เหล็กกระทบหินดังกังวานลั่นเป็นจังหวะกระชั้นชิด เสียงคำรามต่ำในลำคอของมนุษย์ผู้ถูกฝึกฝนมาให้ไร้ซึ่งความปรานีสะท้อนก้องไปตามผนังศิลาชื้นแฉะของห้องใต้ดิน กลิ่นคาวเลือดเจือจางลอยมาแตะนาสิก ก่อนจะถูกกลบด้วยกลิ่นฉุนกุนของหมึกโบราณที่กำลังเดือดพล่านราวกับมีชีวิต อคินเข่าอ่อนทรุดลงเบื้องหน้ากองกระดาษ ปลายนิ้วสั่นเทาจนแทบไม่กล้าแตะต้องรอยประทับสีชาดที่เพิ่งปรากฏขึ้น
ตราประทับรูปหงส์กางปีกเหนือดวงตะวัน—สัญลักษณ์แห่งราชวงศ์เวหาที่ถูกประกาศก้องว่าดับสูญไปพร้อมกับกองเพลิงล้างบางเมื่อทศวรรษก่อน บัดนี้ มันกลับเด่นชัดอยู่บนหยดหมึกสุดท้ายของบทกวีต้องห้าม ราวกับรอยแผลเป็นที่ถูกกรีดซ้ำลงบนเนื้อสด
"อคิน... ข้างบนนั้น!" เสียงกระซิบของรินรดาขาดห้วง นางดึงแขนเขาอย่างแรงจนร่างของกวีหนุ่มเซถลา สติที่หลุดลอยถูกกระชากกลับมาสู่ความโหดร้ายของความเป็นจริง เสียงเหล็กบดเบียดกับเนื้อไม้ที่ชั้นบนดังสนั่น ตามด้วยเสียงร่างมนุษย์ล้มกระแทกพื้นอย่างรุนแรง
ผู้คุมหนุ่มที่ออกไปต้านทานเมื่อครู่ คงเหลือเพียงลมหายใจสุดท้ายแล้ว
อคินหันขวับ ดวงตาสั่นระริกสะท้อนแสงคบเพลิงสีส้มแดงที่สาดส่องลงมาจากบันไดวน ความมืดมิดเบื้องบนกำลังถูกกลืนกินด้วยเงาร่างมหึมาหลายสาย เกราะเหล็กหนาทึบส่งเสียงเสียดสีกันน่ากลัว กลิ่นอายแห่งความตายแผ่ซ่านกดทับลงมาจนทรวงอกอัดแน่นไปด้วยความอึดอัด
"เราหนีไม่צא... ทางออกสำรองถูกผนึกไว้ตั้งแต่เมื่อคืนแล้ว" รินรดากล่าวเสียงสั่น นางกัดริมฝีปากแน่นจนห่อเลือด แต่ดวงตากลับฉายแววเด็ดเดี่ยวอย่างที่อคินไม่เคยเห็นมาก่อน มือเรียวคว้าสมุดบันทึกเล่มหนาที่ซ่อนไว้ใต้ร่มผ้า ยัดใส่อกเสื้อของเขา
"เอาไป... ถ้ารอดออกไปได้ จงให้บทกวีเหล่านี้มีชีวิตต่อ"
"แล้วเธอ..." อคินกลืนก้อนสะอื้นลงคอ
"ข้าคือผู้พิทักษ์หอจดหมายเหตุ หน้าที่ของข้าคือการรักษาความทรงจำ ไม่ใช่การมีชีวิตรอด" นางผลักอกเขาเต็มแรง "ไปซะ! ก่อนที่พวกมันจะเหยียบย่างลงมาถึงที่นี่"
ในวินาทีที่เงาร่างแรกของกองกำลังองครักษ์เหยียบลงบนขั้นบันไดขั้นแรก อคินก็ตัดสินใจ เขาไม่ได้วิ่งหนีไปตามมุมมืดอย่างขลาดเขลา แต่กลับคว้าแผ่นกระดาษที่มีตราประทับของ ‘องค์ชายผู้สาบสูญ’ ขึ้นมาแนบไว้กับอก พลังงานอุ่นวาบสายหนึ่งแล่นพล่านเข้าสู่ปลายนิ้ว ความทรงจำที่ไม่ใช่ของตนเองหลั่งไหลทะลักเข้ามาในห้วงสำนึก—เสียงกระซิบแห่งราชสำนัก กลิ่นอายของความลับ และคำสาบานที่ถูกฝังกลบ
*“จงจำไว้... ความจริงมักซ่อนอยู่ในรอยหยดของหยาดน้ำค้าง”*
