เสียงปรบมือเกรียวกราวในห้องจัดเลี้ยงแกรนด์บอลroom ของโรงแรมหรูระดับเจ็ดดาวดังขึ้นราวกับคลื่นซัดสาดกระทบฝั่ง ทว่าสำหรับ ‘ศิลา’ แล้ว เสียงเหล่านั้นกลับเป็นเพียงความว่างเปล่าที่น่ารำคาญ นัยน์ตาคมกริบทอประกายความเย่อหยิ่งและเหนื่อยหน่ายในเวลาเดียวกัน เขากำลังยืนอยู่ท่ามกลางกลุ่มนักธุรกิจผู้ทรงอิทธิพล มือหนาถือแก้วทรงสูงบรรจุของเหลวสีอำพันราคาแพงระยับ แต่วันนี้... รสชาติของมันกลับฝาดเฝื่อนจนน่าหงุดหงิด
วิกฤตการณ์ทางการเงินที่กำลังกัดกินรากฐานของตระกูลศิลา คืบคลานเข้ามาเงียบเชียบราืองูพิษในความมืด พวกเขากำลังต้องการ ‘เงินทุนก้อนโต’ เพื่อพยุงอาณาจักรที่สร้างมาด้วยเลือดเนื้อ แต่น่าขันสิ้นดี... บรรดาคนที่เคยโค้งคำนับและเลียแข้งเลียขา กลับพากันถอยห่างออกไปราวกับเห็นโรคระบาด
“คุณศิลาครับ ทางฝั่งธนาคาร... ปฏิเสธการปล่อยสินเชื่อก้อนสุดท้ายแล้วครับ” เสียงกระซิบจากเลขาฯ ส่วนตัวที่ก้มลงกระข้างหู ทำให้กรามแกร่งขบเข้าหากันจนขึ้นสันนูน ความเครียดแผ่ซ่านไปทั่วแผ่นหลังกว้าง แต่ใบหน้าหล่อเหลายังคงเรียบเฉยราวน้ำแข็งสลัก
“ปล่อยข่าวออกไปว่าเราพร้อมเปิดรับผู้ถือหุ้นร่วมทุนรายใหม่” ศิลาเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำราบเรียบราวกับสถานการณ์ทั้งหมดอยู่ในการควบคุม ทั้งที่ความจริงแล้ว เขากำลังยืนอยู่บนปากเหวแห่งความหายนะ
“แต่... มีเงื่อนไขหนึ่งครับท่าน” เลขาฯ อึกอัก สีหน้าเต็มไปด้วยความลำบากใจ “นักลงทุนลึกลับรายนี้ ยื่นคำขาดว่า... เธอจะปรากฏตัวในงานคืนนี้ และมีข้อเสนอที่คุณศิลา... ต้องยอมรับด้วยตัวเองเท่านั้น”
ศิลาแค่นหัวเราะในลำคออย่างหยิ่งทะนง ความเย่อหยิ่งของทายาทตระกูลศิลาไม่เคยยอมก้มหัวให้ใครหน้าไหน “หึ คนประเภทไหนกันที่กล้าเล่นเกมอำนาจกับฉัน คิดว่าเงินไม่กี่ร้อยล้านจะซื้อศักดิ์ศรีของฉันได้หรือไง”
ทว่า ในวินาทีที่เสียงดนตรีบรรเลงบทเพลงคลาสสิกเปลี่ยนจังหวะเป็นความเงียบงันอันน่าพรั่นพรึง ประตูบานคู่เบ้อเริ่มแกะสลักลวดลายวิจิตรก็ถูกผลักให้เปิดออกช้าๆ
แสงไฟจากแชนเดอเลียร์คริสตัลนับพันดวงสาดส่องลงมายังเบื้องล่าง ราวกับจงใจขับเน้นร่างระหงในชุดราตรีสีดำสนิทปักเลื่อมระยิบระยับราวกับดวงดาวในคืนเดือนมืด ดีไซน์เปิดไหล่เผยให้เห็นผิวเนียนละเอียดดั่งไข่มุกและลาดไหล่บอบบางที่เต็มไปด้วยแรงดึงดูดสะกดสายตา ทว่าสิ่งที่ทรงพลังที่สุดไม่ใช่ความงามเย้ายวนใจ หากแต่เป็น ‘ออร่า’ เย็นชา ทรงอำนาจ และเด็ดเดี่ยวที่แผ่ซ่านออกมาจากตัวเธอ ทุกย่างก้าวที่เดินเข้ามาในห้องโถง ราวกับมีพลังบางอย่างกดทับให้ผู้คนรอบข้างต้องหยุดหายใจและหันไปมองเป็นตาเดียว
