กลิ่นอายของชาดำเอิร์ลเกรย์ที่ยังกรุ่นไอร้อนอยู่บนโต๊ะทำงานราคาแพง ไม่ได้ช่วยให้บรรยากาศรอบตัวศิลาผ่อนคลายลงเลยแม้แต่น้อย ในทางกลับกัน... ความเงียบงันที่แผ่ซ่านอยู่ระหว่างเขากับผู้หญิงตรงหน้า กลับบีบเค้นหัวใจของนักธุรกิจผู้ยิ่งใหญ่ให้ตีบตันลงทุกขณะ
รินรดานั่งไขว่ห้างอยู่บนโซฟาหนังแท้สีชา ตัวเธอดูลึกล้ำและทรงอำนาจเกินกว่าที่เขาเคยรู้จัก ภาพจำของอดีตภรรยาผู้เคยนั่งก้มหน้าคอยต้อนรับเขาอย่างไร้ตัวตนในคฤหาสน์หลังใหญ่ ได้ถูกเผาทำลายจนไม่เหลือซาก หลงเหลือไว้เพียงหญิงสาวในชุดสูทเข้ารูปสีเพลิง ที่ส่งยิ้มเยียบเย็นมาให้ราวกับกำลังมองดูแมลงตัวหนึ่งที่ดิ้นรนอยู่ในกำมือ
"คุณพยายามจะขุดคุ้ยอะไรอีกคะ ศิลา"
น้ำเสียงเรียบนิ่งแต่บาดลึกเอ่ยขึ้น ทำลายความเงียบที่น่าอึดอัด รินรดายกแก้วชาขึ้นจิบช้าๆ สายตาคมกริบภายใต้ขนตางอนงามคู่นั้นจับจ้องมองอดีสามีด้วยความสมเพชระคนท้าทาย
ศิลาขยับตัวด้วยความอึดอัด สัญชาตญาณการเป็นผู้ล่าในโลกธุรกิจบอกเขาว่าเขากำลังเพลี่ยงพล้ำอย่างหมดรูป มือหนาที่เคยเซ็นสัญญาซื้อขายมูลค่ามหาศาลกลับชื้นเหงื่อ เขาไม่อาจละสายตาจากใบหน้าหวานที่บัดนี้เต็มไปด้วยกำแพงน้ำแข็งที่เขาเป็นคนสร้างขึ้นมาเองกับมือ
"ผมแค่อยากรู้..." ศิลาเอ่ยเสียงแหบพร่า ดวงตาคมเข้มฉายแววเจ็บปวดอย่างปิดไม่มิด "ทำไม... ริน... ทำไมคุณถึงเปลี่ยนไปได้ขนาดนี้ ผู้หญิงที่เคยยอมผมทุกอย่าง ผู้หญิงที่เคยร้องไห้กอดขาผมในวันที่ผมผลักไส... หายไปไหนแล้ว"
คำพูดนั้นทำให้รอยยิ้มบนเรียวปากสีชาดของรินรดายิ่งกว้างขึ้น ทว่า... มันช่างเย็นชาและบาดลึกเสียจนคนมองรู้สึกเจ็บแปลบที่อกด้านซ้าย
"หายไปเหรอคะ?" รินรดาวางแก้วลงบนจานรองเสียงดังกระทบกันเบาๆ ก่อนจะโน้มตัวไปข้างหน้าเล็กน้อย ดวงตากลมโตจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเขา "ผู้หญิงคนนั้นตายไปแล้วค่ะ ศิลา... ตายไปตั้งแต่วันที่คุณเซ็นใบหย่า และโยนเศษเงินก้อนโตใส่หน้าฉัน พร้อมกับบอกว่าฉันไม่มีค่าอะไรเลยในชีวิตของคุณ"
ศิลาสะอึกราวกับถูกตบเข้าที่ใบหน้าอย่างแรง ภาพอดีตย้อนกลับมาทิ่มแทงหัวใจ วันนั้น... วันที่เขาเย็นชาและใจร้ายที่สุด วันที่เขามองเห็นหยาดน้ำตาของเธอเป็นเพียงเรื่องไร้สาระ วันนี้... เขากำลังชดใช้มันด้วยดอกเบี้ยที่แสนแพง
"วันนั้นฉันโง่เองค่ะ ที่เอาชีวิตทั้งชีวิตไปฝากไว้กับผู้ชายที่เห็นแก่ตัวอย่างคุณ" รินรดาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ร่างระหงก้าวเข้าไปใกล้ชายหนุ่มช้าๆ กลิ่นน้ำหอมกลิ่นกุหลาบป่าผสมผสานกับความเย้ายวนอันตรายลอยแตะจมูกศิลา จนลมหายใจของเขาเริ่มติดขัด "แต่ขอบคุณความใจร้ายของคุณนะคะ ที่ทำให้ฉันได้เกิดใหม่... ได้รู้ว่าการยืนด้วยลำแข้งของตัวเองมันมีอำนาจมากแค่ไหน และที่สำคัญ... มันทำให้ฉันรู้ว่าคุณไม่ได้วิเศษวิโสอะไรเลย เป็นแค่ผู้ชายพ่ายแพ้ที่กำลังจะสูญเสียทุกอย่างต่างหาก"
คำพูดที่เชือดเฉือนทิ่มแทงความอีโก้ของศิลาจนป่นปี้ ทว่าสิ่งที่ทำให้เขาแทบคลั่งไม่ใช่คำดูถูกเหล่านั้น... แต่เป็นกลิ่นกายและความใกล้ชิดที่ทำให้ความทรงจำเก่าๆ ตีรวนขึ้นมาในหัว สมองของเขาร้องเตือนให้ออกห่าง แต่มือกลับเผลอคว้าข้อมือเรียวเล็กเอาไว้โดยอัตโนมัติ
