่พ่อแม่ของเจ้ากู้ยืมจากตระกูลเราเมื่อห้าปีก่อน ถึงกำหนดชำระคืนในวันนี้! และเนื่องจากเจ้าไม่มีปัญญาหาเงินจำนวนมหาศาลนี้มาคืน... ตามกฎหมายแล้ว ที่ดินทำกินและคฤหาสน์หลังนี้ รวมถึงสิทธิ์ในการครอบครองเหมืองอัญมณีทางตอนเหนือ จะต้องตกเป็นของข้าทันที!" ความโลภฉายชัดอยู่ในแววตาคู่เล็กที่หรี่มองเซราฟิน่าอย่างสมเพชเวทนา เบียทริซ์ลูกสาวตัวดีรีบเสริมขึ้นทันทีด้วยน้ำเสียงดัดจริต "ใช่ค่ะพี่เซราฟิน่า... พี่ควรจะเจียมตัวแล้วรีบเซ็นสิทธิ์ยกสมบัติเหล่านี้ให้ท่านแม่เสียแต่โดยดี ดีเสียอีกที่พวกเรายังเมตตาให้พี่มีที่ซุกหัวนอนในเรือนคนรับใช้ท้ายคฤหาสน์ ไม่เช่นนั้น พี่คงต้องไปเร่ร่อนขอทานข้างถนนเป็นแน่ค่ะ" บรรยากาศในห้องโถงเงียบงันลงชั่วขณะ ทนายความประจำตระกูลของมาดามคอลลินก้าวออกมาข้างหน้า พร้อมกับยื่นปากกาขนนกที่จุ่มหมึกดำสนิทมาตรงหน้าเซราฟิน่าด้วยท่าทีวางอำนาจ "เชิญลงชื่อตรงนี้ได้เลยครับ เลดี้เซราฟิน่า ทางเราได้เตรียมพยานและเอกสารโอนกรรมสิทธิ์ไว้อย่างถูกต้องตามกฎหมายทุกประการ" เซราฟิน่ายังคงนั่งไขว่ห้างอยู่บนเก้าอี้กำมะหยี่สีแดงเพลิงอย่างสง่างาม เธอมองปากกาขนนกที่ยื่นมาตรงหน้าสลับกับใบหน้ายิ้มเยาะของมาดามคอลลินและเบียทริซ์ ดวงตาคู่คมฉายแววขบขันระคนสมเพช เธอไม่ได้แสดงอาการตื่นตระหนก หวาดกลัว หรือร้องไห้คร่ำครวญอย่างที่พวกมันวาดภาพไว้เลยแม้แต่น้อย มือเรียวบางเอื้อมไปหยิบเอกสารสัญญาเงินกู้ปึกนั้นขึ้นมาพลิกดูทีละหน้าอย่างใจเย็น ราวกับกำลังตรวจดูสินค้าในตลาดประมูล ไม่มีความเร่งรีบ ทว่าทุกอากัปกิริยากลับกดดันให้คนมองรู้สึกหายใจไม่ทั่วท้อง "สามหมื่นเหรียญทอง..." เซราฟิน่าทวนตัวเลขด้วยน้ำเสียงกังวานใส "เป็นจำนวนเงินที่ไม่น้อยเลยนะคะสำหรับตระกูลคอลลินที่ช่วงหลังมานี้ กิจการค้าผ้าไหมเริ่มประสบปัญหาขาดทุน จนต้องแอบเอาเครื่องประดับของบรรพบุรุษไปจำนำ" คำพูดแทงใจดำนั้นทำให้สีหน้าของมาดามคอลลินเปลี่ยนสีทันที นางกรีดร้องเสียงแหลม "เหลวไหล! เจ้ากล้าดียังไงมากล่าวหาข้า! เอาสัญญามานี่! อย่ามาถ่วงเวลา รีบเซ็นชื่อแล้วไสหัวไปจากบ้านของข้าได้แล้ว!" "ช้าก่อนสิคะท่านป้า... ของแบบนี้ จะกินหรือจะกลืน ก็ต้องเคี้ยวให้ละเอียดเสียก่อน มิฉะนั้นอาจจะติดคอจนตายเอาได้ง่ายๆ นะคะ" เซราฟิน่าแย้มยิ้มหวานหยด ทว่าแววตากลับเย็นเยียบราวกับน้ำแข็งขั้วโลก เธอสะบัดข้อมือเบาๆ สมุดบัญชีหนังแกบทรงโบราณเล่มหนาที่ดึงออกมาจากมิติลับก็ปรากฏขึ้นบนโต๊ะ เสียงกระดาษพลิกดังซ่าๆ ท่ามกลางความตกตะลึงของทุกคนในห้อง "ท่านบอกว่าพ่อแม่ของฉันกู้ยืมเงินสามหมื่นเหรียญทองเมื่อห้าปีก่อนสินะคะ..." นิ้วเรียวชี้ไปยังตัวเลขในสมุดบัญชีที่จดบันทึกด้วยลายมืออันเป็นเอกลักษณ์ "แต่ทว่า... ในบันทึกบัญชีลับของธนาคารหลวงและการตรวจสอบเส้นทางการเงินที่ฉันเพิ่งไปคัดมาเมื่อวานซืน กลับระบุไว้อย่างชัดเจนว่า ในวันเดียวกันนั้นเอง บิดาของฉันไม่ได้กู้เงินจากท่าน... แต่เป็นท่านต่างหากล่ะคะมาดามคอลลิน ที่นำโฉนดที่ดินผืนนี้ไปแอบอ้างค้ำประกันเงินกู้ยืมส่วนตัวเพื่อไปใช้หนี้การพนันในสนามแข่งม้าของสามีท่าน!" เพล้ง! ราวกับมีสายฟ้าฟาดผ่าลงกลางห้องโถง มาดามคอลลินหน้าถอดสีทันที ร่างท้วมสั่นเทาด้วยความตกใจและโกรธจัด "เจ้า... นังเด็กบ้า! เจ้าพูดจาเหลวไหลอะไร! เอกสารปลอม! นั่นมันเอกสารปลอมชัดๆ!" "เอกสารปลอมอย่างนั้นหรือคะ?" เซราฟิน่าหัวነเบาๆ ในลำคอ เธอหยิบตราประทับประจำตระกูลวาลเลนเบิร์กและลายเซ็นกำกับที่สลักด้วยเวทมนตร์ขึ้นมาโชว์หราต่อหน้าทนายความ "ตราประทับเวทมนตร์นี้ ไม่สามารถปลอมแปลงได้ หากไม่ใช่เจ้าของสายเลือดแท้จริง และในบันทึกก็ระบุชัดเจนว่า ตลอดห้าปีที่ผ่านมา เงินดอกเบี้ยสามเปอร์เซ็นต์ที่พวกท่านอ้างว่าทวงจากฉัน ความจริงแล้วถูกหักกลบลบหนี้กับกำไรจากการค้าอัญมณีที่พวกท่านโกงไปจากคลังสินค้าของฉันจนหมดสิ้นแล้วต่างหาก!" เซราฟิน่าลุกขึ้นยืนเต็มความสูง แรงกดดันอันทรงพลังจากผู้นำตระกูลที่แท้จริงแผ่ซ่านออกมารอบตัว จนทนายความประจำตระกูลถึงกับผถอยหลังกรูดด้วยความหวาดกลัว "ในทางกฎหมายแล้ว..." เซราฟิน่าก้าวเข้าไปใกล้มาดามคอลลินทีละก้าว แววตาคมกริบดั่งใบมีด "ไม่เพียงแต่พวกท่านจะไม่มีสิทธิ์มาฮุบที่ดินหรือคฤหาสน์หลังนี้... แต่เงินจำนวนแปดพันเหรียญทองที่พวกท่านยักยอกออกไปจากคลังสินค้าของฉันเมื่อสามเดือนก่อน... ฉันมีสิทธิ์ฟ้องร้องให้พวกท่านต้องชดใช้ด้วยการยึดทรัพย์สินทั้งหมดของตระกูลคอลลินมาเป็นของฉันภายในสามวัน!" "แก...! นังสารเลว!" มาดามคอลลินกรีดร้องสุดเสียงด้วยความเหลืออด