ดีลรักฉบับร้าย...นายตัวดีของมาเฟีย•ตอนที่ 13

ของขวัญจากคนใจร้าย

ผลงานโดย แบล็กเวลเวต
กลิ่นควันปืนจางๆ ยังอบอวลอยู่ในอากาศ คละเคล้ากับกลิ่นกาแฟพรีเมียมบนโต๊ะทำงานหรูหรา เสียงฝีเท้าหนักหน่วงของบอดี้และเสียงวิทยุสื่อสารที่รายงานสถานการณ์ภายนอกดังระงับความเงียบงันในห้องเพนต์เฮาส์ชั้นบนสุด รินทร์ยืนนิ่งอยู่หน้ากระจกใสบานยักษ์ที่มองเห็นลานจอดรถด้านล่าง ดวงตาคมกริบกวาดมองความวุ่นวายที่เพิ่งสงบลงด้วยฝีมือของลูกน้องมืออาชีพ ใบหน้าหล่อเหลาไร้ซึ่งความตื่นตระหนก มีเพียงรอยขมวดมุ่นที่ระหว่างคิ้ว—ไม่ใช่เพราะเขากลัวกระสุนนัดนั้น แต่เป็นเพราะไอ้สวะตัวไหนก็ตามที่กล้าอาจหาญมาสร้างความระส่ำระสายในอาณาจักรของเขากลางวันแสกๆ สมควรถูกส่งไปคุยกับราชาแห่งยมโลกโดยไม่ต้องไต่สวน แต่ความสนใจทั้งหมดในเวลานี้ไม่ได้อยู่ที่ซากศพไร้ค่าข้างล่าง... สายตาของมาเฟียหนุ่มเหลือบกลับมามองร่างโปร่งของใครบางคนที่นั่งกอดอกหน้าบึ้งตึงอยู่บนโซฟาหนังแท้ "เลิกทำหน้าเป็นตูดหมึกสักที คินน์" รินทร์เอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย ทว่าแฝงกระแสความหงุดหงิดเจือความห่วงใยที่เจ้าตัวพยายามซ่อนไว้สุดฤทธิ์ "กระสุนนัดนั้นมันไม่ได้เฉียดหัวสมองน้อยๆ ของนายด้วยซ้ำ หรือว่าตกใจจนสติหลุดไปอยู่ที่ตาตุ่มจริงๆ?" "ปากเสีย!" คินน์ตวัดสายตาดุดันกลับมาทันที ริมฝีปากบางเฉียบเม้มเข้าหากันอย่างขัดเคือง มือเรียวบางกำแน่นจนข้อต่อขึ้นสีขาว "ถ้าคุณหัดเอาเวลามาแขวะชาวบ้าน ไปตรวจสอบระบบรักษาความปลอดภัยกระจอกๆ ของตัวเองซะบ้าง ป่านนี้คงไม่ต้องมายืนทำหน้าเครียดเป็นหมาท้องผูกอยู่แบบนี้หรอกคุณรินทร์!" บรรยากาศในห้องเย็นเยียบลงทันตาเห็น รินทร์แค่นหัวเราะในลำคอ ก้าวเท้าฉับๆ เข้าหาคนปากเก่งที่ยังนั่งเชิดหน้าชูคอไม่ยอมหลบสายตา ความดื้อรั้นและท่าทางอวดดีแบบนั้นมันช่างน่าหมั่นไส้... และน่าฟัดให้หายพยศในคราวเดียวกัน "ปากเก่งนักนะ" รินทร์โน้มตัวลงใช้มือหนาบีบปลายคางมนของอีกฝ่ายเบาๆ แต่มั่นคง ดวงตาสีเข้มจ้องลึกเข้าไปในดวงตากลมโตที่ไหวระริกเล็กน้อย "ปากแบบนี้สินะที่ชอบทำให้ฉันต้องโมโหจนแทบคลั่งอยู่เรื่อย... รู้ไหมว่าเมื่อกี้ตอนได้ยินเสียงปืน หัวใจฉันเกือบหยุดเต้นเพราะกลัวว่านายจะเป็นอะไรไป" คินน์ชะงักไปชั่วขณะ หัวใจดวงน้อยกระตุกวูบกับคำพูดตรงไปตรงมาที่หลุดออกมาจากปากของมาเฟียเจ้าเล่ห์ ใบหน้าร้อนผ่าวขึ้นมาดื้อๆ แต่ด้วยศักดิ์ศรีที่ค้ำคออยู่ มีหรือที่คนอย่างคิรากรจะยอมจำนนโดยง่าย "ละ...