"วางหมึกนั่นลงเสีย อคิน... ท่านกำลังเขียนบทกวีด้วยโลหิตของตัวเองอยู่นะครับ"
เสียงของรินรดาสั่นพร่า ท่ามกลางความเงียบงันที่กดทับหอจดหมายเหตุใต้ดินจนแทบขาดใจ อคินไม่ได้หันกลับไปมอง ปลายปากกาคอแร้งที่เขากำลังกดลงบนกระดาษสาผืนเก่าสั่นระริก หยดหมึกสีดำสนิทหยดลงบนเนื้อกระดาษประหนึ่งหยดน้ำตาของกาลเวลา เขาไม่ได้เขียนด้วยคำพูด แต่มันคือการถ่ายโอนเศษเสี้ยวความทรงจำที่แตกสลายลงไปในบรรทัดเหล่านั้น
"มันไม่ใช่โลหิตหรอกครับรินรดา" อคินตอบ น้ำเสียงของเขาแหบพร่าและแห้งผากราวกับเปลือกไม้เก่าแก่ "มันคือบทสรุปของตระกูลที่สาบสูญ... คือภาระที่ผมแบกไว้บนไหล่มาตลอดชีวิต ความผิดบาปไม่ได้อยู่บนกระดาษ แต่มันอยู่ในหัวใจที่กำลังจะดับสูญของผมต่างหาก"
เขาวางปากกาลง มือของเขาสั่นจนเห็นได้ชัด รินรดาก้าวเข้ามาใกล้ เธอไม่ได้แตะต้องตัวเขา แต่กลิ่นอายความเศร้าที่แผ่ออกมาจากตัวชายหนุ่มตรงหน้า ทำให้หญิงสาวต้องกั้นหายใจ เธอรู้ดีว่าหากบทกวีสุดท้ายนี้จบลง อคินจะไม่มีวันกลับมาเป็นคนเดิมอีกต่อไป
"คุณเคยบอกว่ากวีคือผู้ถักทอความจริงไม่ใช่หรือครับ?" รินรดาถามเบาๆ สายตาจ้องมองไปยังแผ่นกระดาษที่ว่างเปล่าในมุมหนึ่ง "หากคุณเขียนสิ่งนี้ลงไป... ความทรงจำเกี่ยวกับตระกูลของคุณจะหายไปจากโลกนี้ตลอดกาล อคิน... คุณจะกลายเป็นคนแปลกหน้าแม้แต่กับตัวเอง"
อคินหันกลับมามองเธอ ดวงตาของเขาฉายแววว่างเปล่าทว่าลึกล้ำราวกับห้วงสมุทรในคืนเดือนมืด เขาเผยยิ้มที่ทำให้หัวใจของรินรดาเจ็บแปลบ
"การเป็นคนแปลกหน้าในโลกที่ลืมเลือนไปแล้ว... อาจเป็นอิสระภาพที่แท้จริงก็ได้ครับ" เขาหยุดหายใจครู่หนึ่ง ก่อนจะสูดลมหายใจเข้าลึก "ผมจำไม่ได้แล้วว่ากลิ่นของฤดูใบไม้ผลิเป็นอย่างไร ผมจำได้เพียงรอยจารึกของความเจ็บปวดที่บรรพบุรุษทิ้งไว้ให้ หากผมยอมดับสูญไปพร้อมกับบทกวีนี้ บางที... ในหยาดน้ำค้างหยดต่อไป อาจจะมีกวีคนใหม่ที่เขียนเรื่องราวที่งดงามกว่าเดิม"
เขากำลังทำสิ่งที่บ้าคลั่งที่สุดในชีวิต อคินไม่ได้แค่บันทึกอดีต แต่เขากำลัง 'เผาทำลาย' ตัวตนของเขาผ่านตัวอักษร อักขระแต่ละตัวที่เขาจดจารลงไปเริ่มเรืองแสงสีหม่น ราวกับว่าหมึกนั้นถูกดูดกลืนเข้าสู่มิติที่มองไม่เห็น รินรดารีบคว้าข้อมือเขาไว้แน่น
"อย่าทำแบบนี้! ถ้าคุณลืมทุกอย่าง แล้วเรา... เราที่เคยผ่านอะไรมาด้วยกันล่ะ?"
