เสียงปรบมือในห้องประชุมใหญ่ของบริษัทศิลาโฮลดิ้งส์ดังขึ้นอย่างอึมครึม บรรยากาศรอบโต๊ะกระจกนิรภัยยาวเหยียดเต็มไปด้วยความตึงเครียด ชายวัยกลางคนหลายคนนั่งตัวเกร็ง เหงื่อกาฬซึมตามไรผม ขณะที่ประธานกรรมการบริหารอย่าง ‘ศิลา’ นั่งนิ่งสนิท ดวงตาคมกริบดุจพญาอินทรีย์กวาดมองเอกสารตรงหน้าด้วยความรู้สึกที่แทบไม่อยากเชื่อสายตาตัวเอง
หุ้นสามัญร้อยละสี่ิบห้าของบริษัทลูก ‘ศิลาโลจิสติกส์’ ที่เคยอยู่ในกำมือของตระกูลศิลามาตลอด บัดนี้ถูกกว้านซื้อจนเกลี้ยงพอร์ตด้วยนามปากกาหรือนิติบุคคลปริศนาที่เพิ่งจดทะเบียนได้ไม่ถึงเดือน และผู้ถือหุ้นใหญ่รายใหม่ที่กำลังจะก้าวเข้ามามีอำนาจตัดสินใจสูงสุดในอีกไม่กี่นาทีข้างหน้านี้... ไม่ใช่ใครอื่น
บานประตูไม้สักทองเปิดออกช้าๆ ร่างระหงในชุดสูทเข้ารูปสีดำสนิทตัดกับผิวขาวราวกระเบื้องเคลือบก้าวเข้ามาด้วยจังหวะที่มั่นคงและสง่างาม เส้นผมสีดำสนิทถูกรวบตึงไว้ด้านหลังเผยให้เห็นใบหน้ารูปไข่ที่เรียบนิ่ง เย็นชา ไร้ซึ่งรอยยิ้ม ทว่าแฝงไว้ด้วยอำนาจที่กดดันให้คนทั้งห้องแทบไม่กล้าหายใจ
รินรดากวาดสายตาคมปลาบมองไปรอบห้อง ก่อนจะหยุดนิ่งอยู่ที่ร่างสูงใหญ่ของอดีตสามีที่นั่งอยู่ตรงหัวโต๊ะ ดวงตาของศิลาเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความตกตะลึง ระคนความโกรธเกรี้ยวที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้กรามที่ขบเข้าหากันจนเป็นสันนูน
"ยินดีต้อนรับผู้ถือหุ้นใหญ่คนใหม่... คุณรินรดา" เลขานุการอาวุโสเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงสั่นเครือเล็กน้อย
ศิลาผุดลุกขึ้นยืนเต็มความสูง มือหนาทุบลงบนโต๊ะประชุมเสียงดังสนั่นจนเอกสารกระเพื่อม รังสีความเกรี้ยวกราดแผ่ซ่านออกมาจากตัวเขา "รินรดา! นี่มันเกมบ้าอะไรของคุณ คุณเอาเงินจากไหนมาซื้อหุ้นตั้งมากมายขนาดนี้... หรือว่าคุณ..." สายตาของเขาเหลือบไปมอง ‘ดนัย’ คู่แข่งทางธุรกิจตัวฉกาจที่นั่งไขว่ห้างส่งยิ้มเยาะเย้ยอยู่มุมห้อง "คุณร่วมมือกับมัน!"