เลิกพูดจาเลี่ยนๆ น่าขนลุกแบบนี้สักที ใครเขาให้คุณมาเป็นห่วงไม่ทราบ!" คินน์ปัดมือหนาออกอย่างแรง เบือนหน้าหนีเพื่อซ่อนร่องรอยความเขินอายที่กำลังประท้วงอยู่บนพวงแก้มขาว "แล้วก็เลิกจับตัวผมด้วย มือไม้เป็นปลาหมึกหรือไงเล่า!" รินทร์มองท่าทางเก้ๆ กังๆ และใบหน้าที่ขึ้นสีแดงระเรื่อนั้นด้วยมุมปากที่กระตุกยิ้มอย่างพึงพอใจ เสือร้ายที่เคยดุดันยามนี้กลับนึกอยากหยอกเย้าเหยื่อตัวแสบให้โมโหเล่นเสียยิ่งกว่าอะไรดี มือหนาควورกระเป๋าเสื้อสูทราคาแพงที่พาดอยู่บนพนักพิงโซฟา ควานหาบางสิ่งก่อนจะโยนกล่องกำมะหยี่สีดำสนิทขนาดกะทัดรัดลงบนตักของคนอวดดีที่นั่งหน้ามุ่ยอยู่ ปุ๊! คินน์สะดุ้งสุดตัว ก้มลงมองกล่องสีดำปริศนาบนตักด้วยความงุนงง "อะไรของคุณอีกเนี่ย ระเบิดเวลาหรือไง?" "เปิดดูเอาเองสิ สมองมีไว้ทำไม ทำไมไม่หัดคิดบ้าง" รินทร์ตอบเสียงห้วน พลางทิ้งตัวลงนั่งไขว่ห้างบนโซฟาตัว and โอบแขนพาดพนักพิง มองดูปฏิกิริยาของอีกฝ่ายด้วยแววตาพราวระยับที่ซ่อนความคาดหวังไว้ลึกซึ้ง คินน์ขมวดคิ้วมุ่นอย่างระแวง นิ้วเรียวค่อยๆ เปิดฝากล่องช้าๆ เผยให้เห็นวัตถุประกายระยิบระยับภายใน สร้อยข้อมือทองคำขาวดีไซน์เรียบหรูแต่ทว่าประดับด้วยเพชรเม็ดงามน้ำงามสะท้อนกับแสงไฟในห้องจนแสบตา และที่สำคัญ... มีจี้รูปตัว 'K' เล็กๆ ห้อยประดับอยู่อย่างประณีต ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความประหลาดใจ เขาเงยหน้าขึ้นมองมาเฟียหนุ่มสลับกับสร้อยข้อมือในกล่อง ความรู้สึกอุ่นวาบแล่นพล่านขึ้นมากลางอกอย่างห้ามไม่อยู่ แต่กระนั้น... ความปากแข็งก็ยังทำงานเร็วกว่าสมอง "ฮh... หะ หรูหราขนาดนี้ เอาเงินทอนจากค่าหัวผมมาซื้อเหรอครับคุณรินทร์" คินน์แค่นหัวเราะเสียงสูง กลบเกลื่อนความสั่นไหวในน้ำเสียง "เก็บเงินนี่ไว้จ้างบอดี้กิ๊ฟเพิ่มเถอะครับ ดูทรงแล้วชีวิตคุณน่าจะปลอดภัยกว่าถ้าไม่ต้องเอาเงินมาละลายกับของไร้สาระแบบนี้" รินทร์หุบยิ้มทันที คิ้วหนากระตุกขึ้นอย่างเหลืออดกับความปากไม่ตรงกับใจของคนตรงหน้า เขาอุตส่าห์ให้คนขับรถฝ่าดงกระสุนไปสรรหาของขวัญชิ้นนี้มาให้ตั้งแต่เมื่อคืน เพื่อหวังจะปลอบขวัญกระต่ายตื่นตูม แต่ดูสิ่งที่แม่ประคุณพูดออกมาสิ! "ไร้สาระงั้นเหรอ?" รินทร์ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง น้ำเสียงกดต่ำลงจนน่ากลัว ก้าวเข้าไปประชิดโซฟาที่คินน์นั่งอยู่จนร่างโปร่งต้องเอนตัวหนีอัตโนมัติ "ปากคอเราะร้ายแบบนี้มันน่าเอาโซ่ล่ามไว้ไม่ให้ไปไหนจริงๆ คินน์!" "อื้อ! ถอยไปนะ จะมาทำรุ่มร่ามอะไรเล่า!" คินน์ดันแผงอกกว้างของอีกฝ่ายไว้สุดแรงเมื่อใบหน้าคมคายโน้มต่ำลงมาจนปลายจมูกแทบจะชนกัน กลิ่นกายหอมสะอาดผสมกลิ่นบุหรี่จางๆ ของรินทร์โชยเข้าจมูกจนพาลทำให้สติกระเจิง "ทำไม ฉันจะตีตราของฉันให้แน่นหนาขึ้น จะได้เลิกพูดจาถางถางแล้วสำนึกเสียบ้างว่าใครเป็นคนซื้อของขวัญราคาแพงลิบลิ่วให้" รินทร์กระซิบชิดริมหูบาง