“อย่ามองมันตรงๆ อคิน... ยิ่งเจ้าจ้องมองเงาที่บิดเบี้ยวในกระจกนานเท่าใด มันยิ่งจะกลืนกินตัวตนที่เหลืออยู่ของเจ้าให้หายไปในความว่างเปล่า”
เสียงของรินรดาสั่นพร่า ท่ามกลางความเงียบงันที่กดทับอยู่ในห้องโถงใต้ดิน หอจดหมายเหตุแห่งนี้ไม่เพียงเก็บรักษาเพียงกระดาษเก่าๆ แต่มันกำลังสูบกินลมหายใจของผู้ที่ริอ่านจะเปิดโปงความจริง อคินยืนนิ่งงันอยู่หน้าบานกระจกโบราณที่ขอบทำจากทองเหลืองหมองคล้ำ พื้นผิวกระจกนั้นมิใช่ความเรียบเนียนปกติ แต่มันคือผืนน้ำนิ่งที่พร้อมจะกระเพื่อมไหวตามแรงอาฆาตของอดีต
อคินไม่ตอบ เขายังคงจ้องมองภาพสะท้อนของตนเอง ในนั้น... เขาไม่ได้เห็นเพียงชายหนุ่มในชุดเดินทางที่ฝุ่นเกาะ หากแต่เห็นชายอีกคนหนึ่ง—ชายผู้มีดวงตาดำสนิทราวกับห้วงเหว มือที่สั่นเทาของเขากำลังถือปากกาขนนกที่เปื้อนหมึกสีคล้ำ ซึ่งอคินรู้ดีว่ามันมิใช่หมึก แต่เป็นหยดเลือดแห่งบทกวีที่เขาเคยจารึกผิดพลาดจนทำลายตระกูลตนเอง
“ข้าไม่ได้กลัวกระจก รินรดา” อคินเอ่ยเบาๆ ราวกับละเมอ “ข้าแค่กำลังนึกว่า... ถ้าสิ่งที่ข้าเห็นในกระจก คือสิ่งที่ข้า 'ควรจะเป็น' ตั้งแต่ต้นล่ะ?”
เขาขยับตัวเข้าใกล้บานกระจกอีกก้าว ลมหายใจของเขาเป็นไอเย็นเยียบติดอยู่บนพื้นผิว แววตาในกระจกนั้นไม่ได้เลียนแบบเขา แต่มันกำลังยิ้ม... เป็นรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความสมเพชและอำนาจมืด ภาพสะท้อนนั้นค่อยๆ ยกมือขึ้นวางทาบกับกระจกจากฝั่งตรงข้าม รอยนิ้วมือสีจางๆ ปรากฏขึ้นบนเนื้อแก้ว ราวกับมีใครบางคนกำลังพยายามจะทะลวงผ่านออกมา
รินรดาถอยหลังกรูด มือของนางกระชับคัมภีร์ที่ถือไว้แน่นจนข้อนิ้วขาวซีด “นั่นไม่ใช่เจ้า อคิน! อย่าให้บทกวีที่ถูกสาปแช่งพวกนั้นล่อลวงเจ้าไป! เจ้าแบกรับความทรงจำที่แตกสลายมามากพอแล้ว อย่าเอาตัวตนของเจ้าไปแลกกับเศษเสี้ยวของคนตายเลย”
“แต่ถ้าความตายคือที่เดียวที่ฉันจะพบความจริงล่ะ?” อคินแค่นหัวเราะ เสียงของเขาแหบแห้ง “ฉันใช้เวลาทั้งชีวิตตามหาคำตอบว่าทำไมบรรพบุรุษถึงต้องเผาบทกวีพวกนั้นทิ้ง แต่ตอนนี้... เมื่อฉันเห็นเงาตัวเองเริ่มกลายเป็นคนคนนั้น ฉันกลับรู้สึกว่า... มันช่างงดงามเหลือเกิน”
อคินเอื้อมมือออกไป ปลายนิ้วของเขาแตะสัมผัสกับปลายนิ้วของภาพสะท้อน ทันใดนั้น ความรู้สึกเหมือนไฟช็อตแล่นปราดไปทั่วร่าง ภาพเหตุการณ์ในอดีตฉายชัดขึ้นมาในสมองราวกับม้วนฟิล์มที่ถูกกระชากออกมาจากที่ซ่อน กลิ่นกระดาษไหม้ ความร้อนระอุของกองเพลิง และเสียงกรีดร้องของกวีผู้สิ้นหวังในวินาทีสุดท้ายก่อนที่ตระกูลของเขาจะล่มสลาย
ภาพสะท้อนนั้นไม่ได้เงียบงันอีกต่อไป มันเปิดปากพูด แต่เสียงที่ออกมากลับเป็นเสียงของอคินเอง... เสียงที่ก้องกังวานและทรงพลังกว่าหลายเท่า