เสียงทุ้มต่ำก้องกังวานอยู่ในหัว อคินเงยหน้าขึ้นเผชิญหน้ากับความมืด ปลายดาบคมกริบเล่มแรกพ้นขอบบันไดลงมา แสงไฟสะท้อนคมดาบวابวับบาดตา แต่ก่อนที่ทหารองครักษ์นายแรกจะทันได้ก้าวเท้าลงมาถึงพื้นห้อง แผ่นกระดาษในมือของอคินก็พลันส่องแสงเรืองรองสีคราม เจิดจ้าจนกลบแสงคบเพลิงทั้งหมดในห้องใต้ดิน
แรงกระแทกจากพลังงานบางอย่างระเบิดออกอย่างไร้เสียง กวาดเอาชั้นหนังสือและกองกระดาษรอบด้านปลิวว่อน ทหารองครักษ์ที่กำลังพุ่งตัวลงมาต่างชะงักงัน ร่างกายแข็งทื่อราวกับถูกตรึงไว้ด้วยกาลเวลา
อคินหอบหายใจรุนแรง เหงื่อกาฬไหลโทรมหน้าผาก เขามองมือของตนเองที่บัดนี้เปล่งประกายแสงสีครามจางๆ เช่นเดียวกับรอยประทับบนแผ่นกระดาษ รินรดาอ้าปากค้าง ดวงเบิกกว้างด้วยความตื่นตะลึงเมื่อเงาร่างของใครบางคนก้าวผ่านกลุ่มทหารที่ถูกแช่แข็งไว้อย่างง่ายดาย
รองเท้าบูทหนังชั้นดีเหยียบย่างลงบนพื้นหินทีละก้าวอย่างเชื่องช้า เสียงฝีเท้าก้องกังวานราวกับเสียงนาฬิกาแห่งโชคชะตาที่กำลังนับถอยหลัง
เงาร่างนั้นสูงโปร่ง สวมเสื้อคลุมสีรัตติกาลปักลวดลายดาราจักรที่เลือนราง หมวกคลุมศีรษะปิดบังใบหน้าครึ่งบนไว้ เหลือเพียงรอยยิ้มเยียบเย็นที่มุมปาก และดวงตาคู่ที่สะท้อนประกายไฟสีครามอย่างคุ้นเคย
"เจ้าตามหาความจริงมานานเท่าไหร่แล้วล่ะ... อคิน" น้ำเสียงนุ่มนวลทว่าทรงอำนาจเอื้อnเอ่ยออกมา ราวกับเสียงกระซิบของสายลมหนาวในคืนแรม
อคินก้าวถอยหลังโดยไม่รู้ตัว หัวใจเต้นระรัวจนแทบกระเด็นออกมานอกอก เมื่อมือเรียวยาวของบุคคลปริศนาเอื้อมมาดึงฮู้ดคลุมศีรษะออก เผยให้เห็นใบหน้าคมคายที่ถอดแบบมาจากภาพวาดในห้องทรงพระอักษรของกษัตริย์องค์ก่อน—ใบหน้าที่ควรจะกลายเป็นเถ้าถ่านไปเมื่อสิบปีก่อนอย่างไร้ร่องรอย
"ฝ่า... ฝ่าบาท..." อคินคุกเข่าลงโดยไม่รู้ตัว น้ำตาหยดหนึ่งร่วงหล่นกระทบพื้นศิลา
องค์ชายผู้สาบสูญแย้มสร้อยพระ o10ล ยื่นพระหัตถ์มาเบื้องหน้ากวีหนุ่ม ในขณะที่เสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับร้อยกำลังดังกระหน่ำอยู่เบื้องนอกประตูหอจดหมายเหตุ พร้อมที่จะพังทลายทุกสิ่งให้ราบคาบในชั่วพริบตา
"ลุกขึ้นเถอะ กวีของฉัน... ได้เวลาเขียนบทสุดท้ายของประวัติศาสตร์หน้าใหม่แล้ว"
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านตัวอักษรมาด้วยกัน ณ ดินแดนแห่งบทกวีนี้ครับ — บทกวีใต้ร่มเงา
รอยจารึกในหยาดน้ำค้าง: บันทึกกวีผู้สาบสูญ•ตอนที่ 6
เงาจากส่วนกลาง
ผลงานโดย บทกวีใต้ร่มเงา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (บทกวีใต้ร่มเงา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รอยจารึกในหยาดน้ำค้าง: บันทึกกวีผู้สาบสูญ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!