"ถอยไปอคิน... รอยยิ้มในกระจกนั่นไม่ใช่ของคุณ แต่มันคือคำสาปที่ฝังรากอยู่ในหมึกสีเลือดนี่!"
เสียงของรินรดาสั่นพร่า ทว่าแววตาของเธอกลับแน่วแน่ราวกับศิลาหิน เธอคว้าข้อมือผมไว้แน่นขณะที่นิ้วของผมกำลังจะสัมผัสกับหน้ากระดาษหนังเก่าคร่ำที่วางอยู่บนแท่นหินใจกลางหอจดหมายเหตุใต้ดิน บรรยากาศรอบตัวหนักอึ้งด้วยกลิ่นอายของกระดาษเก่าและหยาดน้ำค้างที่เกาะตัวเป็นหยดน้ำแข็งบนผนังศิลา
ผมชะงัก ลมหายใจสะดุดกึก ความผิดบาปที่ผมพยายามฝังกลบไว้ในจิตใต้สำนึกดูเหมือนจะย้อนกลับมาทิ่มแทงด้วยคำพูดของเธอ เงาที่ทอดตัวอยู่บนพื้นไม่ได้ล้อไปตามแสงตะเกียง แต่มันขยับเขยื้อนด้วยจังหวะที่แปลกแยก ราวกับว่าตัวตนในกระจกที่ผมเคยพบเห็นเมื่อค่ำคืนก่อน กำลังพยายามจะก้าวออกมาจากเงามืดเพื่อเรียกร้องสิทธิ์ในบทกวีบทนี้
"ถ้าไม่เปิดเผยมันออกมา ความตายของบรรพบุรุษเราก็จะเป็นเพียงแค่เรื่องโกหกนะริน" ผมตอบกลับ น้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงด้วยความสั่นไหวที่ไม่อาจซ่อนเร้น "ผมไม่ได้กลัวเงาในกระจก... ผมแค่กลัวว่าถ้าผมอ่านมันจบ ผมจะไม่ได้เป็นผมคนเดิมอีกต่อไป"
รินรดาคลายมือออกช้าๆ เธอมองดูชิ้นส่วนกระดาษหนังที่ถูกม้วนเก็บไว้ด้วยเชือกด้ายสีแดงดั่งเส้นเลือด "โลกใบนี้ไม่ได้ถูกสร้างมาเพื่อให้อ่านความจริงที่ซ่อนอยู่หลังหยาดน้ำค้าง อคิน... การค้นพบชิ้นที่สองนี้อาจเปลี่ยนให้บทกวีกลายเป็นดาบ และดาบเล่มนั้นจะหันกลับมาหาหัวใจของคุณเอง"
ผมไม่ตอบ แต่เลือกที่จะค่อยๆ คลายปมด้ายนั้นออก ทุกสัมผัสที่ปลายนิ้วจรดลงบนกระดาษหนัง แผ่นดินใต้เท้าสั่นไหวเบาๆ ความทรงจำที่ไม่อาจระบุที่มาได้หลั่งไหลเข้าสู่สมองเสมือนกระแสธารที่บ้าคลั่ง กลิ่นหอมของดอกไม้ที่ไม่รู้จัก และเสียงกระซิบของคนหลายร้อยชีวิตที่ถูกลบเลือนไปตามกาลเวลาดังก้องอยู่ในโสตประสาท
*‘ผู้ใดจารึกรอยเท้าบนละอองน้ำค้าง... ผู้นั้นย่อมถูกลบหายไปจากใจตนเอง’*
นี่คือข้อความที่ปรากฏขึ้นบนชิ้นส่วนที่สอง มันไม่ได้เขียนด้วยหมึก แต่มันถูกกรีดลงไปในเนื้อกระดาษด้วยความเคียดแค้น ผมรู้สึกถึงความเจ็บปวดที่ปลายนิ้ว ราวกับว่ากระดาษแผ่นนี้กำลังสูบกินพลังชีวิตของผมเพื่อแลกกับการเปิดเผยความลับที่ถูกปิดตาย
"มันไม่ได้มีแค่บทกวี..." ผมพึมพำ ดวงตาพร่ามัว "มันคือแผนที่... แผนที่ของความผิดบาปที่ตระกูลเราสมคบคิดกับความมืดเพื่อรักษาบทกวีนี้ไว้"