รินรดาแย้มยิ้มมุมปาก รอยยิ้มที่ไม่ได้ไปถึงดวงตา คู่นามีเพียงความว่างเปล่าและความสะใจที่ถูกเก็บกดมาเนิ่นนาน เธอดึงเก้าอี้ตรงข้ามกับเขาออกแล้วหย่อนตัวลงนั่งอย่างไม่เกรงกลัว ท่าทีที่เปลี่ยนไปราวฟ้ากับเหวจากภรรยาผู้เคยยอมก้มหัวให้เขาในอดีต ทำให้ศิลาหายใจติดขัด
"เงินของฉันจะมาจากไหน มันก็เรื่องของฉันค่ะคุณศิลา" รินรดาเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าเย็นเยียบจนบาดลึกถึงขั้วหัวใจ "จำไม่ได้เหรอคะ ว่าคุณเคยบอกฉันว่าผู้หญิงไร้ค่าอย่างฉันทำอะไรไม่เป็นนอกจากแบมือขอเงิน... วันนี้ฉันแค่อยากพิสูจน์ให้คุณเห็น ว่าผู้หญิงคนที่คุณเคยเหยียบย่ามจนจมดินคนนี้ สามารถซื้อบริษัทลูกที่คุณรักนักรักหนามาไว้ใต้ฝ่าเท้าได้ด้วยซ้ำ"
"ริน!" ศิลาคำรามต่ำในลำคอ ใบหน้าหล่อเหลาบิดเบี้ยวด้วยความเจ็บปวดและอีโก้ที่ถูกขยี้แหลقคามือ เขาก้าวเท้าเข้ามาประชิดตัวเธอ ทว่ารินรดากลับไม่แม้แต่จะกระพริบตาหรือถอยหนี เธอกลับเงยหน้าขึ้นสบตาเขาตรงๆ แววตาที่เต็มไปด้วยความหยิ่งทะนงทำให้ศิลาชะงักงัน หัวใจกระหน่ำเต้นด้วยความรู้สึกแปลกประหลาดที่เขาอธิบายไม่ได้ มันทั้งเจ็บปวด โหยหา และหวาดกลัวในเวลาเดียวกัน
"เชิญนั่งลงเถอะค่ะท่านประธาน... อ้อ ไม่สิ ตอนนี้ฉันคือนักลงทุนรายใหญ่ที่สุด คุณควรจะให้เกียรติฉันในฐานะเจ้านายใหม่ของบริษัทลูกแห่งนี้นะคะ" รินรดาผายมือไปยังเก้าอี้ฝั่งตรงข้าม น้ำเสียงของเธอเต็มไปด้วยการเย้ยหยันอย่างสาสม
ดนัยที่นั่งมองดูละครฉากใหญ่ส่งเสียงหัวเราะในลำคอเบาๆ ก่อนจะลุกขึ้นโค้งตัวให้รินรดาเล็กน้อย "เกมนี้คุณรินรดาเดินได้สวยงามมากครับ ผมคงต้องขอตัวก่อน มีธุระต้องไปเคลียร์... หวังว่าการประชุมบอร์ดบริหารครั้งหน้าจะสนุกกว่านี้นะครับคุณศิลา" ดนัยเดินผ่านศิลาไปพร้อมกับตบไหล่แกร่งเบาๆ เป็นเชิงเยาะเย้ย ก่อนจะเดินออกจากห้องไป ทิ้งให้ศิลายืนหายใจหอบกระชั้นอยู่ท่ามกลางความเงียบงันของบอร์ดบริหารคนอื่นๆ ที่ก้มหน้ามองพื้นไม่กล้าสบตา
เมื่อประตูห้องประชุมปิดลงอีกครั้ง ความเงียบก็เข้าปกคลุม ศิลากัดฟันกรอด ดวงตาแดงก่ำจ้องมองอดีตภรรยาที่นั่งไขว่ห้างอย่างสบายอารมณ์ ความทรงจำเก่าๆ ย้อนกลับมาทำร้ายเขา ราวกับมีคมมีดกรีดลงบนอกซ้าย ภาพวันที่เขาเคยผลักไสไล่ส่งเธอ ภาพวันที่เธอร้องไห้อ้อนวอนขอความเห็นใจ... มันหายไปไหนหมด ผู้หญิงที่อ่อนแอคนนั้นถูกฝังกลบไปตั้งแต่เมื่อไหร่
"คุณทำแบบนี้ทำไม..." เสียงทุ้มต่ำเอ่ยออกมาอย่างยากลำบาก ความเย่อหยิ่งทระนงตนถูกทำลายลงจนไม่เหลือชิ้นดี "ถ้าคุณโกรธผม ถ้าคุณเกลียดผม... จะลงโทษผมยังไงก็ได้ ทำไมต้องเอาอนาคตของบริษัทมาเดิมพันด้วย"
"บริษัทเหรอคะ?" รินรดาแค่นหัวเราะเบาๆ ดวงตาคู่สวยฉายแววร้าวรานขึ้นมาวูบหนึ่งก่อนจะกลับมาเย็นชาดังเดิม "คุณยังมีความรู้สึกรักห่วงใยบริษัทมากกว่าภรรยาตัวเองเหมือนเดิมเลยนะคะคุณศิลา... น่าสมเพชจังค่ะ ถึงเวลาผ่านไปนานแค่ไหน สันดานเห็นแก่ตัวของคุณก็ไม่เคยเปลี่ยน"
