แก้วไวน์คริสตัลราคาแพ่งในมือของศิลาแทบจะแหลกคามือหนา เมื่อภาพเบื้องหน้าคือรินรดา อดีตภรรยาที่เขาเคยตีค่าดั่งฝุ่นธุลี บัดนี้กำลังยืนสง่างามเคียงข้างกับดนัย ศัตรูตัวฉกาจที่จ้องจะฮุบอาณาจักรธุรกิจของเขา รอยยิ้มที่เธอมอบให้ชายอื่นช่างบาดลึกและกรีดแทงหัวใจของคนมองจนแทบกระอักเลือด ความจริงอันน่าตื่นตะลึงจากตอนที่แล้วยังคงแผดเผาช่องอกของเขาให้มอดไหม้ ผู้หญิงที่เขาเคยผลักไสไล่ส่งอย่างไร้เยื่อใย บัดนี้กลายเป็นนักลงทุนสาวผู้กุมชะตากรรมหุ้นส่วนใหญ่ในโปรเจกต์หมื่นล้านที่บริษัทของเขากำลังต้องการอย่างยิ่งยวด
ศิลาไม่รอช้า เขาฝ่าฝูงชนไฮโซและนักธุรกิจที่กำลังคลอเคลียกันอยู่ในงานเลี้ยงรับรองค่ำคืนนี้ สาวเท้ายาวๆ ตรงเข้าไปหารินรดาด้วยหัวใจที่เต้นรัวระรัวราวกับกลองศึก ความเย่อหยิ่งและอีโก้ที่เคยค้ำคอมาตลอดหลายปีพังทลายลงไม่เป็นท่า เหลือเพียงความร้อนรนกระวนกระวายที่แม้แต่แอร์คอนดิชั่นเนอร์เย็นฉ่ำในห้องจัดเลี้ยงก็ไม่อาจบรรเทา
"ริน..." เสียงทุ้มต่ำที่เคยทรงอำนาจและเย็นชา บัดนี้กลับสั่นพร่าอย่างน่าสมเพชเมื่อเอמהชื่อนั้นออกมา
รินรดาชะงักฝีเท้าเล็กน้อย เธอวางแก้วแชมเปญลงบนถาดของบริกรที่เดินผ่านด้วยท่าทีนุ่มนวล ก่อนจะค่อยๆ หันกลับมาเผชิญหน้ากับเขา ช้าๆ อย่างจงใจให้เขารู้ว่า... เธอไม่ได้รีบร้อนและไม่ได้ให้ความสำคัญกับเขาแม้แต่น้อย
ดเว้นจังหวะให้ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ ดวงตากลมโตคู่สวยที่เคยฉายแววอ้อนวอนและเจ็บปวดในอดีต บัดนี้กลับว่างเปล่า เยียบเย็น และไร้ซึ่งเงาของความรักหลงเหลืออยู่เลย มันคือสายตาที่ "แปลกหน้า" ราวกับเธอกำลังมองสิ่งของไร้ค่าที่เดินผ่านมาแล้วก็ผ่านไป
"อ้าว คุณศิลา มีธุระอะไรกับภรรยา... อ้อ ขอโทษทีครับ อดีตภรรยาของคุณหรือเปล่าครับ?" ดนัย จงใจเน้นเสียงคำว่า 'อดีตภรรยา' พร้อมกับยกยิ้มมุมปากอย่างเยาะเย้ย มือหนาถือวิสาสะโอบประคองช่วงเอวบางของรินรดาไว้เบาๆ เป็นการแสดงความเป็นเจ้าเข้าเจ้าของต่อหน้าอดีตสามีผู้ยิ่งใหญ่
ศิลาขบกรามแน่นจนเส้นเลือดที่ขมับปูดโปน รังสีอำมหิตแผ่ซ่านออกมาจากร่างหนาจนผู้คนรอบข้างเริ่มถอยร่นออกห่าง แต่เขากลับไม่สนใจสายตาใครทั้งสิ้น ดวงคมกلاบจดจ้องอยู่ที่ใบหน้านวลเนียนที่สวยสะพรั่งขึ้นกว่าเดิมหลายเท่า ผู้หญิงที่เขาเคยคิดว่าขาดเขาแล้วจะอยู่ไม่ได้ บัดนี้กลับเปล่งประกายเจิดจรัสราวกับราชินี
"ริน ผมขอคุยกับคุณเป็นการส่วนตัวสักครู่ได้ไหม มีเรื่องสำคัญที่เราต้องเคลียร์กันให้รู้เรื่อง" ศิลาพยายามระงับโทสะและเสียงสั่นเครือในลำคอ เอ่ยขอร้องด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลงอย่างที่รินรดาไม่เคยได้ยินมาก่อนตลอดสามปีที่แต่งงานกัน
รินรดาปรายตามองมือหนาที่พยายามจะเอื้อมมาแตะข้อศอกของเธอ เธอเบี่ยงกายหลบอย่างแนบเนียน รอยยิ้มเยาะหยันปรากฏขึ้นที่มุมปากอิ่มสวยที่เคลือบด้วยลิปสติกสีแดงกุหลาบเข้ม มันเป็นรอยยิ้มที่กรีดแทงใจชายหนุ่มให้เจ็บแปลบยิ่งกว่าถูกคมมีดกรีด
"เคลียร์หรือคะคุณศิลา? ฉันเกรงว่าเราคงไม่มีเรื่องอะไรต้องคุยกันอีกแล้วนะคะ ชีวิตคู่ของเรามันจบลงตั้งแต่วันที่คุณเซ็นใบหย่าและไล่ฉันออกจากบ้านหลังนั้นแล้วไม่ใช่หรือคะ" น้ำเสียงของเธอราบเรียบ ไร้คลื่นอารมณ์ใดๆ เจือปน ช่างเย็นชาและบาดลึกเสียจนศิคารู้สึกเหมือนหายใจไม่ออก