ศิลาชะงักค้าง แก้วในมือเกือบหลุดร่วงลงพื้น ลลมหายใจของนักธุรกิจผู้ยิ่งใหญ่สะดุดกึกเมื่อใบหน้านั้นปรากฏชัดเจนแก่สายตา
ไม่ใช่... ไม่ใช่ผู้หญิงหน้าเงินทั่วไปที่เขาเคยเจอ
ใบหน้ารูปไข่ที่เคยซีดเซียวและนัยน์ตาที่เคยเอ่อAคลอไปด้วยหยาดน้ำตาแห่งความอ่อนแอเมื่อหลายปีก่อน บัดนี้ถูกแต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางโทนเข้มริมฝีปากสีแดงก่ำราวย้อมด้วยเลือดกุหลาบดำ นัยน์ตาคู่คมกริบเย็นชาคู่นั้น... เต็มไปด้วยความมั่นใจ ความสะใจ และอำนาจที่เหนือกว่าอย่างเห็นได้ชัด
‘รินรดา’
ชื่อนั้นกรีดลึกลงในอกของศิลา ราวกับมีใครเอามีดกรีดซ้ำลงบนแผลเป็นที่เขาพยายามลืมเลือน อดีตภรรยา... ผู้หญิงคนที่เขาเคยผลักไสไล่ส่งอย่างไร้เยื่อใย ผู้หญิงคนที่เขาตราหน้าว่าโง่เขลาและไม่มีค่าพอจะยืนเคียงข้างตระกูลศิลา บัดนี้เธอกลับมายืนอยู่ ณ จุดสูงสุดของห้องโถง ในฐานะ ‘นักลงทุนรายใหญ่’ ผู้กุมชะตากรรมความเป็นความตายของเขาไว้ในกำมือ!
“ยินดีที่ได้พบกันอีกครั้งค่ะ... คุณศิลา”
น้ำเสียงหวานใสที่เคยสั่นเครือในอดีต บัดนี้ราบเรียบ ทรงพลัง และเยียบเย็นเสียจนคนฟังรู้สึกชาไปทั้งร่าง รินรดาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าเขา ระยะห่างเพียงไม่กี่ก้าวแต่มันกลับกว้างใหญ่ราวกั้นด้วยมหาสมุทรแห่งความแค้น เธอยกมุมปากขึ้นเป็นรอยยิ้มหยันที่ไม่ได้ส่งไปถึงดวงตาคู่สวยแม้แต่น้อย
ศิลากลืนน้ำฝาดเหนียวลงคอ ความตระหนกวาบผ่านนัยน์ตาคมเข้มเพียงเสี้ยววินาที ก่อนที่อีโก้และสัญชาตญาณการป้องกันตัวจะดีดตัวขึ้นสูงลิ่ว เขาขยับตัวเข้าหาเธอ รังสีความกดดันแผ่ออกจากร่างสูงใหญ่ “เธอ... เข้ามาที่นี่ได้อย่างไร ใครอนุญาตให้คนอย่างเธอ...”
“คนอย่างฉันทำไมหรือคะ?” รินรดาตัดบทด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่เชือดเฉือนลึกถึงกระดูกดำ เธอก้าวเข้าไปใกล้เขาอีกนิด กลิ่นน้ำหอมกลิ่นกุหลาบป่าผสมความเย้ายวนลึกลับลอยเข้าแตะจมูก ปลุกเร้าสัญชาตญาณดิบเถื่อนในตัวชายหนุ่มให้ตื่นขึ้นอย่างน่าหงุดหงิด “แปลกใจนักหรือคะที่ได้เห็นฉัน หรือคิดว่าฉันควรจะกอดทะเบียนสมรสเก่าๆ แล้วตรอมใจตายไปตามทางเดินข้างถนนเหมือนสุนัขข้างถนนอย่างที่ท่านเคยหวังไว้?”