คำถามนั้นทำให้หัวใจของอคินกระตุกวูบ เขาจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเธอ ความทรงจำที่เกี่ยวพันกับหญิงสาวผู้นี้เริ่มพร่าเลือนในสมองของเขา ราวกับภาพวาดสีน้ำที่ถูกน้ำสาดจนละลาย เขาอยากจะจำไว้ แต่บทกวีที่เขาเป็นผู้ร่ายรำกำลังเรียกร้องค่าตอบแทนที่สาสม
"รินรดา..." อคินกระซิบ น้ำตาหยดหนึ่งร่วงหล่นลงบนหลังมือของเธอ "หากเราต้องลืมกัน ผมขอให้คุณจำไว้แค่เพียงว่า... ในวินาทีที่ผมดับสูญไป ผมได้มอบบทกวีที่งดงามที่สุดให้แก่โลกใบนี้ผ่านหัวใจของผมเอง"
ทันใดนั้น บรรยากาศรอบข้างก็เปลี่ยนไป แสงสีทองเรืองรองสาดส่องออกมาจากอกของอคิน เสียงกวีที่แว่วดังมาจากความว่างเปล่า บทกวีที่ไม่มีใครเคยได้ยินกำลังถูกเขียนขึ้นในใจของเขาอย่างบ้าคลั่งและทรงพลัง อคินหลับตาลง ร่างกายของเขาสั่นสะท้านอย่างควบคุมไม่ได้ เขากำลังถือกำเนิดใหม่ท่ามกลางเถ้าถ่านของอดีต
ทันใดนั้นเอง เสียงฝีเท้าหนักแน่นที่คุ้นเคยก็ดังขึ้นจากทางเดินมืดมิดหน้าประตูหอจดหมายเหตุ ประตูเหล็กกล้าที่ปิดตายมานานนับร้อยปีค่อยๆ เปิดออกด้วยแรงกระแทกอย่างรุนแรง เงาร่างหนึ่งก้าวเข้ามา พร้อมกับเสียงปรบมือที่ฟังดูเย็นยะเยือกและเต็มไปด้วยอำนาจ
"ช่างเป็นบทสรุปที่น่ายกย่องจริงๆ อคิน" ชายชราในชุดคลุมสีดำสนิทเดินออกมาจากความมืด ใบหน้าครึ่งหนึ่งของเขาถูกปกปิดด้วยหน้ากากไม้แกะสลักลวดลายกวีโบราณ "แต่น่าเสียดาย... กวีผู้สาบสูญคนนี้ ลืมไปแล้วใช่ไหมว่าตระกูลของเจ้าไม่ได้มีแค่การจารึก... แต่ยังมี 'การพันธนาการ' ที่ตัดไม่ขาด"
อคินลืมตาขึ้น ดวงตาของเขาเปลี่ยนไปเป็นสีเงินวาวโรจน์ เขาจำชายคนนี้ได้... คนที่เขาเคยคิดว่าตายไปแล้วในบทกวีตอนที่ 10 ของตระกูล ชายผู้เป็นจุดเริ่มต้นของคำสาปทั้งหมด
"ท่านพ่อ..." อคินกระซิบ เสียงนั้นไร้ซึ่งความรู้สึก แต่เต็มไปด้วยแรงอาฆาตที่ถูกปลุกให้ตื่นขึ้นจากขุมนรก
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านหยาดน้ำค้างแห่งความทรงจำนี้มาด้วยกันจนถึงบรรทัดสุดท้ายนะครับ
บทกวีใต้ร่มเงา
รอยจารึกในหยาดน้ำค้าง: บันทึกกวีผู้สาบสูญ•ตอนที่ 38
การดับสูญและถือกำเนิด
ผลงานโดย บทกวีใต้ร่มเงา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (บทกวีใต้ร่มเงา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รอยจารึกในหยาดน้ำค้าง: บันทึกกวีผู้สาบสูญ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!