"หากสายเลือดนี้คือน้ำหมึกที่เปื้อนคราบโคลนตม ผมขอเป็นเพียงกระดาษเปล่าที่ถูกเผาทิ้งเสียดีกว่าครับ รินรดา"
เสียงของอคินไม่ได้ดัง แต่มันหนักแน่นและเย็นเยียบราวกับน้ำแข็งที่แตกร้าวกลางฤดูร้อน มือของเขาไม่ได้สั่นเทาขณะวางตราประทับประจำตระกูลลงบนพื้นหินอ่อนจนเกิดเสียง 'เคร้ง' ที่บาดลึกเข้าไปในความเงียบสงัดของหอจดหมายเหตุใต้ดิน รอยแยกเล็กๆ บนตราสัญลักษณ์ทองเหลืองดูคล้ายรอยร้าวในหัวใจของเขาที่ยากจะประสาน
รินรดาชะงักมือที่กำลังจัดเรียงม้วนคัมภีร์ เธอค่อยๆ หันกลับมา แววตาของเธอสั่นระริกสะท้อนเงาของชายหนุ่มที่เธอมักเรียกขานว่าเป็น 'กวีผู้กุมความลับของดวงดาว' บัดนี้เขากลายเป็นเพียงชายผู้แตกสลายที่กำลังพยายามตัดขาดจากรากเหง้าของตนเอง
"คุณพูดอะไรออกมา อคิน... คุณรู้ไหมว่าการสละสิทธิ์ในนามตระกูลหมายถึงอะไร?" รินรดาก้าวเข้ามาใกล้ เสียงของเธอสั่นพร่า "บทกวีเหล่านั้น... ความทรงจำของบรรพบุรุษนับร้อยปีที่คุณอ่านมันผ่านอักษรได้ นั่นคือตัวตนของคุณนะ"
อคินหัวเราะในลำคอ เป็นเสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความรื่นรมย์ "ตัวตนหรือครับ? คุณเรียกว่าสิ่งนั้นว่าตัวตนอย่างนั้นหรือ การวนเวียนอยู่กับความแค้นของคนตาย การต้องอ่านบทกวีที่อาบไปด้วยเลือดและหยดน้ำตาของบรรพบุรุษที่บ้าคลั่ง นั่นไม่ใช่ตัวตนครับ แต่มันคือคำสาป"
เขาขยับตัวเข้าใกล้ แสงจากตะเกียงน้ำมันสลัวสาดกระทบใบหน้าที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวด "ผมสัมผัสได้ถึงความเน่าเฟะในหมึกทุกหยดที่ตระกูลผมจารึกไว้ มันไม่ใช่ศิลปะ แต่มันคือเครื่องมือในการกักขังวิญญาณคนอื่นให้รับใช้ความมั่งคั่งของพวกเรา ผมไม่ต้องการมันอีกแล้ว... ผมไม่ต้องการเป็นส่วนหนึ่งของรอยจารึกที่น่ารังเกียจนี้อีกต่อไป"
รินรดานิ่งอึ้ง เธอรู้ดีว่าอคินไม่ได้พูดเพราะอารมณ์ชั่ววูบ แววตาของเขานิ่งสงบเกินกว่าจะเรียกว่าคนกำลังโกรธ แต่มันคือความตายของความเชื่อมั่นที่เขามีต่อวงศ์ตระกูลของตนเองอย่างแท้จริง เธอเอื้อมมือไปสัมผัสแขนของเขา แต่อคินถอยหลังหลบอย่างเว้นระยะ
"รินรดา คุณเองก็เห็นไม่ใช่หรือ?" อคินถามพลางชี้ไปยังคัมภีร์เล่มหนึ่งที่เปิดค้างไว้ "บทกวีบทนั้น... ที่คุณพยายามจะรักษาไว้ มันไม่ได้ร่ายถึงความงามของดอกไม้ แต่มันคือกุญแจที่ใช้สะกดคนให้เป็นทาสทางความคิด คุณยังจะให้ผมกอดก่ายสายเลือดที่สร้างอสูรกายเช่นนี้อยู่อีกหรือ"
"แต่การทำลายมันไม่ใช่ทางออก อคิน!" รินรดาขึ้นเสียงเล็กน้อย "ถ้าคุณทิ้งมันไป ใครจะปกป้องความลับนี้? ถ้าบทกวีเหล่านี้ตกไปอยู่ในมือของคนกระหายอำนาจ คุณคิดว่าโลกข้างบนนั้นจะเป็นอย่างไร?"