เธอค่อยๆ ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง โน้มตัวเข้าไปกระซิบข้างใบหูของอดีตสามีที่ยืนนิ่งงัน "จำเอาไว้... นี่เป็นแค่จุดเริ่มต้นเท่านั้น สิ่งที่คุณเคยพรากไปจากฉัน ฉันจะทวงคืนมันกลับมาทีละอย่าง... จนกว่าคุณจะลิ้มรสความรู้สึกของการสูญสิ้นทุกสิ่งทุกอย่างอย่างแท้จริง"
พูดจบ รินรดาก็กว้านเก็บเอกสารตรงหน้าใส่กระเป๋าอย่างไม่รีเวลาร้อนใจ เธอหันหลังเดินก้าวออกไปจากห้องประชุม ทิ้งให้ศิลายืนจมอยู่กับความมืดมนในใจ
แต่ทว่า... ท่ามกลางความเครียดแค้นและชัยชนะที่เธอควรจะได้รับ หัวใจของความเป็นแม่อีกด้านหนึ่งกลับโหยหาบางสิ่งบางอย่างที่สำคัญยิ่งกว่าเกมธุรกิจเหล่านี้
รถยนต์หรูคันยาวเคลื่อนตัวเข้ามาจอดเทียบท่าหน้าคฤหาสน์หลังใหญ่ในย่านชานเมือง รินรดากดรหัสผ่านประตูรั้วแล้วก้าวเข้าไปข้างใน ความเหนื่อยล้าจากการปะทะคารมในที่ประชุมมลายหายไปในพริบตา เมื่อเสียงใสแจ๋วของเด็กชายวัยสามขวบดังขึ้นพร้อมกับเสียงวิ่งตึงตังมาจากห้องนั่งเล่น
"หม่าม้า! หม่าม้าขา กลับมาแล้วเหรอฮะ!"
ร่างเล็กป้อมของเด็กชายตัวน้อยวิ่งเข้ามาสวมกอดขาเรียวของเธอไว้แน่น รินรดาทิ้งกระเป๋าในมือลงพื้นอย่างไร้ความเยื่อใย เธอทรุดตัวลงนั่งคุกเข่าอ้อมแขนโอบกอดร่างเล็กของลูกชายเข้าสู่อกอย่างทะนุถนอม สัมผัสความอบอุ่นและกลิ่นหอมสะอาดของเด็กน้อยที่เยียวยารอยแผลในใจเธอได้ชะงัก
"คิดถึงหม่าม้าไหมคะคนเก่งของแม่" รินรดากดจูบลงบนหน้าผากเนียนนุ่มของลูกชายซ้ำๆ หยาดน้ำใสเอ่อคลอเบ้าตาอย่างตื้นตันใจ รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความรักบริสุทธิ์ปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเธอ เป็นรอยยิ้มที่ไม่มีวันได้เห็นจากในห้องประชุมเมื่อครู่
"คิดถึงที่สุดเลยฮะ วันนี้คุณป้าทำขนมปังรูปดาวให้ต้นน้ำด้วย หม่าม้าดูสิฮะ" เด็กชายชูแผ่นขนมปังในมือให้ดูด้วยความภาคภูมิใจ ดวงตากลมโตเป็นประกายใสซื่อบริสุทธิ์ ใบหน้าจิ้มลิ้มนั้นถอดแบบมาจากใครบางคนอย่างไม่ต้องสงสัย... โดยเฉพาะสันจมูกโด่งรั้นและนัยน์ตาสีเข้มคู่นั้น
รินรดาลูบผมนุ่มของลูกชายด้วยความรักล้นปรี่ หัวใจดวงน้อยๆ ดวงนี้คือเหตุผลเดียวที่ทำให้เธอยืนหยัดและแข็งแกร่งได้ถึงเพียงนี้ เธอสัญญาไว้แล้วว่าจะปกป้องลูกชายคนนี้ด้วยชีวิต จะไม่ยอมให้ใครหน้าไหนมาพรากแก้วตาดวงใจไปจากเธอเด็ดขาด แม้กระทั่งผู้ชายคนนั้น... พ่อบังเกิดเกล้าที่ยังไม่เคยรู้เลยด้วยซ้ำว่าตนเองมีเลือดเนื้อเชื้อไขเติบโตอยู่บนโลกใบนี้
"เก่งจังเลยค่ะลูกชายของหม่าม้า... ไปค่ะ เดี๋ยวหม่าม้าพาไปอาบน้ำนอนน้า วันนี้เราจะอ่านนิทานกันสองคนแม่ลูกยาวๆ เลยดีไหมคะ"
"เย้! รักหม่าม้าที่สุดเลยฮะ" เด็กน้อยโอบกอดรอบคอเธอแน่น ซบใบหน้าลงกับไหล่บางอย่างออดอเซาะ
ทว่าในขณะที่รินรดากำลังอุ้มลูกชายเตรียมจะเดินขึ้นบันไดไปยังชั้นบน เสียงกริ่งหน้าประตูคฤหาสน์ก็ดังขึ้นกังวานแทรกบรรยากาศอันอบอุ่น รินรดารuขมวดคิ้วเล็กน้อยด้วยความสงสัย ดึกป่านนี้แล้ว ใครกันที่จะมาหาเธอที่นี่? หรือจะเป็นดนัยที่ตามมาเรื่องแผนธุรกิจ?
