ดีลรักฉบับร้าย...นายตัวดีของมาเฟีย•ตอนที่ 15

ความรู้สึกที่เริ่มสั่นคลอน

ผลงานโดย แบล็กเวลเวต
เสียงสัญญาณเตือนภัยแหลมสูงที่ดังระรัวก้องอยู่ในโสตประสาท ตัดขาดความเงียบงันยามวิกาลของเพนต์เฮาส์หรูใจกลางเมืองให้พังทลายลงในพริบตาเดียว คินน์สะดุ้งสุดตัว ร่างบางที่เพิ่งผุดลุกขึ้นจากโซฟาตัวยาวหอบหายใจกระชั้น ดวงตากลมโตเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนก ประโยคสุดท้ายจากสายโทรศัพท์ปริศนาดังวนซ้ำอยู่ในหัวราวกับแผ่นเสียงตกร่อง *‘ระวังตัวไว้ให้ดีล่ะ เพราะของขวัญต้อนรับการกลับมาของพี่ กำลังจะถึงมือเธอ... ในอีกสามวินาทีนี้’* สามวินาที... และตอนนี้มันหมดเวลาลงแล้ว ทว่าความโกลาหลไม่ได้มาจากระเบิดหรือเสียงปืนอย่างที่จินตนาการไว้ ประตูนิรภัยหนาหนักทางด้านหน้าต่างหากที่กำลังส่งเสียงสัญญาณเตือนรัวเร้า ระบบรักษาความปลอดภัยระดับสูงสุดของเพนต์เฮาส์ถูกเจาะระบบอย่างเลือดเย็น ไฟสีแดงฉานกะพริบวับแวมสลับกับความมืดมิด ท่ามกลางบรรยากาศที่กดดันจนแทบหายใจไม่ออก ร่างสูงสง่าของรินทร์ รินรดา ก็ก้าวพรวดออกมาจากห้องทำงานส่วนตัวด้วยใบหน้าถมึงทึง ดวงตาคมกริบดั่งพญาเสือป่าฉายแววดุดันและเยียบเย็นจนน่ากลัว "ยืนบื้ออะไรอยู่ตรงนั้น! หลบไป!" เสียงทุ้มต่ำตวาดกร้าว พร้อมกับที่ร่างหนาพุ่งเข้ามาคว้าข้อแขนเรียวของคินน์แล้วกระชากให้หลบมาอยู่ด้านหลังอย่างรวดเร็ว แรงปะทะนั้นรุนแรงจนไหล่บางกระแทกเข้ากับอกแกร่ง กลิ่นกายหอมสะอาดผสมผสานกับกลิ่นบุหรี่จางๆ และความตึงเครียดแผ่ซ่านออกมาจากตัวมาเฟียหนุ่มจนสัมผัสได้ "ปล่อยนะ! ผมไม่ได้ตัวอ่อนปวกเปียกขนาดนั้นสักหน่อย!" คินน์พยายามยื้อข้อมือกลับ พร้อมกับเชิดหน้าขึ้นเถียงตามนิสัยปากจัดที่ไม่เคยยอมใคร แม้ว่าหัวใจดวงน้อยจะเต้นโครมครามจนแทบกระเด็นออกมานอกอกแล้วก็ตาม "แล้วนี่มันเกิดบ้าอะไรขึ้น ระบบความปลอดภัยของที่คุณโมนักหนา... ทำไมมันถึงพังง่ายยิ่งกว่าบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปแบบนี้ล่ะ!" "หุบปากแล้วยืนเงียบๆ ถ้าไม่อยากตายศพไม่สวย!" รินทร์หันมาตวาดใส่เสียงเขዳ ดวงตาคู่คมจ้องเขม็งไปยังหน้าประตูที่กำลังถูกบังคับเปิดด้วยรหัสผ่านระดับมาสเตอร์คีย์ ความเย็นชาที่เคยมี—ความเย่อหยิ่งและท่าทีไม่แยแสที่รินทร์มักจะใช้กดขี่คินน์เสมอ บัดนี้กลับถูกแทนที่ด้วยความระแวดระวังอย่างถึงที่สุด