น้ำเสียงทุ้มพร่าเต็มไปด้วยความคลั่งรักที่พยายามข่มกลั้น "ยอมรับมาเถอะน่า ว่านายชอบมัน... ใจเต้นแรงจนฉันได้ยินเสียงมันดังทะลุอกเสื้อออกมาแล้วนะตัวแสบ" "ใครใจเต้น! คุณมโนไปเองคนเดียวแล้วไอ้มาเฟียหน้ามึน!" คินน์เถียงเสียงแข็ง ใบหน้าร้อนผ่าวลามไปจนถึงใบหู ร่างกายแนบชิดติดพนักโซฟาจนหนีไปไหนไม่ได้ สัมผัสอุ่นร้อนจากร่างกายของรินทร์แผ่ซ่านเข้ามาจนหัวใจเต้นรัวระทึกอย่างควบคุมไม่ได้ ในจังหวะที่รินทร์กำลังจะโน้มใบหน้าลงไปกดจูบปริมฝีปากที่เอาแต่เถียงคำไม่ตกฟากเพื่อลงโทษความปากแข็งนั้น เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นขัดจังหวะอย่างไม่รู้กาลเทศะ ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก! "นายครับ!" เสียงร้อนรนของลูกน้องคนสนิทดังทะลุประตูกระจกเข้ามา "พวกมันส่งคนบุกเข้ามาทางชั้นใต้ดินอีกรอบแล้วครับ! และ... และดูเหมือนว่ามาร์คจะมาด้วยตัวเอง!" รินทร์ชะงักกึก ดวงตาสคมกริบเปล่งประกายความเหี้ยมเกรียมขึ้นมาทันทีในเสี้ยววินาที ร่างสูงผละออกจากคินน์ช้าๆ ปรับสีหน้ากลับมาเป็นมาเฟียผู้ไร้ความปรานีเช่นเดิม คินน์หอบหายใจเบาๆ รีบคว้ากล่องสร้อยข้อมือบนตักมาถือไว้แน่นโดยไม่รู้ตัว ดวงตากลมโตมองแผ่นหลังกว้างของรินทร์ที่หันไปหยิบปืนพกกระบอกโปรดขึ้นมาตรวจเช็กกระสุนด้วยความเร็วแสง รินทร์หันกลับมามองหน้าคินน์เป็นครั้งสุดท้าย แววตาที่มองมาเต็มไปด้วยความห่วงใยที่ซ่อนอยู่ใต้ความดุดัน ก่อนที่ริมฝีปากหยักจะเหยียดยิ้มเย็นเยียบ "อยู่รอในนี้ ล็อกประตูให้ดี... ถ้าฉันกลับมาแล้วเห็นนายเป็นรอยขีดข่วนแม้แต่นิดเดียว ฉันจะจัดการลงโทษนายด้วยวิธีที่ทำให้ไม่ได้ลุกจากเตียงไปสามวันแน่ คินน์" พูดจบ รินทร์ก็หมุนตัวเดินสาวเท้าก้าวออกไปจากห้องทำงานอย่างรวดเร็ว ทิ้งให้คินน์นั่งแข็งค้างอยู่ลำพังท่ามกลางความเงียบงันที่ถูกแทนที่ด้วยเสียงฝีเท้าเร่งรีบและความตึงเครียดที่กลับมาปกคลุมอีกครั้ง คินน์ก้มมองกล่องกำมะหยี่ในมือ สร้อยข้อมือเพชรประกายวาววับสะท้อนกับแสงไฟ และก่อนที่เขาจะทันได้คิดอะไรไปมากกว่านั้น ประตูห้องทำงานอีกด้านที่เชื่อมต่อกับทางหนีไฟลับก็ถูกผลักเปิดออกอย่างไร้เสียง พร้อมกับร่างสูงใหญ่ของใครบางคนที่ก้าวเข้ามาพร้อมรอยยิ้มเย็นเยียบที่ทำให้เลือดในกายเย็นเฉียบ "สวัสดีครับ คุณคิรากร... ดูเหมือนว่าสามีจำเป็นของคุณจะงานยุ่งจนลืมดูแลแขกคนสำคัญอย่างผมสินะครับ" ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาสัมผัสความคลั่งรักปนความแซ่บในตอนนี้ด้วยกันนะคะ!
สารจากนักเขียน (แบล็กเวลเวต)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลรักฉบับร้าย...นายตัวดีของมาเฟีย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%