รอยจารึกในหยาดน้ำค้าง: บันทึกกวีผู้สาบสูญ•ตอนที่ 16

แผนร้ายจากผู้นำสูงสุด

ผลงานโดย บทกวีใต้ร่มเงา
“หมึกในขวดนั้น... มันไม่ได้มีไว้เพื่อเขียนความจริง แต่มันมีไว้เพื่อหลอกล่อให้คนตายใจว่าความจริงนั้นยังมีอยู่ต่างหาก” เสียงทุ้มต่ำของชายชราในเงามืดสั่นไหวเล็กน้อย กระดาษปาปิรุสเก่าแก่ในมือของเขาถูกขยำจนเกิดเสียงกรอบแกรบ อคินยืนนิ่งอยู่หน้าโต๊ะทำงานไม้โอ๊คตัวใหญ่ แสงเทียนเพียงเล่มเดียวในห้องใต้ดินของหอจดหมายเหตุส่องให้เห็นเพียงเสี้ยวหน้าของ ‘ผู้นำสูงสุด’ ผู้ซึ่งกุมชะตากรรมของทุกพยางค์ที่ถูกขีดเขียนลงบนแผ่นดินนี้ อคินกำหมัดแน่นจนเล็บจิกเข้าที่ฝ่ามือ เขาไม่ได้รับอนุญาตให้นั่งลง แต่ความหยิ่งทะนงในฐานะกวีทำให้เขายืดตัวตรงสู้กับบรรยากาศที่กดทับดั่งภูเขาทั้งลูก “ถ้าท่านมองว่าภาษามีไว้เพื่อหลอกลวง เหตุใดท่านถึงยังต้องสั่งห้ามไม่ให้ใครเขียนบทกวีที่แท้จริงล่ะครับ?” ผู้นำสูงสุดหัวเราะเบาๆ เสียงนั้นแห้งแล้งและเย็นเยียบราวกับลมพัดผ่านสุสาน “อคิน... เธออาจจะมีสัมผัสพิเศษในการอ่านความทรงจำ แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าเธอเข้าใจกลไกของโลกที่ต้องถูกควบคุมด้วย ‘ระเบียบ’ การปล่อยให้บทกวีงอกงามอิสระ ก็ไม่ต่างจากการปล่อยให้ไวรัสแพร่กระจาย วันนี้มันอาจจะเป็นแค่กลอนธรรมดา วันพรุ่งนี้มันจะกลายเป็นเปลวเพลิงที่เผาผลาญอำนาจของข้าไปจนหมดสิ้น” ขณะที่การปะทะคารมดำเนินไป รินรดาซึ่งแอบซ่อนตัวอยู่ในช่องลับหลังชั้นหนังสือพยายามกลั้นหายใจ หัวใจของเธอเต้นรัวจนแทบจะหลุดออกมานอกอก เธอเห็นแผ่นประกาศสีดำสนิทที่วางอยู่บนโต๊ะของผู้นำสูงสุด มันคือ ‘ประกาศกฤษฎีกาแห่งการลบเลือน’ ที่จะทำให้ชื่อของกวีทุกคนที่เคยมีชีวิตอยู่ถูกลบออกจากหอจดหมายเหตุตลอดกาล รินรดาพยายามหยิบอุปกรณ์ส่งสัญญาณเสียงที่ประดิษฐ์ขึ้นเพื่อเตือนอคิน แต่มือของเธอกลับสั่นเทาจนเผลอทำปิ่นปักผมเหล็กหล่นลงบนพื้นไม้ *เคร้ง!* เสียงนั้นดังชัดเจนในความเงียบสงัด อคินชะงัก สายตาของผู้นำสูงสุดตวัดกลับมามองทิศทางที่รินรดาซ่อนตัวทันที ราวกับนักล่าที่ได้กลิ่นเหยื่อ “ดูเหมือนว่าเราจะมีแขกที่ไม่ได้รับเชิญนะ อคิน... หรือนี่คือแผนการที่เธอร่วมมือกับแม่สาวพิทักษ์หอจดหมายเหตุคนนั้น?” “นางไม่เกี่ยวอะไรด้วย!” อคินก้าวออกมาข้างหน้าเพื่อบังตำแหน่งที่รินรดาซ่อนตัวอยู่ “ถ้าท่านต้องการใครสักคนมาเป็นเครื่องสังเวยเพื่อความมั่นคงของท่าน ก็เลือกผมเถอะครับ แต่อย่าได้แตะต้องผู้ที่รักษาความทรงจำของบรรพบุรุษเอาไว้” ผู้นำสูงสุดลุกขึ้นยืนช้าๆ ร่างกายของเขาสูงใหญ่จนน่าเกรงขาม เขาเดินตรงเข้ามาหาอคิน แสงเทียนทำให้เงามืดของเขาแผ่ขยายปกคลุมร่างของกวีหนุ่ม “ฉันไม่ได้ต้องการสังเวยเธอ อคิน... ฉันต้องการให้เธอทำในสิ่งที่ฉันไม่สามารถทำได้ จงใช้นัยน์ตาที่อ่านความทรงจำของเธอ ค้นหา ‘คำสาป’ ที่ซ่อนอยู่ในบทกวีต้นฉบับของตระกูลเธอ และมอบกุญแจนั้นให้ฉัน เพื่อที่ฉันจะได้จบเรื่องไร้สาระนี้เสียที” อคินรู้สึกถึงแรงกดดันมหาศาล