รอยจารึกในหยาดน้ำค้าง: บันทึกกวีผู้สาบสูญ•ตอนที่ 7

หนีผ่านม่านหมอก

ผลงานโดย บทกวีใต้ร่มเงา
ปลายนิ้วของอคินสั่นเทา ไม่ใช่ด้วยความหนาวเหน็บของไอหมอกยามวิกาลที่โรยตัวปกคลุมกำแพงเมืองโบราณ หากแต่เกิดจากแรงกระเพื่อมระลอกใหญ่ภายในห้วงจิตสำนึก ตัวอักษรโบราณนับพันที่เคยหลับใหลอยู่ในคัมภีร์หนังแกะ บัดนี้กำลังไหลเวียนอยู่ในกระแสเลือด เต้นเร้าจังหวะเดียวกับชีพจรที่ตื่นตัวอย่างไร้การควบคุม "ลุกขึ้นเถอะ กวีของฉัน... ได้เวลาเขียนบทสุดท้ายของประวัติศาสตร์หน้าใหม่แล้ว" เสียงของรินรดายังคงก้องกังวานอยู่ในโสตประสาท แม้ร่างบางจะยืนอยู่เบื้องหน้า ห่างออกไปเพียงช่วงแขน แต่นัยน์ตาคู่คมที่สะท้อนแสงไฟจากคบเพลิงริมกำแพงกลับเต็มไปด้วยความเด็ดเดี่ยวและระคนห่วง ฝีเท้าหนักหน่วงของทหารยามหลวงและเสียงเกือกม้ากระทบพื้นศิลา ดังใกล้เข้ามาทุกขณะ ปลายทางเบื้องหน้าคือประตูเมืองทิศบูรพาที่ปิดตาย ทว่าเบื้องหลังคือตระกูลขุนนางผู้เรืองอำนาจที่ต้องการใช้พลังของบทกวีในร่างอคินเป็นเครื่องมือครอบครองแผ่นดิน "อคิน ทางนั้น!" รินรดากระซิบ เสียงของนางขาดห้วงแต่มั่นคง นางคว้าข้อมือเขาไว้ แน่นเสียจนกระดูกกระทบกัน ความอบอุ่นจากฝ่ามือของหญิงสาวส่งผ่านความกล้าหาญมาสู่เขา อคินสูดลมหายใจเข้าลึก กลิ่นอายของหมอกหนาปนกลิ่นดินชื้นยามค่ำคืนแทรกซึมเข้าสู่ปอด เขาก้มมองมือซ้ายของตนเอง บริเวณข้อมือใต้รอยสักรูปขนนก หมึกสีดำสนิทเริ่มเปล่งประกายเรืองรองราวกับมีชีวิต รอยสักนั้นกำลังขยับ รุกเร้า และแผดเสียงร่ำร้องอยู่ในความเงียบ กองทหารยามในชุดเกราะเหล็กสีนิลเลี้ยวพ้นมุมถนนเข้ามา แสงไฟจากคบเพลิงสาดส่องกระทบปลายหอกวาววับ หัวหน้าหน่วยทหารยกมือขึ้นส่งสัญญาณหยุด ฝبสายตาดุดันคมกริบกวาดมองคนทั้งสองราวกับเหยื่อในกรง "จับกุมตัวกวีทรยศ! อย่าให้มันร่ายคาถาบทใดได้เด็ดขาด!" เสียงคำรามก้องทำลายความเงียบ ในวินาทีแห่งความเป็นความตายนั้น อคินไม่ได้รู้สึกหวาดกลัวอีกต่อไป ประหลาดนัก—ความตื่นตระหนกทั้งหมดมลายหายไป เหลือเพียงความว่างเปล่าอันสงบงัด ราวกับจิตวิญญาณของเขาได้ก้าวข้ามผ่านเขตแดนแห่งความกลัวไปแล้ว เขาดึงมือออกจากรันรดา ก้าวออกไปข้างหน้าหนึ่งก้าวเผชิญหน้ากับกองทหารนับสิบ ดวงตาของอคินเปลี่ยนเป็นสีนิลสนิท ไร้ซึ่งประกายตาของมนุษย์ปุถุชน เขายกมือขึ้นช้าๆ ปลายนิ้วกรีดกรายลงในอากาศว่างเปล่า ราวกับกำลังจรดปากกาลงบนแผ่นกระดาษ parchment สีขาวบริสุทธิ์ ทุกการเคลื่อนไหวเต็มไปด้วยท่วงทำนองและจังหวะจะโคน ทว่าสิ่งที่เกิดขึ้นตามมาหาใช่อักษรหมึก หากแต่มันคือ "วจี" ที่ถูกร้อยเรียงขึ้นจากลมหายใจ *“ราตรีจงถักทอ... เป็นม่านไหมแห่งความหลับใหล”* เสียงกระซิบของอคินดังแผ่วเบา แต่กลับทรงพลังราวกับเสียงระฆังสำริดที่ก้องกังหันในวิหารศักดิ์สิทธิ์ อากาศรอบตัวพลันบิดเบี้ยว หมอกหนาทึบที่ลอยตัวอยู่เหนือพื้นดินไม่ยอมจางหาย กลับพวยพุ่งรวมตัวกันเป็นเกลียวคลื่นขนาดมหึมา พุ่งเข้าโอบล้อมกองทหารยามในชั่วพริบตา ม่านหมอกสีเทาจัดหนาทึบจนมองไม่เห็นแม้แต่ปลายนิ้ว เสียงร้องตกใจของทหารดังเซ็งแซ่ ก่อนจะค่อยๆ เงียบหายไปทีละคน ทีละคน ราวกับถูกกลืนกินเข้าไปในห้วงนิทราอันยาวนาน พลังแห่งบทกวีโบราณที่บรรพบุรุษหวาดกลัวนักหนา บัดนี้อยู่ในการควบคุมของเขาแล้ว มันไม่ใช่การทำลายล้าง แต่เป็นการบิดผันกาลเวลาและพื้นที่ตรงหน้าให้กลายเป็นบทกวีมีชีวิต "อคิน! สำเร็จแล้ว..." รินรดาอุทานด้วยความตื่นตะลึง นางมองภาพกองทหารที่ยืนแข็งทื่อราวกับรูปปั้นท่ามกลางสายหมอกหนา อคินหอบหายใจหนักหน่วง เม็ดเหงื่อผุดพรายตามกรอบหน้า พลังที่ไหลผ่านร่างสร้างความเจ็บปวดแปลบปลาดยังกล้ามเนื้อทุกมัด เขาพยักหน้ารับเบาๆ ก่อนจะคว้ามือรินรดาแล้ววิ่งฝ่าม่านหมอกออกสู่ประตูเมืองที่บัดนี้ถูกคลื่นพลังของเขากัดเซาะจนบานประตูไม้สักหนาหนักผุกร่อนกลายเป็นผงธุลี พวกเขาก้าวพ้นกำแพงเมืองโบราณออกมาได้สำเร็จ ลมหนาวพัดโชย ป่ากว้างใหญ่ไพศาลเบื้องหน้าทอดยาวไปสู่เทือกเขาสลับซับซ้อนภายใต้แสงจันทร์สลัว อิสรภาพอยู่แค่เอื้อม ทว่า... ในวินาทีที่อคินกำลังจะก้าวเท้าเข้าสู่เขตป่าทึบ เสียงดีดพิณสายเดียวก็ดังขึ้นแผ่วเบา ท่ามกลางเสียงหวีดหวิวของสายลม *แป๊ก...* เสียงนั้นหยุดชะงักฝีเท้าของทั้งคู่โดยพลัน อคินชะงักกุน ร่างกายแข็งทื่อราวกับถูกตรึงไว้กับพื้น จากเงาไม้ใหญ่เบื้องหน้า ร่างของชายชราในชุดคลุมสีขาวสะอาดตา ปักลวดลายก้านกวีสีทองอร่าม ก้าวออกมาอย่างช้าๆ มือเหี่ยวย่นถือพิณไม้โบราณที่สลักเสลาอย่างประณีต ดวงตาใต้ปีกหมวกปอนๆ ชำเลืองมองอคินด้วยรอยยิ้มที่ไม่อาจคาดเดาความหมาย "ยอดเยี่ยมมาก... หลานรัก" น้ำเสียงแหบพร่าเอ่ยขึ้น พร้อมกับเงยหน้าขึ้นเผยให้เห็นใบหน้าที่มีรอยแผลเป็นลากยาวผ่านดวงตาข้างซ้าย "เจ้าควบคุมบทกวีแห่งความหลับใหลได้แล้ว... แต่เจ้าลืมไปแล้วหรือว่า บทกวีบทแรกที่ปลุกสายเลือดนี้ขึ้นมา ใครเป็นผู้ร่ายมันใส่ตระกูลของเรากันแน่?" หัวใจของอคินกระตุกวูบ ร่างกายเย็นเฉียบลงในฉับพลัน *ขอบคุณที่ร่วมเดินทางผ่านตัวอักษรและสายหมอกไปด้วยกันครับ - บทกวีใต้ร่มเงา*
สารจากนักเขียน (บทกวีใต้ร่มเงา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รอยจารึกในหยาดน้ำค้าง: บันทึกกวีผู้สาบสูญ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%