มือหนาข้างหนึ่งชักอาวุธปืนพกสีดำสนิทออกมาจากด้านหลังเสื้อสูทอย่างคล่องแคล่ว นิ้วชี้พาดทาบบริเวณโกร่งไกพร้อมยิง ปลายนิ้วอีกข้างเอื้อมไปดึงข้อมือของคินน์ให้ขยับตามแรงดึงเข้าไปหลบหลังเสาปูนเปลือยเนื้อหนาที่แข็งแกร่งที่สุดในห้องนั่งเล่น สัมผัสจากฝ่ามืออุ่นจัดที่กุมข้อมือไว้แน่นจนเจ็บ ทำให้คินน์ชะงักไปนิด ความตื่นกลัวก่อนหน้านี้ถูกแทนที่ด้วยความประหลาดใจชั่วขณะ เมื่อเหลือบไปเห็นสันกรามที่ขบเข้าหากันจนขึ้นสันนูน เม็ดเหงื่อผุดพรายซึมตามไรผมหนา และแผ่นหลังกว้างที่จงใจขยับมาบังร่างของเขาไว้จนมิด เพื่อปกป้องอันตรายที่กำลังจะพุ่งทะลุประตูเข้ามา นี่... รินทร์กำลังปกป้องเขาอย่างนั้นหรือ? ความคิดนั้นทำให้คินน์เผลอกลั้นหายใจ ผู้ชายปากร้าย เย็นชา ไร้หัวใจคนนี้เนี่ยนะ ที่กำลังยืนแผ่รังสีอำมหิตปกป้องคนปากเสียอย่างเขาจากภัยมืด *คลิก!* เสียงกลอนประตูกลไกไฟฟ้าดีดตัวเปิดออกดังสนั่น ท่ามกลางความเงียบงัดและแสงไฟสีแดงฉานที่สาดส่อง ร่างของใครบางคนก็ก้าวเท้าเข้ามาอย่างมั่นใจ กลิ่นน้ำหอมราคาแพงลอยปะทะเข้ากับจมูก พร้อมกับรอยยิ้มเยาะหยันที่ปรากฏขึ้นบนใบหน้าคมคายของแขกไม่速ยิญ "โอ้โห ต้อนรับขับสู้กันอบอุ่นดีแท้... น้องชายรัก" เสียงทุ้มกวนประสาทดังขึ้น พร้อมกับการปรากฏตัวของชายหนุ่มรูปร่างสูงโปร่งในชุดสูทสั่งตัดเข้ารูป ใบหน้าละม้ายคล้ายคลึงกับรินทร์เกือบครึ่ง แต่แววตากลับพร่างพรายไปด้วยความเจ้าเล่ห์และรอยยิ้มหยันที่เคลือบยาพิษ—'ธรรศ' พี่ชายต่างแม่ผู้เป็นสายเลือดเดียวกัน แต่กลับมีสถานะเป็นศัตรูตัวฉกาจที่จ้องจะฮุบทุกอย่างของรินทร์ รินทร์หรี่ตาลงอันตราย ปืนในมือไม่ได้ลดระดับลงแม้แต่น้อย รังสีอำมหิตแผ่กระจายออกมาจากร่างสูงจนอากาศรอบตัวแทบจะกลายเป็นน้ำแข็ง "แกกล้าดียังไงถึงเหยียบเข้ามาที่นี่ ธรรศ... อยากตายมากนักหรือไง" "แหม ใจเย็นน่า รินทร์ น้องรัก" ธรรศหัวเราะในลำคออย่างไม่สะทกสะท้าน สายตาคมกริบกวาดมองไปทั่วเพนต์เฮาส์ ก่อนที่ดวงตาคู่คู่นั้นจะสะดุดเข้ากับร่างบางที่แอบอยู่ข้างหลังมาเฟียหนุ่ม "อ้าว... อยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตาเลยนี่ กลิ่นหอมของเด็กคนนี้นี่มันชวนเคลิ้มจริงๆ สินะ ถึงว่าล่ะ... แกถึงได้เก็บมันไว้ข้างกายไม่ยอมปล่อยไปไหนเลย" คำพูดแทะโลมและสายตาแพรวพราวที่ธรรศส่งมาให้ ทำให้รินทร์ก้าวขยับบังคินน์ให้พ้นจากรัศมีสายตานั้นทันที ร่างหนาแผ่ไอสังหารเข้มข้นยิ่งกว่าเดิม