"วันนั้น... วันนั้นผมแค่..." ศิลาพูดไม่ออก ความทรงจำในอديตย้อนกลับมาตบหน้าเขาฉาดใหญ่ วันที่เขาโยนเอกสารหย่าใส่หน้าเธออย่างไร้เยื่อใย วันที่เขาไล่เธอออกไปท่ามกลางสายฝนโดยไม่สนว่าเธอกำลังร้องไห้แทบขาดใจ บัดนี้ กรรมตามสนองเขากลับมาอย่างสาสมแล้ว ทุกคำพูดที่เขาเคยใจร้ายใส่เธอ ย้อนกลับมาเป็นหอกแหลมคมทิ่มแทงหัวใจเขาเองในวินาทีนี้
"ถ้าไม่มีอะไรแล้ว ขอตัวนะคะ พอดีคุณดนัยนัดฉันคุยเรื่องแผนการลงทุนโปรเจกต์ใหม่ ซึ่งมัน... สำคัญและสร้างมูลค่าให้บริษัทของฉันมากกว่าการมายืนฟังคนแพ้พูดจาเพ้อเจ้อค่ะ"
คำว่า "คนแพ้" หลุดออกมาจากริมฝีปากนุ่มนวลนั้นราวกับสายฟ้าฟาดลงกลางใจ ศิลาเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง เขา... ศิลา นักธุรกิจผู้ไม่เคยพ่ายแพ้ให้ใคร กลายเป็น "คนแพ้" ในสายตาของอดีตภรรยาที่เขาเคยเหยียบย่ำเนี่ยนะ?
ก่อนที่ศิลาจะทันได้เอ่ยคำใดรั้งเธอไว้ รินรดาก็หมุนตัวเดินจากไปพร้อมกับดนัยโดยไม่ชายตาแลเขากลับมาอีกเลย แผ่นหลังบางระหงภายใต้ชุดราตรีเข้ารูปสีดำสนิทเดินห่างออกไปทุกที ทิ้งให้ศิลายืนเคว้งคว้างอยู่ท่ามกลางแสงไฟสว่างจ้าในงานเลี้ยงที่กลับมืดมนลงถนัดตา ความเจ็บปวดร้าวลึกแผ่ซ่านไปทั่วสรรพางค์กาย ความสำนึกผิดที่เริ่มกัดกินหัวใจทำให้เขาแทบยืนไม่อยู่
เขาพลาดไปแล้ว... พลาดอย่างมหันต์ และผู้หญิงคนนั้นจะไม่หวนกลับมามองเขาด้วยสายตาแบบเดิมอีกแล้ว ชั่วขณะที่ศิลาหลับตาลงเพื่อตั้งสติจากความร้าวราน เสียงฝีเท้าและเสียงพูดคุยของแขกเหรื่อกลุ่มหนึ่งที่เดินผ่านด้านหลังก็ดึงความสนใจของเขาให้หันกลับไปมอง
"อุ๊ย แม่น้องต้นกล้าน่ารักจังเลยค่ะคุณแม่ นั่งรอคุณแม่อยู่ตรงโซฟาโน้นนะ เดี๋ยวคุณแม่คุยธุระเสร็จแล้วจะพาไปกินไอศกรีมนะจ๊ะ"
คำว่า "น้องต้นกล้า" และเสียงเจื้อยแจ้วตอบรับ "ครับคุณแม่!" ทำให้ศิลาชะงักกкаก เขาหันขวับไปมองตามเสียงนั้นทันที หัวใจที่เพิ่งหล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่มกลับกระหน่ำเต้นรัวยิ่งกว่าเดิมเมื่อสายตาคมกริบกวาดไปสะดุดเข้ากับเด็กชายตัวน้อยวัยประมาณสองขวบเศษ ที่กำลังนั่งแกว่งขาอยู่บนโซฟารับแขกมุมอับสายตา
ดวงตากลมโต จมูกโด่งรั้น และโดยเฉพาะรอยยิ้มมุมปากที่ถอดแบบพิมพ์เขียวมาจากกระจกเงา... มันคือใบหน้าของเขาเองในวัยเด็กไม่มีผิดเพี้ยน! และยิ่งไปกว่านั้น ผู้หญิงที่กำลังก้มลงหอมแก้มเด็กน้อยคนนั้นเพื่อปลอบใจ... คือเลขาฯ คนสนิทของรินรดา ที่สำคัญที่สุดคือ รินรดากำลังเดินกลับมาหาเด็กชายคนนั้น พร้อมกับเรียกเขาด้วยสรรพนามที่ทำให้ศิลาถึงกับเข่าทรุดลงไปกองกับพื้น
"แม่มาแล้วค่ะ ลูกชายคนเก่งของแม่... กลับบ้านเรากันนะคะ น้องต้นกล้า"
***
โปรดติดตามตอนต่อไป... (รี้ดเดอร์คะ เตรียมใจรับแรงกระแทกจากความลับที่กำลังจะถูกเปิดเผยในตอนหน้าได้เลยนะคะ!)
- เพลิงกุหลาบดำ -
ทัณฑ์คืนชีพ: อดีตภรรยาขยี้หัวใจอดีตสามี•ตอนที่ 2
สายตาที่แปลกหน้า
ผลงานโดย เพลิงกุหลาบดำ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เพลิงกุหลาบดำ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทัณฑ์คืนชีพ: อดีตภรรยาขยี้หัวใจอดีตสามี นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!