“สวัสดีครับ คุณคิรากร... ดูเหมือนว่าสามีจำเป็นของคุณจะงานยุ่งจนลืมดูแลแขกคนสำคัญอย่างผมสินะครับ”
ประโยคทิ้งท้ายที่ยังลอยวนอยู่ในโสตประสาทจากเหตุการณ์เมื่อวาน ไม่ได้ทำให้คิรากรหวาดหวั่นเท่ากับสิ่งที่กำลังเผชิญอยู่ตรงหน้าในวินาทีนี้ แฟ้มเอกสารกองโตถูกปัดร่วงลงพื้นเสียงดังสนั่น เศษกระดาษสุมรวมกันราวกับเศษขยะ ไร้ซึ่งเกียรติและศักดิ์ศรีของพนักงานตำแหน่งสำคัญ
“เก็บมันขึ้นมาซะ คุณคินน์... หรือว่าตำแหน่งผู้จัดการฝ่ายพัฒนาโครงการที่ได้มาอย่างไร้ความสามารถ มันทำให้คุณก้มตัวไม่ลงกันแน่”
น้ำเสียงเยาะเย้ยถากถางดังมาจาก ‘มาร์ค’ ศัตรูทางธุรกิจตัวฉกาจของรินทร์ รินรดา ที่ตอนนี้จงใจใช้อำนาจมืดและอิทธิพลนอกระบบเข้ามาแทรกแซงบริษัทที่คิรากรทำงานอยู่ มาร์คก้าวเข้ามาในห้องทำงานส่วนตัวด้วยรอยยิ้มเยียบเย็น ดวงตาคู่คมกริบกวาดมองร่างโปร่งที่ยืนหลังตรงอย่างไม่เกรงกลัว
คิรากรสูดหายใจเข้าลึกๆ ดวงตากลมโตฉายแววกรุ่นโกรธจนแทบจะพ่นไฟ เขาไม่ได้ก้มลงเก็บเอกสารตามคำสั่ง แต่อย่างใด ใบหน้าหวานเชิดขึ้นเล็กน้อยริมฝีปากบางเฉียบเหยียดยิ้มหยันในแบบฉบับที่ใครเห็นก็ต้องหมั่นไส้
“ถ้าสมองของคุณมาร์คมีรอยหยักมากกว่านี้สักนิด คงจะแยกแยะออกนะคะว่านี่คือบริษัท ไม่ใช่สนามเด็กเล่นที่คุณจะมาเดินกร่างใช้อำนาจบาทใหญ่รังแกคนอื่นตามอำเภอใจ” คิรากรสวนกลับทันควัน น้ำเสียงเรียิ่งนิ่งแต่เชือดเฉือนทุกคำพูด “ส่วนตำแหน่งของฉันจะได้มาด้วยความสามารถหรืออะไร... มันก็ยังดีกว่าได้มาเพราะการเลียแข้งเลียขาชาวบ้านไปทั่วเหมือนใครบางคนแถวนี้”
“ปากดีนักนะ!” มาร์คหน้าตึงขึ้นมาทันที ความอดทนที่เสแสร้งมีมาตลอดพังทลายลงในพริบตา มือหนาเอื้อมไปคว้าคอเสื้อของคิรากรอย่างแรงจนร่างโปร่งเซถลาเข้าหา “ปากดีแบบนี้... ไม่รู้ว่าเวลาอยู่ใต้ร่างของไอ้รินทร์มันจะยังอวดเก่งแบบนี้อยู่ไหมวะ!”
คิรากรเบี่ยงตัวหลบสัมผัสหยาบคายนั้นพร้อมกับเงื้อมือขึ้นเตรียมจะซัดหน้าไอ้เวรตะไลนี่สักหมัดให้หายแค้น ทว่าในจังหวะที่สถานการณ์กำลังตึงเครียดถึงขีดสุด ประตูห้องทำงานกระจกนิรภัยก็ถูกถีบเปิดออกด้วยแรงมหาศาลจากภายนอก!