น้ำเสียงที่เปล่งออกมาต่ำลึกจนน่ากลัว "ถอยสายตานรกๆ ของแกออกไปจากตัวเขา ไม่งั้นฉันจะเป่าสมองแกตรงนี้ เดี๋ยวนี้" "โอ๊ะๆ ใจร้อนเป็นไฟสมกับเป็นหมาบ้าเลยนะรินทร์" ธรรศยกมือขึ้นยอมแพ้ปลอมๆ แต่รอยยิ้มเจ้าเล่ห์กลับยิ่งกว้างขึ้น "ฉันไม่ได้มาเพื่อเปิดศึกหรอกนะ... แค่แวะเอาของขวัญมาส่งตามสัญญา แล้วก็มาทวงของบางอย่างที่ควรจะเป็นของฉันคืนก็เท่านั้น" คินน์ที่ยืนมองเหตุการณ์อยู่เงียบๆ เริ่มรู้สึกถึงความผิดปกติบางอย่าง สายตาของธรรศไม่ได้มองมาที่รินทร์ด้วยความโกรธแค้น แต่มันคือสายตาของนักล่าที่เจอเป้าหมายอันโอชะ และเป้าหมายนั้น... ก็คือตัวเขาเอง "ของอะไรของแก?" คินน์กัดฟันถาม โผล่หน้าออกมาจากด้านหลังแผ่นหลังกว้างของรินทร์เล็กน้อย แม้จะกลัวแต่ศักดิ์ศรีก็ค้ำคอเกินกว่าจะก้มหัวให้คนแปลกหน้าข่มขู่ ธรรศส่งยิ้มหวานหยดให้คินน์ "ก็ตัวเธอยังไงล่ะ... คนสวย มาเฟียใจร้ายคนนี้มันเลี้ยงแกไว้แค่แก้เหงาหรอกน่า เชื่อพี่สิ... มาอยู่กับคนที่ดีกว่าและพร้อมจะให้เกียรติเธอดีกว่าไหม เด็กน้อย" "ปากเสีย!" คินน์สวนกลับทันควัน หน้าหวานงอคว่ำด้วยความหมั่นไส้ "ใครอยากจะไปกับคนโรคจิตอย่างแก ทุเรศ!" คำด่าเจ็บแสบนั้นไม่ได้ทำให้ธรรศโกรธเลยสักนิด ตรงกันข้าม เขากลับหัวเราะชอบใจ ทว่าในเสี้ยววินาทีนั้นเอง รินทร์ที่ยืนนิ่งฟังอยู่ก็ขยับตัวด้วยความเร็วแสง มือหนาคว้าหมับเข้าที่คอเสื้อของธรรศแล้วกระชากเข้ามาประชิดด้วยแรงมหาศาล ปืนกระบอกดำจ่อเข้าที่ขมับของอีกฝ่ายอย่างไร้ความปรานี "ถ้าแกยังกล้าพูดจาเรبๆ แบบนี้ออกจากปากอีกคำเดียว... สมองแกได้กระจายติดผนังห้องฉันแน่ ธรรศ" เสียงทุ้มต่ำคาดคั้นเต็มไปด้วยโทสะและจิตสังหารจริงจัง รินทร์ในยามนี้ไม่ใช่แค่เสือ แต่เป็นเสือร้ายที่กำลังแยกเขี้ยวเตรียมขย้ำเหยียบศัตรูที่กล้ามาล้ำเส้นหวงห้าม ธรรศหุบยิ้มทันที เม็ดเหงื่อกาฬผุดซึมข้างขมับเมื่อปากกระบอกปืนเย็นเฉียบแนบสนิทกับผิวเนื้อ แต่แทนที่จะหวาดกลัว เขากลับแสยะยิ้มมุมปากอย่างผู้กุมชัยชนะ "แน่ใจเหรอ... ว่ากล้าฆ่าฉันตอนนี้?" ธรรศกระซิบเสียงเบา แต่ทว่าดังพอให้คนทั้งห้องได้ยินชัดเจน "ลองเช็กโทรศัพท์ของพ่อหน้ารักคนนี้ดูสิ... ว่าตอนนี้ 'ของขวัญ' ที่ฉันส่งมาให้ มันเดินทางไปถึงไหนแล้ว" รินทร์ชะงัก ดวงตาคมกริบหันขวับกลับมามองคินน์ที่ยืนตัวแข็งทื่อ คินน์เบิกตากว้างด้วยความตกใจ รีบล้วงมือถือในกระเป๋าเสื้อกั๊กออกมาเปิดหน้าจอดูทันที