"ผมไม่สนครับ" อคินตอบสั้นๆ "โลกจะพังทลายลง หรือจะงดงามขึ้นจากการไม่มีบทกวีเหล่านี้อีกต่อไป สำหรับผมมันไม่สำคัญเท่ากับการที่ผมได้ปลดแอกตัวเองจากโซ่ตรวนที่มองไม่เห็นนี้"
เขาก้มลงหยิบตราประทับนั้นขึ้นมาอีกครั้ง ก่อนจะเหวี่ยงมันลงไปในเตาเผากระดาษเก่าแก่เบื้องหน้า เปลวไฟสีส้มวูบวาบขึ้นทันทีที่โลหะสัมผัสกับความร้อน มันแผดเผาประวัติศาสตร์และเกียรติยศของตระกูลอคินจนมอดไหม้ อคินจ้องมองเปลวไฟนั้นด้วยดวงตาที่ว่างเปล่า ราวกับเขากำลังมองดูส่วนหนึ่งของวิญญาณที่เขายอมตายเพื่อที่จะทิ้งมันไป
บรรยากาศในห้องจดหมายเหตุตึงเครียดจนแทบหายใจไม่ออก กลิ่นกระดาษไหม้ไฟคละคลุ้งไปทั่วอากาศ เสียงฝีเท้าหนักๆ เริ่มดังขึ้นจากโถงทางเดินภายนอก มันไม่ใช่ฝีเท้าของบรรณารักษ์ แต่เป็นจังหวะการเดินที่มั่นคงและทรงพลังของผู้ที่มาเยือนยามวิกาล
อคินชะงัก เขาจำจังหวะการเดินนั้นได้ดี แม้จะไม่ได้ยินมานานหลายปี... จังหวะที่เหมือนเสียงเคาะระฆังแห่งความตาย
"เขามาแล้ว" อคินพึมพำ ใบหน้าซีดเผือดลงทันที
ประตูเหล็กหนักๆ ของหอจดหมายเหตุค่อยๆ เปิดออกอย่างเชื่องช้า บานพับที่ไม่ได้ทาน้ำมันส่งเสียงร้องแหลมบาดหู ร่างสูงโปร่งในชุดคลุมสีดำสนิทก้าวเข้ามาหยุดอยู่ท่ามกลางแสงไฟที่รำไร ใบหน้าของเขาถูกบดบังด้วยหมวกคลุมศีรษะ แต่รอยยิ้มที่มุมปากนั้นชัดเจนเสียยิ่งกว่าสิ่งใด
"เจ้าทำลายตราประทับ... อคิน" เสียงทุ้มต่ำดังกังวานคล้ายเสียงอ่านบทกวีโบราณ "เจ้าคิดว่าการเผาเศษโลหะจะล้างสายเลือดของเจ้าได้หรือ? ช่างไร้เดียงสาเสียจริง"
ร่างนั้นก้าวเข้ามาอีกหนึ่งก้าว เผยให้เห็นดวงตาที่คุ้นเคย... ดวงตาที่ถอดแบบมาจากอคินไม่มีผิดเพี้ยน
"พ่อ..." อคินเค้นคำพูดออกมาแทบไม่เป็นภาษา
ชายที่เพิ่งเข้ามานั้นยกมือขึ้น ปลายนิ้วแตะที่ม้วนคัมภีร์ใบหนึ่งที่ยังไม่ถูกทำลาย "ข้าไม่ได้มาเพื่อห้ามเจ้าหรอกนะอคิน ข้ามาเพื่อแจ้งให้ทราบว่า... ในเมื่อเจ้าปฏิเสธสายเลือดนี้ ก็ถึงเวลาที่สายเลือดนี้จะเลือกผู้สืบทอดคนใหม่แทนเจ้าเสียที"
ชายผู้นั้นขยับมือเพียงเล็กน้อย เงาของอคินที่ทอดตัวอยู่บนกำแพงก็เริ่มบิดเบี้ยวและขยับเองได้ดั่งมีชีวิต มันค่อยๆ ยืดขยายออกมาและพุ่งเข้าหาอคินราวกับสัตว์ร้ายที่กำลังหิวโหย
หวังว่าทุกท่านจะได้รับอรรถรสจากการเผชิญหน้าในครั้งนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้านะครับ
บทกวีใต้ร่มเงา
รอยจารึกในหยาดน้ำค้าง: บันทึกกวีผู้สาบสูญ•ตอนที่ 32
ความตายของความคิดเก่า
ผลงานโดย บทกวีใต้ร่มเงา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (บทกวีใต้ร่มเงา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รอยจารึกในหยาดน้ำค้าง: บันทึกกวีผู้สาบสูญ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!