คมดาบเล่มนั้นมิได้กรีดผ่านเพียงอากาศธาตุ แต่มันพรากเอาลมหายใจและเสี้ยววินาทีแห่งความเป็นจริงให้ขาดสะบั้นลงอย่างไร้ความปรานี
ในหอจดหมายเหตุโบราณที่เวลาราวกับหยุดเดิน กลิ่นอายของกระดาษเก่าและหมึกจีนโบราณถูกแทนที่ด้วยกลิ่นคาวสนิมเหล็กที่อบอวลและบาดลึกในโสตประสาท อคินทรุดกายลงคุกเข่ากับพื้นหินเย็นเฉียบ ภาพเบื้องหน้าพร่าเลือนจนแทบแยกไม่ออกระหว่างหยาดน้ำตาของตนเองกับละอองหมึกที่ฟุ้งกระจายจากการปะทะอันรุนแรงเมื่อครู่ ทว่า สิ่งที่ตรึงรั้งสติของเขาไว้ให้อยู่กับปัจจุบันหาใช่ความเจ็บปวดทางกายไม่ หากแต่เป็นร่างบางของรินรดาที่ทรุดฮวบลงสู่อ้อมแขนของเขาอย่างหมดเรี่ยวแรง
ดวงตาคู่นคมองตามรอยแผลฉกรรจ์พาดผ่านแผ่นอกบาง รินรดาหอบหายใจรวยริน ไออุ่นจากร่างกายของเธอกำลังจางหายไปราวกับหมอกควันยามต้องแสงอาทิตย์
"ทำไม... ทำไมเธอถึงทำเช่นนี้ รินรดา" เสียงของอคินสั่นเครือ แหบพร่า จนแทบไม่เหลือเค้าโครงของกวีหนุ่มผู้เคยร้อยเรียงถ้อยคำอันทรงพลัง
รินรดายกมือขึ้นช้าๆ ราวกับแต่ละนิ้วที่ขยับต้องแลกมาด้วยพลังชีวิตทั้งหมด ปลายปลายนิ้วเรียวแตะลงบนริมฝีปากของอคินเพื่อห้ามไม่ให้เขาเอื้อNนคำใดออกมาอีก รอยยิ้มจางๆ ผุดขึ้นบนริมฝีปากซีดเซียวของเธอ แม้ในยามที่ความตายกำลังเอื้อมมือมาแตะต้อง เธอกลับยังคงงดงามและมั่นคงดั่งบทกวีบทสุดท้ายที่โลกใบนี้จารึกไว้
"เพราะ... อคินยังมีหน้าที่ต้องเขียนต่อ... ส่วนฉัน..." เสียงของเธอกลั้วไปด้วยเลือดที่สำรอกออกมา "...ฉันทำหน้าที่ปกป้องบทกวีของฉัน... สำเร็จแล้ว"
อคินสั่นสะท้านไปทั้งร่าง ความทรงจำนับพันปีที่ไหลผ่านตัวหนังสือในหอจดหมายเหตุแห่งนี้ไม่เคยมีบทใดที่โหดร้ายและงดงามเท่ากับวินาทีนี้ หยาดน้ำตาของกวีหนุ่มหยดลงบนแก้มของหญิงสาว ผสมผสานกับหยาดเลือดที่ซึมผ่านปลายนิ้วของเขาที่พยายามกดแผลนั้นไว้ด้วยความสิ้นหวัง
รอบกายของพวกเขา เงาร่างของผู้บุกรุกจากตระกูลเงาอักษรยังคงยืนตระหง่าน แววตาของนักฆ่าผู้ไร้ชื่อเสียงเรียงนามไร้ซึ่งความรู้สึก ผิดกับบรรยากาศรอบตัวที่กดดันจนแทบหายใจไม่ออก ดาบในมือของอีกฝ่ายยังคงมีหยดเลือดสีแดงเข้มหยดลงบนพื้นหินทีละหยด ราวกับเสียงนาฬิกาชีวิตที่กำลังนับถอยหลัง
"หมดเวลาแล้ว อคิน ส่งบันทึกกวีบทนั้นมาเสียดีๆ หรือเจ้าอยากจะตามนางไปในปรโลกพร้อมกับความว่างเปล่า" น้ำเสียงเยียบเย็นเอ่ยขึ้น ทำลายความเงียบงัน
อคินไม่ได้เงยหน้าขึ้นมองคู่ต่อสู้ มือข้างหนึ่งของเขายังคงกอดร่างของรินรดาไว้แน่นแนบอก ความรู้สึกผิดบาปที่เขาเคยแบกรับมาตลอดชีวิตถูกแผดเผาจนมอดไหม้ เหลือเพียงเปลวเพลิงแห่งความโกรธเกรี้ยวและความเด็ดเดี่ยวที่ถูกปลุกขึ้นจากขุมลึกแห่งจิตวิญญาณ เขาค่อยๆ วางร่างของรินรดาลงบนพื้นอย่างทะนุถนอมที่สุด ราวกับเธอบอบบางยิ่งกว่ากลีบดอกไม้ที่พร้อมจะปลิวหายไปกับสายลม