"ต้นน้ำรอหม่าม้าแป๊บเดียวนะคะ เดี๋ยวหม่าม้าลงมา" เธอก้มลงบอกลูกชายด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน ก่อนจะวางเด็กน้อยลงบนโซฟาห้องนั่งเล่น แล้วเดินตรงไปยังประตูหน้าบ้านด้วยฝีมือที่ระแวดระวัง
รินรดากดเปิดส่องกล้องวงจรปิด ทว่าภาพที่ปรากฏบนหน้าจอมอนิเตอร์กลับทำให้ลมหายใจของเธอสะดุดกึก ร่างสูงโปร่งที่ยืนพิงเสาประตูหน้าบ้านในยามวิกาล—ใบหน้าหล่อเหลาที่เต็มไปด้วยความเหนื่อยล้า ดวงตาคู่นั้นแดงก่ำราวกับคนไม่ได้นอนมาหลายคืน และที่สำคัญที่สุดคือ... เขากำลังยืนอยู่หน้าบ้านของเธอ
ศิลา... เขาตามรอยเธอมาได้อย่างไร!
รินรดานิ่งค้างอยู่หน้าจอ หัวใจเต้นรัวระรัวด้วยความตื่นตระหนกและความโกรธที่ตีรวนขึ้นมาในอก ขณะที่เธอกำลังจะตัดสินใจไม่เปิดประตูและปล่อยให้เขากลับไปเอง เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นสามครั้งติดๆ กันอย่างหนักหน่วง พร้อมกับเสียงทุ้มต่ำที่ลอดผ่านบานประตูเข้ามา ทำให้เลือดในกายของเธอกลายเป็นน้ำแข็ง
"รินรดา... ผมรู้ว่าคุณอยู่ในนั้น เปิดประตูให้ผมเถอะ... ผมมีเรื่องสำคัญที่ต้องคุยกับคุณจริงๆ"
ทว่าในวินาทีนั้นเอง ก่อนที่รินรดจะได้ขยับตัว เสียงฝีเท้าเล็กๆ ของเด็กชายก็ดังวิ่งตึงตังตามหลังมา พร้อมกับเสียงใสที่เอ่ยเรียกขึ้นท่ามกลางความเงียบงัน
"หม่าม้าขา... ใครมาเหรอฮะ? ทำไมคุณลุงหน้าตาดูน่ากลัวจัง..."
รินรดาหน้าถอดสี เธอหันขวับกลับไปมองลูกชายที่เดินมาดึงชายเสื้อของเธอด้วยความสงสัย ดวงตากลมโตของเด็กน้อยกระพริบปริบๆ ไร้เดียงสา ทว่าในขณะเดียวกัน ประตูหน้าบ้านไม้สักก็ถูกผลักเปิดออกด้วยกุญแจสำรองที่ศิลามันไปแอบลักลอบหามาตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่อาจล่วงรู้ได้!
ร่างสูงใหญ่ก้าวล้ำเข้ามาในตัวบ้าน ดวงตาคมกริบกวาดมองไปทั่วบริเวณ ก่อนจะหยุดชะงักค้างเติ่งอยู่ที่ร่างเล็กป้อมของเด็กชายที่ยืนอยู่ข้างกายรินรดา—ใบหน้าของเด็กน้อยที่เงยขึ้นสบตากับเขาเต็มๆ ทำเอาศิลาถึงกับเข่าทรุด ร่างกายแข็งทื่อราวกับถูกสายฟ้าฟาดกลางกระหม่อม เมื่อภาพสะท้อนในดวงตานั้น... ไม่ต่างอะไรกับการส่องกระจกมองดูตัวเองในวัยเด็กเลยแม้แต่น้อย!
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงบทนี้ด้วยหัวใจที่เต้นระรัว แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ - เพลิงกุหลาบดำ
ทัณฑ์คืนชีพ: อดีตภรรยาขยี้หัวใจอดีตสามี•ตอนที่ 3
อำนาจที่เปลี่ยนมือ
ผลงานโดย เพลิงกุหลาบดำ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เพลิงกุหลาบดำ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทัณฑ์คืนชีพ: อดีตภรรยาขยี้หัวใจอดีตสามี นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!