"หยุดมือเดี๋ยวนี้ อคิน!"
เสียงของรินรดาเฉียบขาด ท่ามกลางความเงียบงันในโถงใต้ดินของหอจดหมายเหตุที่อวลไปด้วยกลิ่นกระดาษเก่าและหยดน้ำที่เกาะบนผนังหิน เธอขยับกายเข้ามาขวางหน้าโต๊ะไม้โบราณที่วางคัมภีร์หนังแพะสีซีดจางไว้ อคินชะงัก นิ้วมือของเขาสั่นระริกห่างจากตัวอักษรจารึกเพียงไม่กี่มิลลิเมตร กลิ่นไอของความว่างเปล่าแผ่ออกมาจากคัมภีร์นั้น ราวกับมันพร้อมจะกลืนกินทุกสิ่งรอบข้างเข้าไปในสูญญากาศ
"เธอไม่เข้าใจหรอก รินรดา" อคินเอ่ยขึ้น เสียงของเขาแหบพร่าและแห้งผาก ดวงตาของเขามีรอยช้ำจางๆ จากการอดนอนมาหลายคืน "บทกวีบทนี้ไม่ใช่การรังสรรค์ แต่มันคือการ 'สังคายนา' โลกใบนี้ มันคือคำสาปที่บรรพบุรุษเราซ่อนไว้ใต้รอยจารึก... ยิ่งอ่าน ยิ่งเติมเต็มความหมาย โลกที่เราเห็นก็ยิ่งบางเบาลง"
รินรดาจ้องมองเขาด้วยสายตาที่เจ็บปวด เธอไม่ได้ขยับหนี แต่กลับเอื้อมมือมาคว้าข้อมือเขาไว้แน่น ไอเย็นเยียบส่งผ่านจากผิวหนังของอคินมาถึงเธอ "ถ้าโลกนี้เป็นเพียงแค่บทกวีที่รอวันอวสาน แล้วทำไมเราถึงต้องดิ้นรนรวบรวมเศษเสี้ยวความทรงจำพวกนี้มาตั้งแต่วันแรก? อคิน... นายกำลังกลัวหรือว่านายกำลังถอยหนี?"
"ผมไม่ได้ถอยหนี!" อคินตะคอกเบาๆ ก่อนจะทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้ไม้ที่ส่งเสียงลั่นเอี๊ยดอ๊าด "ผมเห็นมัน... ในความทรงจำของตัวอักษรที่ผ่านปลายนิ้วผมไป เมื่อประโยคสุดท้ายถูกจารึกด้วยคำคล้องจองที่สมบูรณ์แบบ แสงสว่างที่เห็นรอบตัวเราจะดับวูบลง เหมือนเทียนไขที่ถูกเป่าทิ้งในความมืดมิดของหอคอยบรรพกาล นี่ไม่ใช่กวีนิพนธ์เพื่อความงาม แต่มันคือนาฬิกานับถอยหลังของจักรวาล"
ความเงียบเข้าปกคลุมอีกครั้ง มีเพียงเสียงหยดน้ำที่ตกกระทบพื้นหินสม่ำเสมอ ราวกับจังหวะของชีพจรที่กำลังอ่อนแรงลงทุกขณะ อคินเงยหน้าขึ้นมองหญิงสาวตรงหน้า เขาเห็นหยดน้ำตาที่รื้นขึ้นในดวงตาคู่สวยของเธอ แต่มันไม่มีสีหน้าแห่งความโศกเศร้า มีเพียงความเด็ดเดี่ยวที่เขาสัมผัสได้
"ถ้างั้น... ก็จงเขียนมันให้จบ" รินรดากล่าวด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือแต่หนักแน่น "ถ้าความงามที่แท้จริงต้องแลกด้วยการดับสูญ ก็ปล่อยให้เราเป็นบทกวีบทสุดท้ายที่สมบูรณ์ที่สุดดีกว่าจะทิ้งให้มันค้างคาอยู่แบบนี้ เหมือนรอยแผลที่ไม่มีวันตกสะเก็ด"
อคินนิ่งงันไป คำพูดของเธอกระแทกใจเขาอย่างแรง เขาใช้ชีวิตทั้งชีวิตเพื่อตามหาความหมายของกวีบทนี้ เพื่อจะพบว่าสิ่งที่เขาพยายามปกป้องมาตลอด กลับเป็นอาวุธที่รอคอยการปลดปล่อย เขาหลับตาลง นึกถึงภาพทุ่งดอกหญ้าที่รินรดาเคยเล่าให้ฟัง แสงแดดที่อบอุ่นบนผิวกาย และกลิ่นฝนแรกที่ทำให้เขารู้สึกว่าตนเองยังมีชีวิตอยู่ ทั้งหมดนี้กำลังจะหายไป... เพียงเพราะคำไม่กี่คำที่รอการตวัดปากกา