รินรดาก้าวเข้ามาใกล้จนผมสัมผัสได้ถึงไออุ่น เธอใช้มือข้างหนึ่งแตะที่แผ่นหลังของผมเบาๆ เพื่อประคองสติ "อคิน มองดูให้ดี อย่าให้ความมืดในใจคุณนำทาง สายตาของกวีไม่ใช่การอ่านเพื่อพิพากษา แต่คือการอ่านเพื่อให้อภัย... จดจำไว้ว่าเงาที่น่ากลัวที่สุด ไม่ใช่สิ่งที่อยู่ในความมืด แต่คือสิ่งที่ซ่อนอยู่ในรอยยิ้มที่เรามอบให้ตัวเองหน้ากระจก"
ผมแค่นยิ้มขมขื่น "รอยยิ้มในกระจกนั่น... มันไม่ได้ยิ้มให้ผมริน แต่มันกำลังหัวเราะเยาะโชคชะตาของเรา"
ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าที่หนักแน่นและเชื่องช้าก็ดังขึ้นจากโถงทางเดินที่มืดมิด เสียงนั้นไม่ได้มาจากมนุษย์ แต่เป็นจังหวะการกระทบของโลหะกับพื้นหิน ความเงียบสงัดที่เคยมีอยู่ถูกทำลายลงด้วยแรงกดดันมหาศาลที่แผ่ซ่านเข้ามาในห้องเก็บรักษา เราทั้งคู่ต่างหยุดชะงัก รินรดาเบิกตากว้าง ความหวาดกลัวที่ผมไม่เคยเห็นมาก่อนปรากฏชัดในแววตาของเธอ
"มันมาแล้ว..." เธอกระซิบเสียงสั่น "เจ้าของเงาในกระจกที่แท้จริง ไม่ได้ถูกขังอยู่ในกระดาษ แต่มันยืนอยู่หลังประตูบานนั้นตั้งแต่วินาทีที่คุณเริ่มอ่านบทกวีบทที่สอง"
เสียงฝีเท้าหยุดลงที่หน้าบานประตูไม้โอ๊คหนาหนัก แรงเคาะที่ดังกังวานทำให้เศษฝุ่นบนเพดานร่วงหล่นลงมา ราวกับโลกทั้งใบกำลังจะพังทลายลงตรงหน้า ผมก้มมองชิ้นส่วนบทกวีในมือ ตัวอักษรสีแดงเข้มนั้นค่อยๆ เปลี่ยนรูปร่าง กลายเป็นอักขระที่ผมไม่คุ้นเคย แต่มันกลับส่งเสียงอ่านออกมาในหัวผมอย่างชัดเจน
ประตูไม้ถูกผลักออกช้าๆ ลมหนาวพัดกรูเข้ามาดับตะเกียงทุกดวงในห้อง เหลือเพียงแสงสลัวจากรอยร้าวบนพื้นหินที่เรืองแสงขึ้นมาตามจังหวะชีพจรของผม และในความมืดมิดนั้น ร่างสูงสง่าในชุดคลุมโบราณที่คุ้นตาอย่างประหลาดก็ก้าวเข้ามา พร้อมกับรอยยิ้มที่ทำให้หัวใจของผมหยุดเต้น
ชายคนนั้นวางมือลงบนด้ามดาบที่ข้างเอว ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่ผมรู้จักดีที่สุด เพราะมันคือเสียงเดียวกับที่ผมได้ยินทุกครั้งเมื่อจ้องมองกระจกยามค่ำคืน
"ขอบคุณที่รวบรวมมันมาให้ครบนะ อคิน... กวีผู้สืบทอดที่น่าสงสารของฉัน"
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านหยาดน้ำค้างและรอยจารึกนี้ไปด้วยกันนะครับ
บทกวีใต้ร่มเงา
รอยจารึกในหยาดน้ำค้าง: บันทึกกวีผู้สาบสูญ•ตอนที่ 15
บทกวีที่ไม่มีวันจบ
ผลงานโดย บทกวีใต้ร่มเงา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (บทกวีใต้ร่มเงา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รอยจารึกในหยาดน้ำค้าง: บันทึกกวีผู้สาบสูญ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!