“เจ้าตามหาความจริงมาตลอดชีวิต... แต่เจ้ากลับหวาดกลัวที่จะเป็นส่วนหนึ่งของมันเสียเองงั้นรึ อคิน? ช่างน่าขันนัก”
อคินรู้สึกถึงแรงดึงมหาศาลจากกระจก ร่างกายของเขากำลังถูกกระชากเข้าไปในความมืดที่ไร้ก้นบึ้ง รินรดากรีดร้องและพุ่งตัวเข้ามาคว้าแขนเขาไว้ แต่นางกลับถูกดีดกระเด็นออกไปราวกับสัมผัสถูกกระแสไฟฟ้าแรงสูง อคินเห็นน้ำตาในดวงตาของหญิงสาวผู้เป็นที่พึ่งเดียว แต่น่าแปลกที่เขาไม่รู้สึกถึงความเจ็บปวดอีกต่อไป
กระจกเริ่มร้าว ลวดลายที่แตกกระจายเหมือนใยแมงมุมดูราวกับจะทิ่มแทงทุกสรรพสิ่ง เงาในกระจกเริ่มขยายตัวก้าวออกมาจากกรอบทองเหลือง ทีละนิด... ทีละนิด จนกระทั่งไหล่ของมันพ้นออกมาเผชิญหน้ากับอคินในโลกความจริง
อคินมองเห็นใบหน้าของ 'อีกคน' ชัดเจน มันคือใบหน้าของเขา... ในเวอร์ชันที่ไร้ซึ่งความเมตตาและเต็มไปด้วยความทะเยอทะยานที่ถูกกักขังมานานนับร้อยปี
“ขอบใจที่ปลุกฉันขึ้นมา” เงาในกระจกกระซิบข้างหูเขา พลางหยิบปากกาขนนกที่เหน็บอยู่ข้างเอวของอคินไปไว้ในมือ “ตอนนี้ ถึงเวลาที่เราต้องเขียนบทจบของบันทึกกวีผู้สาบสูญนี้เสียที... ด้วยเลือดของเจ้า”
ทันใดนั้น มือของเงาร่างนั้นก็กระชากคอเสื้อของอคินอย่างแรง ก่อนจะพุ่งร่างของเขาเข้าไปปะทะกับกำแพงหินที่อยู่ด้านหลัง เสียงหินลั่นดังเปรี๊ยะ! และในวินาทีที่อคินกำลังจะหมดสติ เขาก็เหลือบไปเห็นบางอย่างที่ซ่อนอยู่หลังภาพวาดบนผนังที่พังทลายลงมาจากการปะทะ... มันไม่ใช่สมบัติ แต่มันคือศพของชายคนหนึ่งที่ใส่เสื้อผ้าชุดเดียวกับที่เขาสวมอยู่ทุกประการ พร้อมกับกระดาษจดหมายที่เขียนด้วยลายมือของเขาเองที่ยังแห้งไม่สนิท!
“นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่แกพยายามจะออกมา...” อคินเค้นเสียงผ่านไรฟัน ในขณะที่เงาร่างนั้นแสยะยิ้มกว้างจนเห็นถึงลำคอ “และเจ้า... ก็ไม่ใช่เงาของข้า แต่เป็นตัวข้าในอดีตที่ติดอยู่ในลูปของความตายนี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า!”
ขอให้ทุกท่านจงตระหนักว่า เงาที่น่ากลัวที่สุด ไม่ใช่สิ่งที่อยู่ในความมืด แต่คือสิ่งที่ซ่อนอยู่ในรอยยิ้มที่เรามอบให้ตัวเองหน้ากระจกนะครับ
- บทกวีใต้ร่มเงา
รอยจารึกในหยาดน้ำค้าง: บันทึกกวีผู้สาบสูญ•ตอนที่ 14
เสียงสะท้อนจากกระจกเงา
ผลงานโดย บทกวีใต้ร่มเงา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (บทกวีใต้ร่มเงา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รอยจารึกในหยาดน้ำค้าง: บันทึกกวีผู้สาบสูญ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!