"อย่าหวังเลยว่าความจริงจะหล่นร่วงลงมาตรงหน้า ราวกับหยาดน้ำค้างยามเช้าหากท่านไม่กล้าเอื้อมมือไปคว้ามันจากเปลวเพลิง"
รินรดากล่าวขึ้นท่ามกลางความเงียบงันในโถงทางเดินหินปูนที่แคบและมืดมิด เสียงรองเท้าบูตของอคินกระทบพื้นหินดังก้องสะท้อนไปมา ราวกับเสียงหัวใจที่เต้นจังหวะไม่สม่ำเสมอ เขาหยุดฝีเท้าลงกะทันหันจนหญิงสาวที่เดินนำหน้าต้องชะงักตาม
"ที่นี่ไม่ใช่ที่ที่ความหวังจะเบ่งบาน รินรดา" อคินเอ่ยพลางใช้ปลายนิ้วสัมผัสรอยจารึกบนผนังหิน ความเย็นเยียบของมันแทรกซึมผ่านปลายนิ้วเข้าสู่กระแสเลือด เขารู้สึกได้ถึงเสียงคร่ำครวญของกวีโบราณที่ถูกกักขังอยู่ในศิลาเหล่านี้ "แต่เรากำลังเดินไปหาจุดที่ความหวังถูกฝังกลบ"
"ความผิดบาปของตระกูลท่านไม่ได้ถูกฝังไว้ด้วยก้อนหินพวกนี้หรอกนะอคิน" รินรดาหันกลับมา แสงจากตะเกียงน้ำมันในมือเธอวูบไหว เผยให้เห็นดวงตาที่ฉายแววแน่วแน่ "แต่มันถูกจารึกไว้ในฐานะ 'บทกวีต้องห้าม' หากหอคอยแห่งคำสั่งสอนคือที่ที่ทุกอย่างเริ่มต้น ที่นั่นก็จะเป็นที่ที่ทุกอย่างสิ้นสุดลงด้วยเช่นกัน"
ทั้งสองก้าวเข้าสู่เขตหอคอยแห่งคำสั่งสอน โครงสร้างสถาปัตยกรรมที่นี่ดูบิดเบี้ยวและขัดต่อหลักฟิสิกส์ บันไดเวียนทอดยาวขึ้นไปสู่ความมืดมิดเบื้องบนราวกับลิ้นของอสุรกายที่รอคอยเหยื่อ อคินสูดลมหายใจลึก กลิ่นอายของหมึกโบราณและกระดาษเก่าคร่ำอบอวลอยู่รอบกาย มันคือกลิ่นของความลับ กลิ่นของความพินาศที่เขามีส่วนร่วมในวันวาน
"เจ้ารู้ใช่ไหมว่าอะไรกำลังรอเราอยู่ข้างบนนั้น" อคินถามพลางก้าวขึ้นบันไดขั้นที่หนึ่ง เสียงหินลั่นดังเอี๊ยดอ๊าดน่าสะพรึงกลัว
รินรดาไม่ตอบ เธอเพียงแต่กุมสมุดบันทึกที่ห่อหุ้มด้วยผ้ากำมะหยี่สีซีดไว้แน่น มือของเธอกำจนขึ้นข้อขาว "ท่านพ่อเคยกล่าวไว้เสมอว่า 'ความจริงเป็นสิ่งที่น่ารังเกียจที่สุดสำหรับผู้ที่ใช้ชีวิตอยู่กับคำโกหก' และอคิน... ข้าเชื่อว่าท่านเตรียมใจที่จะรับมือกับความเกลียดชังนั้นแล้ว"
ตลอดทางขึ้นสู่ยอดหอคอย บรรยากาศรอบข้างเปลี่ยนไป อักขระบนผนังเริ่มขยับเขยื้อน ราวกับตัวอักษรที่มีชีวิตกำลังกระซิบกระซาบถึงความผิดพลาดของอคิน เขาเห็นภาพหลอนของหน้ากระดาษที่ถูกเผาไหม้ เห็นใบหน้าของผู้เป็นบิดาที่ผิดหวังจนกลายเป็นธุลี อคินกัดฟันแน่น หยาดเหงื่อซึมตามไรผม ความเจ็บปวดจากการอ่านความทรงจำผ่านอักษรในหอคอยแห่งนี้รุนแรงกว่าที่ใดๆ ที่เขาเคยเผชิญ
"หยุดเดี๋ยวนี้!" อคินตะโกนก้องเมื่อเห็นเงาร่างหนึ่งปรากฏขึ้นตรงสุดทางบันได
ร่างนั้นสูงโปร่ง สวมชุดคลุมสีเทาหม่นที่ดูราวกับถักทอจากเศษเสี้ยวของควันไฟ ใบหน้าถูกซ่อนไว้ภายใต้ฮู้ด แต่ดวงตาที่โผล่พ้นความมืดออกมานั้นกลับทอประกายเย็นเยียบยิ่งกว่าหินผา บุคคลผู้นั้นไม่ได้ถืออาวุธ มีเพียงพู่กันโบราณด้ามหนึ่งที่สั่นไหวอยู่ในมือ
"กวีผู้ไร้ศรัทธา เดินทางมาไกลเกินไปแล้ว" เสียงของร่างนั้นแหบพร่าคล้ายเสียงกระดาษที่ถูกฉีกขาด
"ข้าไม่ได้มาเพื่อขออภัย" อคินก้าวออกไปข้างหน้า รินรดาพยายามจะดึงแขนเขาไว้แต่เขาปัดออกอย่างนุ่มนวล "ข้ามาเพื่อทำลายวงจรของบทกวีที่กัดกินวิญญาณคนทั้งตระกูล"
ร่างในชุดคลุมแค่นหัวเราะ มันเป็นเสียงหัวเราะที่ไร้ความสุข ก่อนจะตวัดพู่กันลงบนอากาศอย่างรวดเร็ว เส้นหมึกสีดำสนิทก่อตัวขึ้นเป็นรูปคมดาบที่พุ่งเข้าใส่หน้าอกของอคินโดยตรง!