*ปัง!*
เสียงกระแทกดังสนั่นหวั่นไหวจนทุกคนในชั้นสะดุ้งเฮือก ร่างสูงใหญ่ของมาเฟียหนุ่มในชุดสูทสีเทาเข้มก้าวเข้ามาด้วยออร่าความเย็นชาที่แผ่พุ่งทะลักจนอุณหภูมิในห้องลดฮวบลงหลายองศา ดวงตาคมกริบดุจพญาเหยี่ยวคู่แฝงแววอำมหิตกวาดมองภาพตรงหน้า รินทร์ รินรดา มาถึงแล้ว... และสิ่งที่เขาเห็นคือคนที่เขารักกำลังถูกคุกคามโดยศัตรูตัวฉกาจ
บรรยากาศในห้องเงียบกริบลงทันที ไม่มีใครกล้าหายใจแรง แม้แต่มาร์คเองก็ยังชะงักมือที่กำคอเสื้อของคิรากรอยู่
“ปล่อยมือ...”
น้ำเสียงทุ้มต่ำลอดไรฟันออกมาทีละคำ ราวกับเสียงคำรามจากมรณะ ทว่ามันกลับเยือกเย็นเสียจนสันหลังวาบ รินทร์ไม่ได้ตะโกน แต่น้ำหนักของคำพูดนั้นกดทับทุกคนจนแทบจมดิน
มาร์คแค่นหัวเราะในลำคอ แม้จะเริ่มรู้สึกถึงรัศมีอันตราย แต่ความเย่อหยิ่งก็ทำให้เขายังยื้อไว้ “อ้าว... ท่านประธานรินทร์มาเองเลยเหรอกครับเนี่ย มาก็ดีแล้ว ช่วยมาอบรมเด็กของคุณหน่อยเถอะ ปากคอเราะร้ายไม่เบา—”
*ผวะ!*
หมัดหนักหน่วงพุ่งเข้ากระแทกใบหน้าของมาร์คเต็มแรงจนร่างหนากระเด็นไปกระแทกกับชั้นวางหนังสือเสียงดังสนั่น เลือดสดๆ ไหลซึมออกจากมุมปากของมาร์คทันที รินทร์ไม่ปล่อยให้คู่ปรับได้ตั้งตัว ร่างสูงพุ่งเข้าไปกระชากคอเสื้อของมาร์คขึ้นมาอีกครั้ง ดวงตาแดงก่ำด้วยความโกรธเกรี้ยวที่ถูกจุดติดจนกลายเป็นไฟโลกันตร์
“มึงกล้าดียังไง... มาแตะต้องคนของกู” รินทร์กดเสียงต่ำจนน่ากลัว สันจัณฑ์นูนเด่นด้วยความเคียดแค้น “กูบอกมึงแล้วใช่ไหมว่าถ้ามึงยุ่งกับคนของกูเมื่อไหร่... มึงจะไม่มีแผ่นดินจะอยู่!”
มาร์คพยายามจะสวนกลับแต่เรี่ยวแรงสู้มาเฟียหนุ่มที่กำลังสติหลุดไม่ได้เลย ลูกน้องของมาร์คที่ยืนอยู่ด้านนอกพยายามจะเข้ามาช่วย แต่เมื่อเจอกลุ่มบอดี้การ์ดมืออาชีพของรินทร์ชักปืนขึ้นเล็งพร้อมเพรียงกัน ทุกคนต่างก็ต้องถอยกรูดและยืนตัวสั่นด้วยความหวาดกลัว
ในขณะที่สถานการณ์กำลังชุลมุน ร่างโปร่งของคิรากรกลับเดินเข้าไปแตะที่แขนแกร่งของรินทร์เบาๆ
“รินทร์... พอเดี๋ยวนี้ค่ะ” เสียงหวานเอ่ยปราม แม้เจ้าตัวจะปากเก่งแค่ไหน แต่ก็ไม่อยากให้รินทร์ต้องมาเปื้อนมือเพราะคนสารเลวแบบนี้ “ปล่อยมันไปเถอะค่ะ เอาเวลาไปเคลียร์เอกสารพวกนี้ดีกว่า”
พอได้ยินเสียงหวานและสัมผัสอุ่นๆ จากคนรัก ความเกรี้ยวกราดที่แผดเผาร่างกายของรินทร์ก็พลันชะงักลง เสือร้ายที่กำลังแยกเขี้ยวเปลี่ยนโหมดกลายเป็นหมาโบ้ขี้อ้อนในพริบตา รินทร์สะบัดมือปล่อยมาร์คลงไปกองกับพื้นอย่างไม่ใยดี ก่อนจะหันมาคว้าเอวบางของคิรากรเข้าหาตัวทันที สำรวจตรวจตราเนื้อตัวคนรักด้วยความร้อนรนและเป็นห่วงระคนหึงหวง