“รินรดา!” ศิลาคำรามต่ำในลำคอ ขบกรามแน่นด้วยความโกรธกรำที่ถูกเธอย้อนเกล็ดต่อหน้าแขกเหรื่อผู้มีหน้ามีตา มือหนาเผลอยื่นออกไปคว้าข้อแขนเรียวเล็กไว้โดยสัญชาตญาณ “เล่นเกมบ้าอะไรของเธอ คิดว่าเอาเงินมาฟาดหัวฉันแล้วจะทำอะไรก็ได้งั้นเหรอ!”
รินรดาไม่แม้แต่จะสะดุ้งสะเทือน เธอปรายตามองมือหนาที่บีบข้อมือเธอแน่น ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตาเขาตรงๆ นัยน์ตาคู่นั้นไม่มีความหวาดกลัวหลงเหลืออยู่เลย มีเพียงเพลิงแค้นที่ถูกเผาผลาญจนกลายเป็นสีเทาแห่งความไร้เยื่อใย
“ปล่อยมือค่ะ... คุณศิลา” เธอกระซิบด้วยน้ำเสียงกระด้าง เย็นเยียบ และทรงพลังยิ่งกว่าเสียงตะโกนใดๆ “จำใส่สมองของคุณเอาไว้ให้ดีนะคะ ว่าวันนี้... ฉันไม่ได้มาที่นี่ในฐานะ ‘อดีตภรรยาที่น่าสมเพช’ คนเดิมอีกต่อไปแล้ว...”
เธอกระตุกยิ้มมุมปากอย่างงดงาม ทว่าแววตากลับคมกริบราovใบมีด
“แต่ฉันมาในฐานะ... เจ้าหนี้ชีวิตของคุณ ที่จะเหยียบย่ำศักดิ์ศรีที่คุณหวงนักหวงหนา ให้จมลงไปใต้ฝ่าเท้าของฉัน... เหมือนอย่างที่คุณเคยทำกับฉันในอดีตอย่างไรล่ะคะ”
คำพูดนั้นราวกับค้อนเหล็กทุบลงกลางใจของนักธุรกิจหนุ่มผู้หยิ่งทระนง ศิลาชาวาบไปทั้งร่าง ความโกรธเกรี้ยวและอารมณ์ดิบเถื่อนตีรวนขึ้นจนแทบควบคุมไม่อยู่ เขากำลังจะอ้าปากสวนกลับเพื่อทำลายอีโก้ของเธอให้แหลกคาสายตา แต่ทว่า... สายตาของเขาบังเอิญเหลือบไปเห็นเงาร่างเล็กๆ ของเด็กชายคนหนึ่ง ที่กำลังยืนหลบอยู่หลังชายกระโปรงของรินรดาอย่างตื่นกลัว
และเมื่อเด็กน้อยคนนั้นเงยหน้าขึ้นสบตากับเขา... ลมหายใจของศิลาก็ขาดห้วงไปทันที
ใบหน้าจิ้มลิ้ม นัยน์ตากลมโตดื้อรั้น และโครงหน้าที่ถอดแบบมาจากตัวเขาเองราวกับพิมพ์เดียวกัน...
หัวใจของอดีตสามีผู้เย็นชาหล่นวูบลงไปอยู่ที่ตาตุ่ม พร้อมกับความจริงอันน่าตกตะลึงที่กำลังแผดเผาจิตใจเขาให้มอดไหม้เป็นจุล
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปในห้วงอารมณ์อันลึกล้ำนี้กับ "เพลิงกุหลาบดำ" แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ
ทัณฑ์คืนชีพ: อดีตภรรยาขยี้หัวใจอดีตสามี•ตอนที่ 1
หวนคืนสู่รอยร้าว
ผลงานโดย เพลิงกุหลาบดำ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เพลิงกุหลาบดำ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทัณฑ์คืนชีพ: อดีตภรรยาขยี้หัวใจอดีตสามี นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!