อคินเบี่ยงตัวหลบด้วยสัญชาตญาณ หมึกสีดำนั้นกรีดลึกลงบนผนังหินจนเกิดรอยร้าวขนาดใหญ่ ความดันอากาศภายในหอคอยเริ่มเปลี่ยนไป อคินหยิบสมุดเล่มเล็กออกมาจากอกเสื้อ เขารู้ดีว่าหากต้องการหยุดสิ่งนี้ เขาต้องเขียน... ต้องจารึกบางอย่างเพื่อต้านทานพลังอำนาจนี้
"รินรดา ถอยไป!" อคินตะโกนพลางตวัดปลายปากกาขนนกในมือลงบนกระดาษ สมาธิของเขาพุ่งตรงไปที่ตัวอักษรตัวแรกแห่งความจริง
ทว่า ทันทีที่ปลายปากกาแตะลงบนแผ่นกระดาษ ร่างในชุดคลุมนั้นก็หายวับไปราวกับหมอกควัน ก่อนจะปรากฏกายขึ้นข้างหลังรินรดาเพียงชั่วพริบตาเดียว พร้อมกับพู่กันที่จ่อเข้าที่ลำคอระหงของเธอ
"หากเจ้าเขียนความจริงหนึ่งบรรทัด" เสียงนั้นกระซิบข้างหูหญิงสาว "หัวใจของนาง... จะกลายเป็นหมึกหยดสุดท้ายของบทกวีบทนี้"
อคินชะงักงัน ปลายปากค้างกลางอากาศ มือของเขาสั่นเทาอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ความเงียบเข้าปกคลุมทั่วทั้งหอคอยอีกครั้ง เหลือเพียงเสียงลมหายใจที่แผ่วเบาของรินรดาที่จ้องมองมาที่เขาด้วยแววตาที่ไม่มีความหวาดกลัว ทว่าแฝงไปด้วยความเวทนาอย่างที่สุด
ในวินาทีที่อคินกำลังตัดสินใจว่าจะสละความจริงหรือสละคนสำคัญ ปลายพู่กันของร่างลึกลับกลับเริ่มเปลี่ยนรูป เปลี่ยนจากพู่กันธรรมดา กลายเป็นตราประทับตระกูลเก่าแก่ที่เขาคุ้นเคยเป็นอย่างดี... ตราประทับของตระกูลอคินเอง!
ร่างนั้นค่อยๆ เปิดฮู้ดออก เผยให้เห็นใบหน้าที่แท้จริงที่อคินไม่มีวันลืม... ใบหน้าของเขาเอง... ที่มีดวงตาข้างหนึ่งถูกปิดตายด้วยอักขระโบราณ
"เจ้ามาถึงจุดกำเนิดแล้วอคิน" ร่างจำลองเอ่ยด้วยน้ำเสียงของเขาเอง "แต่เจ้ายังไม่รู้เลยว่า ผู้ที่สาบสูญไปจริงๆ ในบทกวีนี้... คือใครกันแน่"
หวังว่าทุกท่านจะได้รับอรรถรสจากการเผชิญหน้าในครั้งนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้านะครับ
บทกวีใต้ร่มเงา
รอยจารึกในหยาดน้ำค้าง: บันทึกกวีผู้สาบสูญ•ตอนที่ 33
มุ่งหน้าสู่จุดกำเนิด
ผลงานโดย บทกวีใต้ร่มเงา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (บทกวีใต้ร่มเงา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รอยจารึกในหยาดน้ำค้าง: บันทึกกวีผู้สาบสูญ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!