“มันทำอะไรเธอรึเปล่า เจ็บตรงไหนไหมคินน์” รินทร์เอ่ยถามเสียงสั่น ร่างสูงกวาดสายตามองสำรวจร่องรอยบนตัวภรรยาจำเป็นอย่างละเอียดยิบ ราวกับกลัวว่าจะมีรอยขีดข่วนแม้แต่นิดเดียว
“ฉันไม่ใช่เด็กๆ นะคะคุณรินทร์ ฉันจัดการเองได้น่า” คิรากรถอนหายใจยาว พลางเบี่ยงตัวหนีสายตาสำรวจของอีกฝ่าย แต่ริมฝีปากกลับแอบอมยิ้มบางๆ อย่างปิดไม่มิดกับความห่วงใยที่ล้นปรี่ออกมาจนปิดไม่มิดของคนตัวโต
“จัดการเองอะไรล่ะ ถ้าฉันมาไม่ทันมันคง—” รินทร์ทำท่าจะโวยวายต่อ แต่คิรากรกลับใช้นิ้วเรียวยาวแตะริมฝีปากหนาของเขาไว้เพื่อหยุดคำพูดตัดพ้อเหล่านั้น
“ก็คุณมาทันนี่คะ... ขอบคุณนะคะที่ปกป้องฉัน”
คำพูดหวานหูที่นานๆ ทีจะได้ยินจากปากของคนปากแข็ง ทำเอาหัวใจของมาเฟียหนุ่มกระตุกวูบ ความหึงหวงเมื่อครู่มลายหายไปสิ้น เหลือเพียงความคลั่งรักที่พุ่งทะยานจนฉุดไม่อยู่ รินทร์ยกมือขึ้นกุมมือบางที่แนบอยู่บนปากของตัวเองไว้ แนบแก้มสากลงกับฝ่ามือของอีกฝ่ายอย่างออดอ้อน
ทว่า ในวินาทีที่บรรยากาศกำลังจะหวานชื่นและเต็มไปด้วยเคมีอันร้อนแรง ท่ามกลางซากความวุ่นวายในห้องทำงาน เสียงโทรศัพท์มือถือส่วนตัวของรินทร์ในกระเป๋าเสื้อสูทก็แผדเสียงดังขึ้นทำลายความเงียบ
รินทร์ขมวดคิ้วด้วยความหงุดหงิดที่ถูกขัดจังหวะ เขาควักโทรศัพท์ขึ้นมาเพื่อจะกดตัดสาย แต่พอดำเนินสายตาไปยังหน้าจอแสดงชื่อผู้โทรเข้า ดวงตาคมกริบก็เบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย ความระ1อุและลางสังหรณ์บางอย่างพุ่งวาบเข้ามาในอกทันที
ชื่อที่ปรากฏอยู่บนหน้าจอ... คือเบอร์โทรศัพท์พื้นฐานจากห้องทำงานส่วนตัวที่คฤหาสน์ใหญ่... สถานที่ซึ่งควรจะไม่มีใครอยู่นอกจากแม่บ้านเก่าแก่
“รับสิคะ... เผื่อจะเป็นเรื่องด่วน” คิรากรเอ่ยเตือนเมื่อเห็นสีหน้าเปลี่ยนไปของสามี
รินทร์กดรับสายด้วยความลังเล พร้อมกับยกโทรศัพท์ขึ้นแนบหู เสียงปลายสายที่ดังลอดออกมาไม่ได้เป็นเสียงของแม่บ้านอย่างที่คิด หากแต่เป็นเสียงหัวเราะทุ้มต่ำ เยียบเย็น และคุ้นเคยจนน่าขนลุก... เสียงของคนที่ควรจะอยู่ต่างประเทศและไม่มีทางรู้ความเคลื่อนไหวของพวกเขาในตอนนี้
*(“ไง... น้องชายรัก ประหลาดใจไหมที่ได้ยินเสียงพี่... อ้อ แล้วก็ ระวังตัวไว้ให้ดีล่ะ เพราะของขวัญต้อนรับการกลับมาของพี่ กำลังจะถึงมือเธอ... ในอีกสามวินาทีนี้”)*
ขอบคุณที่ติดตามอ่านและสนับสนุน "แบล็กเวลเวต" เสมอมานะคะ!
ดีลรักฉบับร้าย...นายตัวดีของมาเฟีย•ตอนที่ 14
คนดีของพี่ชาย
ผลงานโดย แบล็กเวลเวต
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แบล็กเวลเวต)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลรักฉบับร้าย...นายตัวดีของมาเฟีย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!