"ปล่อยค่ะ!" รินรดาตวัดเสียงกร้าว ใบหน้าสวยเชิดขึ้นอย่างไม่เกรงกลัว
"ไม่..." ศิลาครางต่ำในลำคอ แรงอารมณ์ที่อัดอั้นมานานนับแรมปีระเบิดออกมาอย่างควบคุมไม่ได้ เขาออกแรงดึงรั้งร่างบางเข้าหาตัวโดยไม่ทันให้เธอตั้งตั้งตัว แรงปะทะทำให้รินรดาเซถลาเข้าสู่อ้อมอกกว้างที่คุ้นเคย กลิ่นกายอุ่นร้อนและอ้อมแขนที่โอบกอดแน่นหนาราวกับคีมเหล็กทำให้เธอชะงักไปชั่วขณะ
"ศิลา! คุณบ้าไปแล้วรึไง ปล่อยฉันนะ!" รินรดาทุบกำปั้นลงบนแผงอกกว้าง พยายามดิ้นรนขัดขืนแต่ทว่าแรงของผู้หญิงหรือจะสู้แรงของชายหนุ่มที่กำลังถูกความหึงหวงและความโหยหาครอบงำ
"ใช่... ผมมันบ้า!" ศิลาคำรามเสียงต่ำ ดวงตาคมกริบลุกโชนด้วยไฟปรารถนาและหยาดหยดแห่งความเจ็บปวด เขาตรึงข้อมือทั้งสองข้างของเธอไว้ด้วยมือเพียงข้างเดียว ก่อนที่มือหนาอีกข้างจะช้อนท้ายทอยมน บังคับให้เธอแหงนเงยขึ้นมารับสัมผัสจากเขา
"อื้อ..."
เสียงประท้วงของรินรดาถูกกลืนหายไปในลำคอทันที เมื่อริมฝีปากหยักลึกทาบทับลงมาอย่างไร้ความปรานี มันไม่ใช่จูบแห่งความอ่อนโยน แต่มันคือจูบแห่งการลงทัณฑ์ การเรียกร้อง และการโหยหาที่อัดแน่นมาเนิ่นนาน รสชาติของความดุดันและร้อนแรงแผ่ซ่านไปทั่วโพรงปาก ศิลาบดขยี้เรียวปากนุ่มด้วยความโหยหา มือหนาเลื่อนลงมาโอบกระชับเอวคอดกิ่วเข้าประชิดแนบเนื้อ จนแทบไม่มีช่องว่างให้อากาศหายใจ
รินรดาเบิกตากว้างด้วยความตกใจ ความโกรธเกรี้ยวและแรงต่อต้านปะทุขึ้นในอก เธอพยายามเม้มริมฝีปากแน่นเพื่อปฏิเสธสัมผัสวาบหวามที่คอยจะแผดเผาเกราะป้องกันของเธอให้หลอมละลาย ทว่าศิลากลับใช้ความเก๋าเกมและสัมผัสอันชำนาญรุกไล่ ปลายนิ้วแกร่งลูบไล้ไปตามแนวสันหลังและสะโพกผายอย่างอุกอาจ สร้างกระแสความเสียวซ่านที่วิ่งพล่านไปทั่วร่างจนเผลอครางประท้วงในลำคอ
ช่องว่างที่เปิดออกเพียงนิดเดียวเปิดทางให้ลิ้นร้อนรุกล้ำเข้าไปตักตวงความหวานล้ำอย่างเอาแต่ใจ รสจูบที่ลึกซึ้งและเร่าร้อนทำให้โลกทั้งใบราวกับหมุนเคว้ง รินรดาเริ่มหายใจไม่ทั่วท้อง ความตั้งใจที่จะเย็นชาและแข็งกร้าวค่อยๆ พังทลายลงภายใต้สัมผัสที่เธอเคยคุ้นเคยและโหยหาในยามอ่อนแอ ร่างกายที่เคยต่อต้านเริ่มอ่อนยวบลงอย่างไร้เรี่ยวแรง มือที่เคยทุบตีเปลี่ยนเป็นกำเสื้อสูทของเขาแน่นโดยไม่รู้ตัว
ศิลาสัมผัสได้ถึงการยอมจำนนทีละน้อย หัวใจที่ด้านชาเต้นระรัวราวกับกลองศึก เขากดริมฝีปากย้ำเน้นย้ำความเร่าร้อน ลากไล้ลงมาตามซอกคอขาวผ่อง สูดดมกลิ่นกายหอมหวานที่ทำให้เขาคลั่งไคล้ ลมหายใจร้อนผ่าวที่เป่ารดผิวเนื้อทำให้รินรดาสั่นสะท้านไปทั้งร่าง ความทรงจำสีชมพูและสีเทาในอดีตผสมปนเปกันจนแยกไม่ออกว่านี่คือความแค้นหรือความโหยหา
ทว่า... ท่ามกลางบรรยากาศที่กำลังร้อนระอุและลึกซึ้งจนยากจะถอนตัว เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นขัดจังหวะ ราวกับสายน้ำเย็นที่สาดซัดลงมากลางกองเพลิง
"คุณศิลาคะ ดิฉันมีเอกสารด่วนจาก..."