กวีหนุ่มลุกขึ้นยืนช้าๆ เงาร่างของเขายาวยืดทอดทามกลางแสงสลัวของตะเกียงโบราณ แววตาที่เคยอ่อนไหว บัดนี้กลับคมกริบราวกับปลายพู่กันที่จุ่มด้วยน้ำหมึกแห่งความตาย เขามองหน้าศัตรูด้วยความนิ่งสงบที่น่ากลัว
"เจ้าพรากสิ่งที่สำคัญที่สุดในชีวิตของข้าไปแล้ว" อคินเอ่ยขึ้น เสียงของเขาต่ำทุ้มแต่ก้องกังวานไปทั่วห้องโถง "และบัดนี้... เจ้าจะต้องชดใช้ด้วยบทกวีที่เจ้าไม่เคยคาดคิดว่าจะได้ยิน"
อคินยื่นมือออกไปในอากาศเบื้องหน้า ราวกับกำลังคว้าจับความว่างเปล่า ทันใดนั้น อักษรโบราณนับพันตัวที่สลักอยู่บนผนังหอจดหมายเหตุเริ่มเรืองแสงสีทองสว่างวาบ พวกมันหลุดลอยออกมาจากผนัง หมุนวนรอบตัวของเขาดั่งพายุหมุนแห่งถ้อยคำ พลังงานมหาศาลกดทับจนผู้บุกรุกต้องก้าวถอยหลังไปโดยไม่รู้ตัว
นักฆ่าแห่งตระกูลเงาอักษรเบิกตากว้างด้วยความตื่นตระหนก เมื่อตระหนักได้ว่าอคินไม่ได้กำลังใช้พลังเวทมนตร์หรืออาวุธธรรมดา หากแต่เขากำลังใช้ "จิตวิญญาณแห่งกวี" ที่ยอมแลกอายุขัยและสติสัมปชัญญะทั้งหมด เพื่อร่ายบทเพลงแห่งการพิพากษา
"เจ้าบ้าไปแล้วหรือ! การใช้พลังนี้จะทำให้วิญญาณของเจ้าแตกสลายไปตลอดกาล!" เสียงของศัตรูตะโกนแข่งกับเสียงคำรามของพายุอักษร
"ข้าตายไปตั้งแต่รินรดาล้มลงแล้ว" อคินตอบกลับด้วยรอยยิ้มเยือกเย็น ดวงตาของเขาเปล่งประกายสีทองเจิดจ้า "จงรับฟังบทกวีบทสุดท้ายของข้าซะ!"
ทว่า ในวินาทีที่อคินกำลังจะสะบัดมือเพื่อปลดปล่อยพลังทั้งหมดเข้าใส่ผู้บุกรุก มืออันเย็นเฉียบข้างหนึ่งก็เอื้อมมาแตะที่ชายเสื้อของเขาอย่างแผ่วเบา
อคินชะงัก ก้มมองลงไปด้วยความตกใจ รินรดายังไม่ตาย ดวงตาของเธอยังคงมีประกายแสงริบหรี่ เธอกำลังส่ายหัวช้าๆ พร้อมกับกระซิบด้วยเสียงที่แทบไม่ได้ยินผ่านริมฝีปากที่อาบเลือด
"...อย่า... อย่าใช่มัน... อคิน... ข้างหลัง... ระวัง..."
ยังไม่ทันที่อคินจะประมวลผลคำเตือนนั้น ร่างของเงาลึกลับอีกร่างหนึ่งก็ก้าวออกมาจากความมืดมิดหลังเสาหินโบราณ—บุคคลที่ไม่มีใครคาดคิดว่าจะอยู่ที่นี่ และเป็นคนเดียวกันกับผู้ที่กุมความลับทั้งหมดของตระกูลกวีมาเนิ่นนาน
ปลายดาบคมกริบจ่อเข้าที่ต้นคอของอคินจากด้านหลัง พร้อมกับเสียงกระซิบเยียบเย็นที่ดังชิดใบหู
"เจ้าคิดว่าข้ามาเพื่อดูพวกเจ้าแสดงละครรักร้าวแค่นั้นหรือ อคินหลานรัก... ส่งสมุดบันทึกมาให้ข้าเสียดีกว่า ไม่อย่างนั้น ทั้งหญิงผู้นี้และตัวเจ้า จะได้ดับสูญไปพร้อมกับความจริงที่ไม่มีใครเคยล่วงรู้"
ผมหวังว่าทุกท่านจะยังคงยืนหยัดเคียงข้างอคินในวินาทีที่ความจริงอันโหดร้ายกำลังกระชากหน้ากากของทุกคนเช่นนี้นะครับ
บทกวีใต้ร่มเงา
รอยจารึกในหยาดน้ำค้าง: บันทึกกวีผู้สาบสูญ•ตอนที่ 36
การเสียสละของรินรดา
ผลงานโดย บทกวีใต้ร่มเงา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (บทกวีใต้ร่มเงา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รอยจารึกในหยาดน้ำค้าง: บันทึกกวีผู้สาบสูญ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!