ปลายปากกาหมึกซึมในมือของอคินไม่ได้สั่นไหวด้วยความหวาดกลัว ทว่ามันสั่นระริกด้วยแรงปรารถนาอันดิบเถื่อนที่จะกรีดแทงหัวใจของคนที่ยืนอยู่เบื้องหน้าให้แหลกสลายเป็นจุล
ความเงียบงันภายในห้องโถงหินอัคนีเวลานี้หนาแน่นเสียยิ่งกว่ากำแพงเหล็กกล้า กลิ่นอายของความตายและหยาดเลือดที่ยังไม่แห้งสนิทบนพื้นหินผสมปนเปไปกับกลิ่นกระดาษโบราณ ลอร์ดวาเลนไทน์ ผู้นำแห่งกองกำลังเงาทมิฬผู้ไม่เคยเกรงกลัวต่อสิ่งใด กำลังยืนจ้องมองแผ่นกระดาษสีนวลในมือของกวีหนุ่มด้วยดวงตาที่เบิกกว้าง ริมฝีปากที่เคยเหยียดยิ้มเย้ยหยันบัดนี้สั่นเทาจนแทบควบคุมไม่ได้
"เจ้า... กล้าดียังไงนำมันขึ้นมาอ่าน" เสียงของวาเลนไทน์แหบพร่าและเต็มไปด้วยความตื่นตระหนก มันไม่ใช่ความกลัวในคมดาบ แต่มันคือความหวาดกลัวที่ถูกควักเอาความลับเน่าเฟะในจิตวิญญาณออกมาตากแดด
อคินเงยหน้าขึ้นสบตาอีกฝ่าย ชายหนุ่มไม่ได้ยิ้ม รอยยิ้มอันอบอุ่นที่รินรดาเคยหลงใหลได้เลือนหายไปจากใบหน้าคมคาย เหลือเพียงแววตาสีดำสนิทที่ลุ่มลึกราวกับห้วงมหาสมุทรไร้ก้นบึ้ง
"บทกวีไม่ได้มีไว้เพื่อขับกล่อมให้พวกท่านนอนหลับฝันดีหรอกนะครับ, ท่านวาเลนไทน์" อคินเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าทุกถ้อยคำกลับหนักแน่นราวกับค้อนเหล็กที่ตอกลงบนลิ่มหัวใจ "แต่มันมีไว้เพื่อชำระล้าง... และบางครั้ง ก็มีไว้เพื่อพิพากษา"
อคินเริ่มต้นร่ายบทกวีที่เขาเพิ่งจรดปลายปากกาเขียนเสร็จสิ้นเมื่อไม่กี่ลมหายใจก่อน น้ำเสียงของเขานุ่มนวลแต่กังวานก้อง สะท้อนไปตามผนังหินทีละคำ ทีละพยางค์ ราวกับกระแสธารแห่งกาลเวลาที่ไหลย้อนกลับไปชะล้างความโสมม
*“หยาดน้ำค้างบนกลีบกุหลาบ... มิได้ใสสะอาดดั่งที่ตาเห็น*
*มันคือหยดเลือดที่ซ่อนเร้น จากเงาบาปที่เจ้าพยายามกลบฝัง*
*มือที่ถือดาบประหัตประหารผู้ไร้พลัง*
*บัดนี้กำลังสั่นเทาต่อหน้าภาพสะท้อนแห่งความจริงอันอ้างว้าง...”*
ทันทีที่วรรคแรกหลุดจากริมฝีปากของอคิน รินรดาซึ่งหลบอยู่หลังเสาหินถึงกับต้องยกมือขึ้นปิดปาก ดวงตาคู่สวยเอ่อคลอด้วยหยาดน้ำตา เธอสัมผัสได้ถึงกระแสพลังงานอันรุนแรงที่แผ่ออกมาจากตัวอักษรเหล่านั้น มันไม่ใช่เวทมนตร์ทำลายล้าง แต่มันคือ "พลังแห่งความทรงจำร่วม" ที่อคินดึงเอาความผิดบาปในอดีตของวาเลนไทน์ออกมากางแผ่
วาเลนไทน์เซถอยหลังไปหนึ่งก้าว มือหนาที่ถือดาบยาวหลุดร่วงลงกระแทกพื้นหินเสียงดังสนั่น ภาพเหตุการณ์ในอดีต—ภาพที่เขาสั่งสังหารหมู่ชาวบ้านผู้บริสุทธิ์เพื่อแย่งชิงดินแดนแห่งบทกวีเมื่อสิบปีก่อน—ผุดขึ้นมาในห้วงสำนึกราวกับภาพยนตร์ซ้ำซาก ความเจ็บปวด เสียงกรีดร้อง และกลิ่นคาวเลือดที่เขาพยายามลืมเลือน กลับพรั่งพรูเข้ามาในสมองด้วยความคมชัดระดับร้อยเปอร์เซ็นต์
"หยุดนะ! ข้าบอกให้เจ้าหยุด!" วาเลนไทน์ตะโกนลั่น ยกมือขึ้นกุมศีรษะของตนเอง ใบหน้าที่เคยองอาจบิดเบี้ยวด้วยความทรมาน เส้นเลือดที่ขมับปูดโปนราวกับจะระเบิด ความจริงอันเจ็บปวดที่เขาซุกซ่อนไว้ใต้เกราะแห่งอำนาจ ถูกถากถางออกทีละชั้นด้วยอักษรบทกวีของอคิน