หน้าจอแสดงผลข้อความแจ้งเตือนจากเบอร์แปลก พร้อมกับวิดีโอคลิปสตรีมมิ่งสดจากกล้องวงจรปิด... หน้าบ้านของ 'คุณยาย' ที่ต่างจังหวัด! ภาพหน้าจอแสดงให้เห็นชายชุดดำกลุ่มหนึ่งกำลังยืนล้อมรอบประตูรั้วบ้านไม้เก่าๆ ของยาย พร้อมกับถังน้ำมันเบนซินที่ถูกราดรดไปทั่วบริเวณ และไฟแช็กในมือของหนึ่งในนั้นที่กำลังจะถูกจุดขึ้น! "ไม่... ยาย!" คินน์อุทานออกมาเสียงดังลั่น หน้าซีดเผือดจนไร้สีเลือด เข่าแทบทรุดลงไปกองกับพื้น มือเรียวสั่นเทาจนแทบถือโทรศัพท์ไว้ไม่อยู่ รินทร์เห็นอาการของคนตัวเล็ก ปฏิกิริยาตอบสนองของมาเฟียหนุ่มทำงานเร็วยิ่งกว่าความคิด ร่างหนาปล่อยมือจากคอเสื้อธรรศทันที หันกลับมาคว้าข้อมือคินน์ที่กำลังจะทรุดลงไปดึงเข้าหาอกอ้อมแขนแน่น แรงบีบที่ไหล่ทั้งสองข้างอบอุ่นและมั่นคง ทว่าน้ำเสียงที่เอ่ยออกมานั้นเต็มไปด้วยความเดือดดาลและจริงจังขั้นสุด "มองหน้าฉัน... คินน์!" รินทร์ตะคอกเสียงกร้าว แต่แววตากลับสั่นไหวด้วยความห่วงใยที่ปิดไม่มิดเป็นครั้งแรก "ยายของเธอจะไม่เป็นอะไร... ฉันสัญญา!" ธรรศที่ยืนจัดปกเสื้อตัวเองให้เข้าที่หัวเราะเยาะเบาๆ "อยากช่วยก็ตามใจนะน้องชาย แต่บอกไว้ก่อน... ถ้าแกขยับออกจากเพนต์เฮาส์นี้ก้าวเดียว คนของฉันจะกดจุดไฟทันที... และถ้าแกเลือกจะอยู่ที่นี่... ยายของเด็กนี่ก็เตรียมตัวกลายเป็นจุล!" รินทร์หันขวับไปมองหน้าธรรศด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยเพลิงโทสะ มือหนาข้างหนึ่งกำหมัดแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน ขณะที่มืออีกข้างยังคงโอบกอดร่างของคินน์ที่กำลังตัวสั่นเทาไว้แน่นราวกับกลัวว่าอีกฝ่ายจะแตกสลายคามือ ความรู้สึกบางอย่างที่พังทลายกำแพงความเย็นชาลงจนหมดสิ้น กำลังบีบเค้นหัวใจของมาเฟียหนุ่มให้เจ็บปวดราวกับถูกไฟแผดเผา... ระหว่างอำนาจที่เขากำลังถือครอง กับความปลอดภัยของคนในอ้อมแขนที่เขารู้ตัวในวินาทีนี้เองว่า... เขาไม่มีทางปล่อยให้เป็นอันตรายเด็ดขาด! ************************************** ขอบคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและใจฟูไปกับความสัมพันธ์ที่ค่อยๆ เดือดพล่านขึ้นทุกทีนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
สารจากนักเขียน (แบล็กเวลเวต)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลรักฉบับร้าย...นายตัวดีของมาเฟีย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%