“หากตัวอักษรคือพันธนาการที่ขังวิญญาณเราไว้ในอดีต ริน... แล้วเหตุใดเล่าเราถึงยังดิ้นรนที่จะปลดปล่อยมันออกมาทั้งที่รู้ว่าปลายทางคือความพินาศ”
อคินเอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบงันในห้องใต้ดินของหอจดหมายเหตุ กลิ่นกระดาษเก่าและฝุ่นผงที่คลุ้งกระจายดูจะหนักอึ้งราวกับมีชีวิต เขาจ้องมองรินรดาที่ยืนตัวสั่นเทาอยู่เบื้องหน้า ในมือของเธอถือม้วนกระดาษจารึกที่พวกเขาตามหามาค่อนชีวิต—กระดาษที่ถูกเขียนด้วยเลือดของบรรพบุรุษผู้สาบสูญ
รินรดาเม้มริมฝีปากแน่น ดวงตาของเธอแดงก่ำจากแรงอารมณ์ที่พยายามสะกดกลั้น “เพราะถ้าไม่ปลดปล่อย อคิน... เราก็เป็นเพียงหุ่นเชิดที่เดินตามรอยเท้าของคนตาย เราไม่ได้มีชีวิตอยู่เพื่อตัวเองจริงๆ หรอก”
“เราไม่มีวันได้ใช้ชีวิตอย่างคนปกติหรอกครับ” อคินก้าวเข้าไปหาเธอหนึ่งก้าว รองเท้าหนังของเขากระทบพื้นไม้จนเกิดเสียงกังวานราวกับเสียงเคาะโลง “ความลับในบันทึกนี้... มันไม่ใช่บทกวี แต่มันคือคำสาปที่รอวันกัดกินทุกคนที่อ่านมันจบ”
รินรดาส่ายหน้า หยาดน้ำตาเม็ดหนึ่งกลิ้งตกลงบนแผ่นกระดาษโบราณ ทันใดนั้น หมึกสีดำที่เคยแห้งกรังดูเหมือนจะขยับเขยื้อนราวกับมีชีวิต มันเริ่มเลื้อยเป็นสายสลับซับซ้อน คล้ายกับเถาวัลย์ที่กำลังรัดพันข้อมือของเธอ
“คุณไม่ได้เข้ามาเพื่อช่วยผมไขความลับ แต่คุณเข้ามาเพื่อทำลายคำสาปนี้ด้วยชีวิตใช่ไหม?” อคินคว้าข้อมือเธอไว้ มือของเขาเย็นเยียบไม่ต่างจากเธอ “บอกผมสิ... ทำไมต้องเป็นคุณที่ต้องแบกรับทุกอย่างไว้คนเดียว”
รินรดาเงยหน้าขึ้นมองเขา แววตาของเธอในตอนนี้ไม่มีความหวาดกลัวหลงเหลืออยู่ มีเพียงความสงบอันน่าประหลาด “เพราะอคิน... ตั้งแต่วันที่เราพบกันใต้ต้นหูกวางหน้าหอสมุดวันนั้น ฉันก็รู้แล้วว่าคนที่จะแบกรับภาระที่หนักอึ้งที่สุดไม่ใช่ฉัน แต่เป็นคุณ”
เธอขยับมือที่สั่นเทาขึ้นแตะที่แก้มของเขา ก่อนจะเริ่มร่ายบทกวีที่ถูกบันทึกไว้ในหัวใจออกมาด้วยน้ำเสียงแหบพร่า
*“ในความเงียบงันที่ลึกสุดหยั่ง*
*ข้าขอวางดวงใจไว้ในหยาดน้ำค้างที่ร่วงหล่น*
*มิใช่เพื่อการอยู่รอดของกายตน*
*แต่เพื่อจารึกความจริงที่สลักไว้บนคมมีดแห่งกาลเวลา*
*แม้นวิญญาณจะมอดไหม้จนเป็นเถ้าถ่าน*
*ขอเพียงท่าน... ผู้เป็นดั่งเงาที่ซ่อนเร้น*
*ได้อ่านความนัยที่ซ่อนอยู่ในรอยร้าวของหัวใจข้า...”*
อคินหยุดหายใจ ทันทีที่ถ้อยคำสุดท้ายหลุดจากปากเธอ กลิ่นหอมของดอกราตรีที่มักปรากฏขึ้นก่อนเหตุการณ์เลวร้ายก็ตลบอบอวลไปทั่วห้อง อคินรู้สึกเหมือนความทรงจำของคนนับพันปีไหลบ่าเข้ามาในหัวเขาราวกับเขื่อนที่แตกทะลาย เขามองเห็นภาพบรรพบุรุษของเขาที่กำลังเขียนบทกวีนี้ด้วยน้ำตาและเลือด เห็นความทรมานที่ถูกส่งต่อผ่านสายเลือดจากรุ่นสู่รุ่น
“พอแล้ว! รินรดา! หยุดพูดเดี๋ยวนี้!” อคินตะโกน แต่เสียงของเขากลับดูห่างไกลเหลือเกิน
รินรดายิ้ม รอยยิ้มนั้นอ่อนโยนที่สุดเท่าที่เขาเคยเห็นมา เธอทรุดกายลงในอ้อมแขนของเขา ใบหน้าซีดเผือดลงอย่างรวดเร็ว กลิ่นเลือดจางๆ เริ่มอบอวลขึ้นมาแทนที่กลิ่นกระดาษ
“ฉัน... ฉันทำหน้าที่ของฉันแล้ว อคิน...” เธอพึมพำ “บันทึกนั่น... มันไม่ใช่เรื่องของอดีต แต่มันคือคำเตือนถึงอนาคตที่กำลังจะมาถึง... ระวัง...”
