กลิ่นอายของสนิมเหล็ก จารบีเก่า และกลิ่นอับชื้นของใต้ดินลึกสามชั้น ลอยคละคลุ้งอยู่ในตลาดมืด "คาทาคอมบ์" แห่งนี้ เสียงฝีเท้าของเหล่าพ่อค้าหน้าเลือดและนักค้าของเถื่อนนับร้อยคู่ ดังก้องสะท้อนไปกับผนังหินปูนชื้นแฉะ ราวกับเสียงหัวใจของอสูรกายที่กำลังเต้นระรัวอยู่ในความมืดมิด
"ท่านอาชวิน... แหล่งข่าวบอกว่า 'ศิลาแห่งปฐมภูมิ' เล่มนั้น จะถูกนำมาประมูลเป็นชิ้นสุดท้ายในรอบค่ำนี้ครับ"
เสียงกระซิบของเซร่าลอดผ่านผ้าคลุมสีดำสนิท เธอยืนอยู่เคียงข้างผม สายตาคมกริบกวาดมองไปรอบกายด้วยความระแวดระวัง แม้ในยามที่กิลด์ของเธอกำลังตกต่ำถึงขีดสุด แต่ท่าทีสง่างามและสัญชาตญาณนักรบของเธอก็ยังคงไม่เสื่อมคลาย มือเรียวสวยภายใต้ถุงมือหนังกำลังกุมด้ามดาบสั้นแน่น พร้อมรับมือทุกสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา
ผมเหลือบมองเธอเล็กน้อย ริมฝีปากยกยิ้มขึ้นบางเบา
"ไม่ต้องกังวลไปหครับ เซร่า ค่ำคืนนี้ไม่มีคำว่าพลาดหรอกครับ เพราะสิ่งที่ผมพกติดตัวมาด้วย... มันไม่ใช่แค่เงินสดธรรมดา แต่มันคือ 'สิทธิ์' ที่จะซื้อได้ทุกอย่างที่ขวางหน้าต่างหากล่ะครับ"
บรรยากาศภายในห้องประมูลลับชั้นใต้ดินอบอวลไปด้วยความตึงเครียด ผู้มีอิทธิพลจากหลากหลายกิลด์ใหญ่และพ่อค้ารายใหญ่ต่างจับจองที่นั่งด้วยแววตาโลภโมละสัย แสงไฟจากตะเกียงมานาส่องกระทบใบหน้าของแต่ละคนจนเกิดเงาทอดatน่ากลัว บนเวทีเบื้องหน้า ผู้ดำเนินรายการสวมหน้ากากกะโหลกสัตว์กำลังเคาะค้อนไม้เสียงดังสนั่นเพื่อเปิดฉากการประมูลชิ้นงานไฮไลต์ของค่ำคืน
"และแล้วก็มาถึงวินาทีที่ทุกท่านรอคอยนะครับ! ไอเทมระดับตำนานที่สูญหายไปกว่าสามร้อยปี... 'ศิลาแห่งปฐมภูมิ' ชิ้นส่วนสำคัญในการปลดล็อกขีดจำกัดพลังของกิลด์! ราคาเริ่มต้นที่ห้าล้านเหรียญทองครับ!"
