"บอกเขาสิครับ... ว่าสมุดบันทึกเล่มนั้น ที่แท้จริงแล้ว... ใครกันแน่ที่เป็นคนลงมือฆ่าเจ้าของบทกวีตัวจริง?"
ประโยคคำถามนั้นยังคงดังก้องอยู่ในมโนภาพของอคิน ราวกับเสียงกังวานของระฆังที่ถูกตีซ้ำย้ำเตือนถึงบาปหนา เขาทรุดตัวลงนั่งบนพื้นพรมเก่าคร่ำในหอจดหมายเหตุ กลิ่นกระดาษสาและฝุ่นละอองที่ลอยคว้างอยู่ในอากาศดูจะหนักอึ้งราวกับเศษเสี้ยวของวิญญาณที่เขากำลังแบกรับ อคินกุมขมับแน่น สัมผัสพิเศษที่เขามีต่ออักษรบัดนี้กลับกลายเป็นเครื่องทรมานชั้นดี ทุกตัวอักษรในบันทึกเล่มนั้นเหมือนหยดเลือดที่ค่อยๆ ซึมผ่านผิวสัมผัสของเขาเข้าไป กรีดลึกถึงส่วนที่มืดมิดที่สุดในใจ
รินรดาเฝ้ามองร่างสูงที่สั่นเทาอยู่เบื้องหน้า เธอไม่ได้ขยับเข้าไปกอดปลอบอย่างใจอ่อน หากแต่เลือกจะหยิบกรับไม้ชิงชันและขลุ่ยเพียงออขึ้นมาวางไว้ข้างกาย บรรยากาศรอบตัวเริ่มเปลี่ยนไป เสียงความเงียบงันที่เคยบีบคั้นค่อยๆ ถูกแทนที่ด้วยจังหวะการหายใจที่สม่ำเสมอของหญิงสาว
"อคินครับ..." น้ำเสียงของรินรดาราบเรียบ ทว่ากังวานด้วยความเห็นอกเห็นใจ "ความผิดบาปไม่ใช่สิ่งที่จะลบเลือนด้วยการนิ่งเฉย แต่มันคือการยอมรับว่าตัวอักษรเหล่านั้นไม่ได้เลือกเกิดมาเพื่อฆ่าใคร แต่มันถูกลิขิตมาให้เราเป็นผู้เยียวยา"
เธอเริ่มบรรเลงขลุ่ย ท่วงทำนองที่ออกมาไม่ใช่เพลงที่คุ้นหูในตลาดทั่วไป แต่มันคือการร้อยเรียงฉันทลักษณ์โบราณเข้ากับจังหวะของลมหายใจ ทุกโน้ตที่ปลายนิ้วเธอไล่เรียงผ่านรูขลุ่ยเปรียบดั่งการร่ายมนตร์บทกวีเพื่อชำระล้างจิตวิญญาณ
อคินเงยหน้าขึ้น ดวงตาที่แดงก่ำจ้องมองรินรดาผ่านม่านน้ำตา "ทำไม... ทำไมเธอถึงยังเชื่อมั่นในตัวคนอย่างผม ในเมื่อความจริงที่ซ่อนอยู่ใต้บันทึกนี้มันอาจจะพังทลายทุกอย่างที่เราพยายามสร้างมา?"