"เธอไม่เสียใจเหรอ รินรดา?" อคินถามเบาๆ
"เสียใจสิ" เธอตอบพลางยิ้มขมขื่น "แต่ฉันเสียใจมากกว่า ถ้าเราต้องจากไปโดยที่ไม่เคยรู้ว่าตัวอักษรเหล่านั้นพยายามจะบอกอะไรกับเราจริงๆ"
อคินหยิบปากกาขนนกขึ้นมา ความรู้สึกผิดบาปที่กัดกินหัวใจมาตลอดหลายปีดูเหมือนจะเบาบางลง เขาตระหนักได้ว่าความงดงามไม่ได้อยู่ที่การคงอยู่ตลอดไป แต่อยู่ที่การที่เราได้เลือกให้มันจบลงอย่างสง่างามเพียงใด เขาจรดปลายปากกาลงบนกระดาษที่กรอบเกรียม หมึกสีดำสนิทซึมลงไปช้าๆ ราวกับเลือดที่ไหลออกจากบาดแผลที่ปิดตาย
เมื่อประโยคสุดท้ายถูกจารึก จู่ๆ แผ่นดินก็สั่นสะเทือนเบาๆ ฝุ่นผงจากเพดานหอจดหมายเหตุร่วงหล่นราวกับหิมะสีเทา ลมหนาวที่ไม่มีที่มาพัดวูบผ่านห้องไปจนเทียนไขทุกเล่มดับลงเหลือเพียงความมืดมิดที่เข้าโอบล้อมทั้งสองไว้ แต่ในความมืดนั้น อคินกลับเห็นประกายแสงเรืองรองออกมาจากคัมภีร์เล่มนั้น มันไม่ใช่แสงที่ทำลายล้าง แต่เป็นแสงที่ดึงดูดความทรงจำทั้งหมดที่โลกนี้เคยสูญเสียไปให้กลับคืนมา
"อคิน... ดูนั่นสิ" รินรดาเรียกเขา เสียงของเธอเต็มไปด้วยความหวาดหวั่นและตื่นตะลึง
อคินหันไปมองหน้าต่างไม้บานเก่าที่ปิดตายมานับร้อยปี บัดนี้มันเปิดออกกว้าง และสิ่งที่เขามองเห็นไม่ใช่ทิวทัศน์ของเมืองที่เขารู้จัก แต่เป็นห้วงอวกาศที่เต็มไปด้วยตัวอักษรสีทองลอยละล่องดั่งดวงดาว และที่หน้าประตูทางเข้าหอจดหมายเหตุ ร่างเงาสูงโปร่งในชุดคลุมสีเทาหม่นที่เขารู้จักดีที่สุด... ร่างของบรรพบุรุษผู้สาบสูญที่เขาตามหามาทั้งชีวิต กำลังก้าวเท้าเข้ามาพร้อมกับแววตาที่เต็มไปด้วยความเมตตาและรอยยิ้มที่ทำให้หัวใจของเขาแทบหยุดเต้น
"ในที่สุด เจ้าก็ทำลายโซ่ตรวนของกาลเวลาได้เสียที หลานชายของข้า" เสียงนั้นก้องกังวานดุจบทกวีที่หลุดออกมาจากหน้ากระดาษ ก่อนที่ความจริงอันน่าสะพรึงกลัวจะปรากฏชัดขึ้น เมื่อผู้มาเยือนยกมือขึ้นและชี้ไปที่รินรดา พร้อมกับคำพูดที่เปลี่ยนทุกอย่างไปตลอดกาล "แต่การเริ่มต้นใหม่ครั้งนี้ ต้องแลกด้วยชีวิตของคนที่เจ้าหวงแหนที่สุดในโลกใบเก่า... เจ้าพร้อมจะแลกมันไหม?"
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านหยาดน้ำค้างอันแสนเปราะบางมาจนถึงบทนี้ด้วยกันนะครับ
บทกวีใต้ร่มเงา
รอยจารึกในหยาดน้ำค้าง: บันทึกกวีผู้สาบสูญ•ตอนที่ 27
การทรยศของกาลเวลา
ผลงานโดย บทกวีใต้ร่มเงา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (บทกวีใต้ร่มเงา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รอยจารึกในหยาดน้ำค้าง: บันทึกกวีผู้สาบสูญ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!