เสียงฮือฮาดังระเบิดขึ้นทันทีในห้องประชุม หลายคนกลืนน้ำลายลงคอด้วยความยากลำบาก เงินจำนวนนี้มากพอที่จะซื้อเมืองขนาดเล็กได้ทั้งเมือง แต่สำหรับพวกเขามันคือตั๋วใบเดียวที่จะก้าวขึ้นสู่จุดสูงสุดของโลกใบนี้
"หกล้าน!" เสียงตะโกนดังขึ้นจากแถวหน้า ชายร่างท้วมสวมชุดคลุมขนสัตว์หรูหราจากกิลด์ 'มังกรทมิฬ' ยกป้ายขึ้นด้วยใบหน้าแดงก่ำด้วยความฮึกเหิม
"เจ็ดล้านหแสน!" เสียงคู่แข่งจากกิลด์ 'โล่เหล็ก' ตามติดมาทันทีอย่างไร้ความปรานี
ผมยังคงนั่งไขว่ห้างอยู่บนโซฟาหนังสีเข้มแถวหลังสุด ท่าทางสบายๆ ของผมตัดกับความตึงเครียดรอบข้างอย่างสิ้นเชิง นิ้วเรียวเคาะเบาๆ บนที่วางแขนเป็นจังหวะเพลงช้าๆ ขณะที่หน้าจออินเตอร์เฟซสีฟ้าใสของ 'ระบบพิกเซล' ปรากฏขึ้นตรงหน้าผมเพียงผู้เดียว
[ติ๊ง! ตรวจพบไอเทมระดับตำนาน: ศิลาแห่งปฐมภูมิ]
[สถานะ: ของหายากระดับ SSS]
[คำแนะนำจากระบบ: ซื้อเลยครับนายท่าน เพื่อตบหน้าไอ้พวกกิลด์กระจอกที่กำลังทำหน้าอวดดีอยู่ข้างหน้า]
ผมแอบหัวเราะในลำคอเบื้องเบา ระบบของผมช่างรู้ใจเสียจริง
"สิบล้านครับ!" เสียงตะโกนกร้าวประกาศกรวดลั่นห้องมาจากกลางเวที นั่นคือ 'ลุค' รองหัวหน้ากิลด์มังกรทมิฬ เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง หันกลับมามองกราดไปทั่วห้องด้วยสายตารังเกียจและเย่อหยิ่ง ราวกับมั่นใจนักหนาว่าไม่มีใครหน้าไหนในห้องนี้กล้าสู้ราคาอีกแล้ว
"สิบล้านเหรียญทองครั้งที่หนึ่ง... สิบล้านครั้งที่สอง..." ผู้ดำเนินรายการประกาศเสียงสั่นด้วยความตื่นเต้น ค้อนในมือเตรียมจะฟาดลงตัดสิน
เซร่าขยับตัวเล็กน้อย แววตาฉายแวังกวล เธอรู้ดีว่าเงินจำนวนสิบล้านเหรียญทองนั้นเกินกว่าที่กิลด์เล็กๆ จะเอื้อมถึง เธอหันมามองผมด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย ทั้งเกรงใจและหมดหนทาง
แต่ผมกลับวางมือทับลงบนหลังมือของเธอเบาๆ สัมผัสอุ่นร้อนผ่านถุงมือหนังทำให้เธอดึงสายตากลับมามองผมด้วยความประหลาดใจ
ผมส่งยิ้มสุภาพให้เธอ ก่อนจะลุกขึ้นยืนช้าๆ ปลดกระดุมสูทออกหนึ่งเม็ดอย่างใจเย็น แล้วเอ่ยปากขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ทว่าก้องกังวานไปทั่วห้องประมูลที่เงียบกริบ
"ยี่สิบล้านครับ"
สิ้นคำพูดของผม ทุกสายตานับร้อยคู่ในห้องประมูลพุ่งเป้ามาที่ผมทันที ความเงียบงันเข้าปกคลุมชั่วขณะ ก่อนที่เสียงซุบซิบค่อยๆ ดังระเบิดขึ้น
ลุคหันขวับกลับมามองด้วยใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความโกรธเกรี้ยว เขากัดฟันกรอดจนเส้นเลือดปูดโปนที่ขมับ "แกเป็นใครวะไอ้หนู! กล้าดียังไงมาตัดหน้ากิลด์มังกรทมิฬของพวกเรา! รู้ไหมว่ากูคือใคร!"