"เพราะบทกวีไม่เคยโกหกครับ" รินรดาหยุดการบรรเลงเพียงชั่วครู่ "คนที่เขียนบันทึกเล่มนั้นอาจเป็นฆาตกร แต่คนที่อ่านมันด้วยหัวใจอย่างคุณ คือผู้ที่แบกรับหน้าที่ในการพิพากษาและให้อภัย ลองฟังดูสิครับ... จังหวะนี้ มันไม่ได้กำลังโทษคุณ แต่มันกำลังรอให้คุณเขียนประโยคใหม่ลงไปแทนที่รอยเลือดเก่าๆ นั้น"
เธอเริ่มขับขานท่วงทำนองอีกครั้ง คราวนี้เป็นเนื้อหาที่ร้อยเรียงขึ้นมาสดๆ เป็นกวีนิพนธ์ที่ว่าด้วยการยอมรับตนเอง ความโกรธแค้นที่ถูกเปลี่ยนเป็นเมตตาธรรม ทุกคำพูดที่เธอเปล่งออกมาผ่านเสียงเพลงไหลซึมเข้าสู่บาดแผลใจของอคิน ราวกับน้ำค้างหยดเดียวที่หยดลงบนพื้นทรายที่แห้งผากมานานปี
อคินหลับตาลง ภาพของเหตุการณ์ในอดีตที่เขาเคยหวาดกลัวเริ่มเปลี่ยนรูปร่างไป เขาไม่ได้เห็นเพียงความตาย แต่เขาเห็น 'ความตั้งใจ' ที่แฝงอยู่ในตัวอักษรเหล่านั้น มันคือคำขอโทษที่ถูกเขียนด้วยน้ำตาของกวีผู้ล่วงลับที่ไม่อาจสื่อสารกับใครได้อีก เขาเริ่มร้องไห้ออกมาอย่างไม่อายใคร ปลดปล่อยความอัดอั้นที่ฝังแน่นอยู่ในอกนานนับปี
"จังหวะนี้... มันบอกผมว่า ทุกรอยจารึกไม่ได้เป็นเพียงเครื่องหมายของความตาย แต่มันคือหลักฐานว่าเขาเคยมีชีวิตอยู่" อคินพึมพำ น้ำเสียงที่เคยแตกพร่าเริ่มกลับมามั่นคงขึ้น
รินรดาวางขลุ่ยลงเบาๆ เธอขยับเข้าไปใกล้แล้วแตะมือลงบนไหล่ของชายหนุ่ม สัมผัสของเธอแผ่ซ่านความอบอุ่นที่ทำให้ความหนาวเหน็บในใจของอคินมลายหายไป "จงใช้บันทึกนี้เป็นเครื่องมือในการเยียวยาผู้คนครับอคิน อย่าให้มันเป็นเพียงสุสานของความรู้สึกผิดอีกต่อไป"
อคินมองไปยังสมุดบันทึกเล่มนั้นอีกครั้ง คราวนี้เงาของมันไม่ได้มืดมิดเหมือนก่อน เขาตัดสินใจเอื้อมมือไปสัมผัสหน้ากระดาษอย่างทะนุถนอม ทว่า ในวินาทีที่ปลายนิ้วสัมผัสอักษรตัวสุดท้ายของหน้าที่มีรอยเลือด พลันเกิดแรงสั่นสะเทือนเบาๆ ที่พื้นหอจดหมายเหตุ พร้อมกับเสียงประตูลับหลังชั้นหนังสือที่ถูกเลื่อนเปิดออกอย่างช้าๆ
เงาร่างหนึ่งยืนตระหง่านอยู่ในความมืดสลัวเบื้องหลังประตูบานนั้น ใบหน้าที่ครึ่งหนึ่งถูกซ่อนภายใต้แสงเงาเผยให้เห็นแววตาที่คุ้นเคยอย่างประหลาด รินรดาชะงักกึก สีหน้าของเธอเปลี่ยนจากความอ่อนโยนเป็นความตระหนกที่พยายามเก็บซ่อนเอาไว้
"ดูเหมือนว่า... สิ่งที่เธอกำลังพยายามเยียวยา จะไม่ได้จบลงแค่ในหน้ากระดาษแล้วนะครับอคิน"
เสียงแหบพร่าจากเงานั้นเอ่ยขึ้น พร้อมกับวางจดหมายฉบับหนึ่งลงบนโต๊ะเก่า "คุณควรทราบไว้ว่า เจ้าของบันทึกเล่มนี้... ไม่เคยเป็นคนลงมือฆ่าใคร เพราะตัวเขาเองนั่นแหละที่ถูกฆ่าในวันที่คุณกำลังอ่านบทกวีของเขา... และคนฆ่า ก็คือคนในตระกูลของคุณที่ยืนอยู่ข้างหลังคุณนั่นเอง"
อคินหันขวับไปมองรินรดาด้วยความรู้สึกที่เหมือนหัวใจหยุดเต้น ในขณะที่รินรดาทำเพียงแค่ก้มหน้าลงต่ำ น้ำตาหยดหนึ่งร่วงหล่นลงบนพื้น พร้อมกับเสียงที่กระซิบแผ่วเบาว่า... "ขอโทษครับ... ที่ความจริงมันเพิ่งจะเริ่มต้น"
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านหยาดน้ำค้างและรอยจารึกไปด้วยกันนะครับ - บทกวีใต้ร่มเงา
รอยจารึกในหยาดน้ำค้าง: บันทึกกวีผู้สาบสูญ•ตอนที่ 12
เยียวยาด้วยฉันทลักษณ์
ผลงานโดย บทกวีใต้ร่มเงา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (บทกวีใต้ร่มเงา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รอยจารึกในหยาดน้ำค้าง: บันทึกกวีผู้สาบสูญ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!