คำพูดของชายตรงหน้าไม่ได้เป็นเพียงการขอร้อง แต่มันคือการประกาศสงครามกับจิตวิญญาณของเขา หากเขายอมมอบกุญแจนั้น ความทรงจำของบรรพบุรุษที่ถูกจารึกไว้จะถูกทำลายลงพร้อมกับความเป็นกวีในตัวเขา แต่หากปฏิเสธ... รินรดาที่อยู่ข้างหลังเขาก็คงไม่รอด ในจังหวะที่ความกดดันพุ่งถึงขีดสุด อคินตัดสินใจทำสิ่งที่บ้าคลั่งที่สุดในชีวิต เขาหยิบปากกาขนนกที่พกติดตัวไว้เสมอ จุ่มมันลงในหมึกสีชาดที่ตั้งอยู่บนโต๊ะนั้น แล้วตวัดปลายปากกาลงบนอากาศดั่งกำลังเขียนบทกวีกลางความว่างเปล่า “ท่านอยากเห็นพลังของภาษางั้นหรือครับ? งั้นลองอ่านความทรงจำของตัวเองดูสิ ว่าท่านเคยเป็นใครก่อนที่จะกลายเป็นปีศาจในชุดสูทตัวนี้!” อคินกรีดเลือดของตนเองลงบนหยดหมึกที่ลอยเคว้งคว้าง ก่อนจะผลักมันเข้าหาดวงตาของผู้นำสูงสุด แรงกระแทกจากการอ่านความทรงจำผ่านอักษรย้อนกลับไปหาเจ้าของอย่างรุนแรง ผู้นำสูงสุดร้องลั่นด้วยความทรมาน ดวงตาของเขาเบิกกว้างเมื่อภาพความล้มเหลวในอดีตพุ่งเข้าจู่โจม “เจ้า... เจ้าทำอะไรลงไป!” ผู้นำสูงสุดล้มทรุดลงกับพื้น อคินรีบหันไปคว้าแขนรินรดาเพื่อเตรียมหนี แต่ทว่า ประตูห้องใต้ดินที่ควรจะปิดสนิทกลับถูกเปิดออกอย่างแรง พร้อมกับเสียงฝีเท้าขององครักษ์นับสิบคนที่กรูกันเข้ามาล้อมพวกเขาไว้ รินรดาเหลือบมองไปที่มือของอคินที่เปื้อนเลือดและหมึก ก่อนจะกระซิบเสียงสั่น “อคิน... ดูที่มือของท่านสิ... รอยจารึกนั่น... มันกำลังขยับได้!” ที่ข้อมือของอคิน อักขระโบราณที่เขาเคยคิดว่าเป็นเพียงปานติดตัวมาแต่เกิด บัดนี้มันกำลังเรืองแสงสีทองสว่างไสว ราวกับมีชีวิตและกำลังดิ้นรนจะหลุดออกจากผิวหนังของเขา และในขณะเดียวกัน ผู้นำสูงสุดที่ดูเหมือนจะพ่ายแพ้ กลับค่อยๆ เงยหน้าขึ้นมา พร้อมกับดวงตาที่เปลี่ยนเป็นสีดำสนิทไร้แววตา เขาเผยยิ้มที่น่าสะพรึงกลัวที่สุดเท่าที่อคินเคยเห็นมา “เจ้าคิดว่าพลังของกวีจะเอาชนะ ‘ความว่างเปล่า’ ได้งั้นหรือ?” ผู้นำสูงสุดเอ่ยด้วยเสียงที่ซ้อนทับกันหลายเสียง “เจ้าไม่ได้เพิ่งเปิดความทรงจำข้า อคิน... แต่เจ้าเพิ่งปลดปล่อย ‘สิ่งนั้น’ ออกมาจากกรงขังที่ข้าเฝ้าดูแลมาตลอดชีวิต” เงาดำที่พุ่งออกมาจากร่างของผู้นำสูงสุดเริ่มก่อตัวเป็นรูปร่างของกวีไร้หน้าที่ถือดาบซึ่งหลอมมาจากตัวอักษรนับล้านคำ มันพุ่งตรงมายังอคินและรินรดาด้วยความเร็วเกินกว่าที่มนุษย์จะหลบพ้น ท่ามกลางวิกฤตที่บีบคั้น รอยจารึกที่ข้อมือของอคินเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นคำสั่งโบราณที่สลักลึกลงไปในจิตวิญญาณของเขา นี่ไม่ใช่บทกวีแห่งความฝัน แต่เป็นบทกวีแห่งสงครามที่เขายังไม่พร้อมจะขีดเขียนมัน ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านหยาดน้ำค้างและรอยจารึกนี้ไปด้วยกันนะครับ บทกวีใต้ร่มเงา
สารจากนักเขียน (บทกวีใต้ร่มเงา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รอยจารึกในหยาดน้ำค้าง: บันทึกกวีผู้สาบสูญ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%