นางพุ่งตัวเข้าหาเซราฟิน่าหมายจะตบหน้าหลานสาวด้วยความแค้นเคือง ทว่ายังไม่ทันที่มืออวบอูมจะสัมผัสโดนชายกระโปรงของเซราฟิน่า ประตูห้องโถงใหญ่ก็ถูกกระชากเปิดออกอีกครั้งด้วยแรงมหาศาล ร่างสูงสง่าในชุดคลุมสีดำสนิทปักลายอินทรีย์เงินอันเป็นสัญลักษณ์แห่งอำนาจสูงสุดก้าวเข้ามาอย่างเยือกเย็น กลิ่นอายอันตรายที่แผ่ซ่านออกมาจากตัวผู้มาใหม่ทำให้ทุกคนในห้องถึงกับหยุดหายใจ ดยุกอัลสแตนปรากฏตัวขึ้นท่ามกลางความตกตะลึงของทุกคน ดวงตาคมกริบดั่งพญามารกวาดมองสถานการณ์ตรงหน้า ก่อนจะมุมปากจะยกยิ้มขึ้นเล็กน้อยอย่างพึงพอใจ "ดูเหมือนว่า... ข้าจะมาขัดจังหวะการทำธุรกิจอันสนุกสนานของชายาข้าสินะ" สุ้มเสียงทุ้มต่ำทรงเสน่ห์เอ่ยขึ้น พร้อมกับเดินตรงเข้าไปโอบเอวบางของเซราฟิน่าไว้แน่นอย่างแสดงความเป็นเจ้าของ "ไหนล่ะ... คนที่กล้ามาขู่กรรโชกภรรยาของข้า... อยากลองทดสอบกระสุนปืนใหญ่ของกองทัพหลวงดูก่อนไหมล่ะ?" มาดามคอลลินและเบียทริซ์หน้าซีดเผือดจนแทบไม่เหลือสีเลือด เมื่อตระหนักได้ว่าพวกนางไม่ได้กำลังรับมือกับเด็กสาวหัวอ่อนอีกต่อไปแล้ว แต่กำลังเผชิญหน้ากับปีศาจแห่งสนามรบผู้กุมอำนาจชี้เป็นชี้ตาย เซราฟิน่าช้อนตาขึ้นมองสามี (ในนาม) ที่เข้ามาช่วยจังหวะได้พอดิบพอดีอย่างนึกหมั่นไส้เล็กน้อย ทว่ายังไม่ทันที่เธอจะได้เอ่ยปากพูดอะไร ทนายความของตระกูลคอลลินก็ล้มพับลงไปกองกับพื้นด้วยความหวาดกลัว พร้อมกับเสียงฝีปากของทหารองครักษ์นับสิบนายที่กรูเข้ามาล้อมรอบคฤหาสน์ไว้หมดทุกด้าน ...ทว่า ท่ามกลางความตึงเครียดนั้น สายตาของเซราฟิน่ากลับเหลือบไปเห็นรอยประทับเวทมนตร์ปริศนาที่ข้อมือซ้ายของดยุกอัลสแตน ซึ่งกำลังเปล่งแสงสีทองจางๆ ออกมาตรงกับกล่องสมบัติโบราณที่เธอเพิ่งหยิบออกมาจากมิติลับพอดิบพอดี! ความลับบางอย่างกำลังจะถูกเปิดเผย... และมันอาจจะพลิกเกมชีวิตของเธอไปตลอดกาล! --- *ขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและร่วมเดินทางไปกับเลดี้เซราฟิน่าในเส้นทางธุรกิจและความรักสุดแซ่บนี้ด้วยกันนะคะ!*
สารจากนักเขียน (เอวาลินน์ปลายพู่กัน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง นางร้ายสายเปย์กับมหาเศรษฐีร้อยเล่มเกวียน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%