ผมมองตอบไอ้สารเลวผู้นั้นด้วยสายตาเรียบเฉย เย็นชา และเต็มไปด้วยความดูถูกเหยียดหยามอย่างถึงที่สุด ราวกับเขากำลังมองมดปลวกตัวหนึ่งที่กำลังดิ้นรนอยู่ใต้ฝ่าเท้า
"ผมไม่จำเป็นต้องรู้หรอกครับว่าสุนัขตัวไหนเห่าอยู่ เพราะในโลกนี้... มีแต่คนที่มีเงินในกระเป๋าเท่านั้นที่มีสิทธิ์พูดครับ" ผมตอบกลับด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่เชือดเฉือนทุกอณูผิว
"ไอ้...!" ลุคคำรามลั่น ชักดาบข้างเอวออกมาครึ่งเล่มด้วยความบันดาลโทสะ การ์ดคุ้มกันของมันก้าวออกมาประกบด้านข้างพร้อมพุ่งเข้าใส่
ทว่า ก่อนที่สถานการณ์จะบานปลาย เซร่าก็ก้าวขึ้นมาบังหน้าผมไว้ ร่างเพรียวบางแต่เต็มไปด้วยจิตสังหารอันดุดันแผ่พุ่งออกมาจนเหล่าการ์ดของกิลด์มังกรทมิฬต้องชะงักฝีเท้า ดาบในมือเธอชักออกเพียงหนึ่งนิ้ว แต่ประกายคมกริบก็บาดลึกจนทุกคนต้องกลืนน้ำลาย
"ถ้าไม่อยากให้หัวหลุดจากบ่า ก็เก็บอาวุธเน่าๆ ของพวกแกไปซะครับ" เซร่าเอ่ยเสียงเย็นเยียบ
ผมยิ้มรับความปกป้องของเธอ ก่อนจะหยิบบัตรเครดิตสีดำสนิทขอบทองอร่ามที่สลักลวดลายพิกเซลเรืองแสงออกมาถือไว้ในมือ แล้วยื่นให้พนักงานประมูลที่ยืนตัวสั่นทำอะไรไม่ถูกอยู่บนเวที
"รูดเต็มจำนวนครับ... และช่วยบอกเจ้าของงานด้วยว่า นับจากวินาทีนี้เป็นต้นไป สินค้าทุกชิ้นในตลาดมืดแห่งนี้... ถูกผมเหมาซื้อไว้หมดแล้วครับ"
เสียงรูดบัตรเครื่องอ่านบัตรมานาก็ดัง *ปี๊ด!* ยาวนานก้องกังวาน พร้อมกับหน้าจอโฮโลแกรมยักษ์ที่แสดงยอดเงินคงเหลือในบัญชีของผม ซึ่งมีตัวเลขศูนย์เรียงรายยาวเหยียดจนมองแทบไม่เห็นจุดสิ้นสุด ลุคและทุกคนในห้องเบิกตากว้างจนแทบถล่นออกจากเบ้า เข่าอ่อนทรุดลงกระแทกพื้นด้วยความช็อกตาค้าง
ในจังหวะที่ทุกคนกำลังตกตะลึงจนไร้เสียงกรีดร้องนั้นเอง หน้าต่างแจ้งเตือนสีแดงฉานก็เด้งขึ้นมากลางอากาศอย่างไร้สัญญาณเตือนภัย...
[คำเตือนจากระบบระดับวิกฤต: ตรวจพบการบุกรุกจากผู้เล่นปริศนา ระดับภัยคุกคาม: SSS - ภัยพิบัติ]
[เป้าหมายของการบุกรุก: ชีวิตของท่านอาชวินและเซร่า ณ บัดนี้]
(ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทาง สัมผัสความฟาดความฟิน และความสะใจไปด้วยกันเสมอนะครับ - กิลด์มาสเตอร์เอส)
มหาเศรษฐีระบบพิกเซล กับยัยกิลด์มาสเตอร์ไร้พ่าย•ตอนที่ 10
ตลาดมืดและของหายาก
ผลงานโดย กิลด์มาสเตอร์เอส
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กิลด์มาสเตอร์เอส)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง มหาเศรษฐีระบบพิกเซล กับยัยกิลด์มาสเตอร์ไร้พ่าย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!