เสียงของเลขาหน้าห้องดังขึ้นพร้อมกับเสียงบิดลูกบิดประตูที่กำลังจะเปิดเข้ามา ศิลาสะดุ้งสุดตัว สติสัมปชัญญะกลับคืนมาในเสี้ยววินาที เขารีบผละออกจากร่างบางทันทีด้วยความหงุดหงิดระคนตกใจ
รินรดาหอบหายใจหนักหน่วง ใบหน้าหวานแดงก่ำด้วยความอารมณ์ที่ยังค้างคาและคราบความโกรธ เธอยกมือขึ้นเช็ดริมฝีปากตัวเองลวกๆ แววตาที่มองเขากลับมาไม่ได้มีความอ่อนโยนหลงเหลืออยู่เลย มีเพียงความเกลียดชังและประกายไฟแห่งการแก้แค้นที่โชติช่วงยิ่งกว่าเดิม
"จำใส่สมองของคุณไว้... ศิลา" รินรดากระซิบเสียงลอดไรฟันด้วยความเคียดแค้น ขณะที่จัดเสื้อผ้าให้เข้าที่อย่างรวดเร็ว "ว่าจูบเมื่อครู่... มันไม่ใช่เพราะฉันยังรักคุณ แต่มันคือความสมเพชที่ฉันมีให้ผู้ชายไร้น้ำยาอย่างคุณต่างหาก!"
พูดจบ รินรดาก็หมุนตัวเดินสวนทางกับเลขาที่เปิดประตูเข้ามาพอดี เธอสะบัดหน้าเดินออกไปอย่างสง่างาม ทิ้งให้ศิลายืนหอบหายใจอยู่กลางห้อง ทำได้เพียงมองตามแผ่นหลังบางนั้นด้วยความเจ็บปวดร้าวลึก
ศิลาทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้ทำงานอย่างคนหมดแรง ปลายนิ้วแกร่งยกขึ้นลูบใบหน้าตัวเองอย่างเคร่งเครียด ความรู้สึกผิดและความปรารถนาตีวนอยู่ในอกจนแทบหายใจไม่ออก ทว่า... ในขณะที่เขากำลังจะเอื้อมมือไปหยิบแฟ้มเอกสารบนโต๊ะเพื่อสงบสติอารมณ์ สายตากลับเหลือบไปเห็นซองเอกสารสีน้ำตาลอ่อนที่รินรดาทำตกไว้ใต้โซฟา
ตัวอักษรบนหน้าซองเอกสารที่หลุดรุ่ยออกมาครึ่งหนึ่ง ทำให้ลมหายใจของศิลาหยุดชะงักไปทันที
ชื่อโรงพยาบาลเอกชนชื่อดัง... ผลตรวจทางพันธุกรรม... และภาพถ่ายใบเล็กๆ ของเด็กชายวัยราวๆ สามขวบที่มีดวงตาคมกริบและโครงหน้าถอดแบบมาจากเขาไม่มีผิดเพี้ยน!
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงบทนี้ด้วยหัวใจที่เต้นระรัว แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ - เพลิงกุหลาบดำ
ทัณฑ์คืนชีพ: อดีตภรรยาขยี้หัวใจอดีตสามี•ตอนที่ 7
เศษเสี้ยวความหลัง
ผลงานโดย เพลิงกุหลาบดำ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เพลิงกุหลาบดำ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทัณฑ์คืนชีพ: อดีตภรรยาขยี้หัวใจอดีตสามี นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!