"ทำไมต้องหยุดล่ะครับ?" อคินก้าวเท้าเข้าไปหาช้าๆ แววตาของเขานิ่งสนิทไร้ความปรานี "ในเมื่อท่านเป็นคนสร้างความเจ็บปวดนี้ขึ้นมาเอง การได้ลิ้มรสมันอีกครั้ง... มันช่างงดงามและสมควรแก่ท่านมิใช่หรือ"
*“ความตายไม่ใช่การลงทัณฑ์ที่สาสม*
*แต่คือการมีชีวิตอยู่เพื่อจดจำความระทม*
*เสียงร้องขอชีวิตที่เจ้าเคยเหยียบย่ำ*
*จะก้องกังวานอยู่ในโสตประสาทของเจ้า... ตราบนานเท่านาน”*
สิ้นเสียงคำสุดท้าย อคินสะบัดข้อมือเบาๆ แผ่นกระดาษในมือพลانเปล่งแสงเรืองรองสีครามเข้ม ก่อนที่ตัวอักษรทั้งหมดจะหลุดลอยออกจากกระดาษ พุ่งเข้าใส่ร่างของวาเลนไทน์ราวกับคมเข็ม นับร้อยนับพันเล่มที่พุ่งตรงเข้าฝังรากลึกในความทรงจำของแม่ทัพผู้โหดเหี้ยม
วาเลนไทน์คุกเข่าลงกับพื้นอย่างไร้ศักดิ์ศรี เขาสำลักออกมาเป็นลิ่มเลือดสีเข้ม ดวงตาเบิกโพลงค้างด้วยความหวาดกลัวสุดขีด ร่างกายของเขาสั่นสะท้านราวกับใบไม้ในพายุใหญ่ ความรู้สึกผิดบาปที่อัดแน่นจนเกินทานไหว กำลังกัดกินจิตวิญญาณของเขาจากภายในสู่ภายนอก
รินรดามองภาพตรงหน้าด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย ทั้งสะใจ หวาดกลัว และทึ่งในพลังอันไร้ขอบเขตของกวีหนุ่ม อคินในเวลานี้ช่างน่าเกรงขามและเปี่ยมด้วยเสน่ห์อันมืดมน ชายหนุ่มผู้เคยอ่อนแอต่อโชคชะตา ได้แปรเปลี่ยนเป็นผู้พิพากษาแห่งถ้อยคำอย่างสมบูรณ์แบบแล้ว
ทว่า ท่ามกลางความเงียบงันที่วาเลนไทน์นอนหอบหายใจรวยรินอยู่บนพื้นหิน เสียงปรบมือแผ่วเบาคู่หนึ่งก็ดังขึ้นจากมุมมืดของห้องโถง
*แปะ... แปะ... แปะ...*
อคินชะงักฝีเท้า ดวงตาคมกริบหันขวับไปยังทิศทางของเสียงทันที รินรดาผวาก้าวถอยหลังไปชิดกำแพง มือเรียวเอื้อมไปจับด้ามมีดสั้นที่ซ่อนไว้ข้างเอวอย่างระแวดระวัง
ร่างเงาสูงโปร่งในชุดคลุมสีดำสนิทก้าวออกมาจากความมืด ใบหน้าครึ่งหนึ่งถูกซ่อนไว้ใต้เงาฮู้ด แต่รอยยิ้มที่มุมปากนั้นชัดเจนเสียจนทำให้บรรยากาศรอบตัวลดฮวบลงจนติดลบ
"ช่างเป็นบทกวีที่ไพเราะและงดงามเสียจริง... น้องชายของข้า" น้ำเสียงทุ้มต่ำอันคุ้นเคยเอ่ยขึ้น พร้อมกับแสงไฟจากคบเพลิงที่ส่องกระทบใบหน้าของแขกผู้มาใหม่—ใบหน้าที่ถอดแบบมาจากอคินราวกับพิมพ์เดียวกัน ทว่าแฝงไว้ด้วยรอยแผลเป็นลากยาวจากหางตาลงมาถึงริมฝีปาก
อคินสูดลมหายใจเข้าลึก 3 นิ้วมือที่กำปากกาหมึกซึมกำแน่นจนข้อต่อขึ้นสีขาวโพลน ชื่อของคนผู้หลุดลอดไรฟันของเขาออกมาด้วยความตกตะลึง
"พี่ใหญ่..."
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านหยาดน้ำค้างอันแสนเปราะบางมาจนถึงบทนี้ด้วยกันนะครับ - บทกวีใต้ร่มเงา
รอยจารึกในหยาดน้ำค้าง: บันทึกกวีผู้สาบสูญ•ตอนที่ 26
ความเจ็บปวดที่งดงาม
ผลงานโดย บทกวีใต้ร่มเงา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (บทกวีใต้ร่มเงา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รอยจารึกในหยาดน้ำค้าง: บันทึกกวีผู้สาบสูญ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!