“รินรดา! อย่าหลับนะ!” อคินโอบกอดเธอไว้แน่น แรงสั่นสะเทือนเกิดขึ้นภายในหอจดหมายเหตุ ชั้นหนังสือล้มระเนระนาดราวกับบ้านทั้งหลังกำลังจะพังทลายลงมา เขาพยายามเช็ดน้ำตาออกจากแก้มของเธอ แต่ยิ่งเช็ด หมึกสีดำจากกระดาษจารึกก็ยิ่งไหลมาเกาะที่ปลายนิ้วของเขามากขึ้นเรื่อยๆ ราวกับมันกำลังเปลี่ยนเจ้าของ
ท่ามกลางความโกลาหลที่เกิดขึ้น เสียงเคาะประตูไม้หนักๆ ก็ดังขึ้นจากภายนอก... ไม่ใช่เคาะธรรมดา แต่มันคือเสียงกระแทกอย่างแรงจากคนที่คุ้นเคยเกินไป
*ปัง! ปัง! ปัง!*
“เปิดประตูเดี๋ยวนี้ อคิน! ข้ารู้ว่าพวกเจ้าอยู่ในนั้น!” เสียงที่ตะโกนเข้ามาคือเสียงของผู้ที่ควรจะตายไปตั้งแต่สิบปีก่อน—เสียงของพ่อที่อคินเฝ้าฝังใจมาตลอดว่าเขาเป็นต้นเหตุที่ทำให้คนผู้นี้ต้องจากไป
อคินตัวชาดิ่ง เขามองรินรดาที่หมดสติไปในอ้อมแขน สลับกับประตูห้องใต้ดินที่กำลังจะถูกพังลงมาในอีกไม่กี่วินาที ความจริงที่ถูกจารึกไว้ในน้ำค้างไม่ใช่เพียงแค่ความรัก แต่มันคือแผนการล้างแค้นที่ถูกวางไว้ตั้งแต่เขายังไม่เกิด และคนที่เป็นกุญแจสำคัญคนสุดท้าย... ก็กำลังจะดับสูญไปต่อหน้าต่อตาเขาเช่นนี้
ประตูกระเด็นออก เผยให้เห็นร่างชายสูงวัยในชุดคลุมสีดำสนิทที่มือถือสมุดบันทึกเล่มเดียวกันเป๊ะกับที่อคินถืออยู่ “ในที่สุด... ของรักของตระกูลเรา ก็ได้เวลากลับคืนสู่เจ้าของที่แท้จริงเสียที”
อคินตระหนักได้ในวินาทีนั้นว่า ตลอดเวลาที่ผ่านมา เขาไม่ได้เดินตามหาความจริง แต่เขากำลังเดินเข้าไปในกรงขังที่ถูกออกแบบมาอย่างประณีตที่สุด
หวังว่าทุกท่านจะยังคงไม่ละสายตาจากเส้นทางอันมืดมิดสายนี้ไปไหนนะครับ
บทกวีใต้ร่มเงา
รอยจารึกในหยาดน้ำค้าง: บันทึกกวีผู้สาบสูญ•ตอนที่ 37
คำสารภาพของหัวใจ
ผลงานโดย บทกวีใต้ร่มเงา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (บทกวีใต้ร่มเงา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รอยจารึกในหยาดน้ำค้าง: บันทึกกวีผู้สาบสูญ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!