“ถ้าคุณยังไม่ปล่อยมือออกจากชายเสื้อผมภายในสามวินาที ผมจะถือว่าคุณอยากให้ผมถอดกางเกงคุณออกตรงนี้แทนการแต่งตัวนะครับ คินน์”
เสียงทุ้มต่ำที่แฝงไปด้วยความรำคาญแต่เจือกระแสความขบขันดังขึ้นเหนือศีรษะ รินทร์ในชุดเสื้อเชิ้ตสีขาวสะอาดตาที่ยังไม่ได้ติดกระดุมเม็ดบน เผยให้เห็นแผงอกแกร่งและรอยสักจางๆ ที่ทำให้คนมองต้องเบือนหน้าหนีด้วยความเขินอาย
คินน์กระชากชายเสื้อของอีกฝ่ายกลับมาอย่างแรง ใบหน้าสวยหวานขึ้นสีระเรื่อจัดราวกับลูกตำลึงสุก “ไอ้มาเฟียบ้า! ใครจะไปอยากให้คุณทำอะไรแบบนั้นวะ! ผมแค่จะบอกว่ากระดุมเสื้อคุณมันหลุด ผมหยิบมาให้เฉยๆ หรอกนะ อย่าสำคัญตัวผิด!”
ร่างบางสะบัดตัวหันหลังเดินหนีไปที่หน้ากระจกบานใหญ่ แต่รินทร์ไวกว่า เขาก้าวประชิดตัวในระยะที่ลมหายใจอุ่นๆ รดรินต้นคอจนคินน์ต้องห่อไหล่ กลิ่นน้ำหอมราคาแพงผสมกับกลิ่นกายสะอาดๆ ของมาเฟียหนุ่มทำเอาสติสัมปชัญญะที่สร้างขึ้นมาอย่างยากลำบากสั่นคลอน
“สำคัญตัวผิดงั้นเหรอ?” มือหนาเอื้อมไปหยิบเนกไทจากมือคินน์ ก่อนจะวางพาดบ่าตัวเองแล้วโน้มหน้าลงมาใกล้จนปลายจมูกแทบจะสัมผัสกัน “ถ้าผมสำคัญตัวผิด แล้วที่เมื่อคืนคุณนอนกอดผมแน่นเหมือนลูกลิงเนี่ย… จะให้ผมเรียกว่าอะไรดีล่ะครับ”
คินน์หน้าเหวอ ดวงตากลมโตเบิกกว้าง “นั่นมันเพราะแอร์มันหนาว! คุณอย่ามาตู่! ไอ้คนฉวยโอกาส!”
“ครับ ผมฉวยโอกาสเสมอ… โดยเฉพาะกับคุณ”
รินทร์กระตุกยิ้มมุมปาก นิ้วเรียวยาวเชยคางมนขึ้น สบสายตากับคนตรงหน้าที่พยายามทำใจกล้าสู้กลับ ทั้งที่มือไม้เริ่มสั่นพั่บๆ บรรยากาศภายในห้องนอนกว้างขวางเริ่มเปลี่ยนไป ความขุ่นมัวจากการปะทะคารมยามเช้าถูกแทนที่ด้วยแรงดึงดูดประหลาดที่ก่อตัวขึ้นอย่างเงียบเชียบแต่หนักแน่น
นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ความรู้สึกพวกนี้พุ่งชนกัน แต่มันเป็นครั้งแรกที่คินน์รู้สึกว่า ‘กำแพง’ ที่เขาสร้างขึ้นเพื่อป้องกันหัวใจจากมาเฟียผู้ทรงอิทธิพลคนนี้กำลังร้าวลึก
“คินน์” เสียงของรินทร์แผ่วลง ความล้อเลียนในดวงตาหายไป เหลือเพียงความปรารถนาที่ปิดไม่มิด “ถ้าวันนี้คุณยังปากดีแบบนี้อีก ผมรับรองว่าคุณไม่ได้ออกจากห้องนี้ไปทำงานแน่”
“คุณก็ลองดูสิ!” คินน์โต้กลับทันควัน แม้จะรู้ว่าเสียเปรียบ แต่ศักดิ์ศรีมันค้ำคอ “คิดว่ารวยแล้วจะทำอะไรก็ได้เหรอ? ผมไม่กลัวคุณหรอก!”
รินทร์หัวเราะในลำคอ เป็นเสียงหัวเราะที่ฟังดูเอ็นดูมากกว่าข่มขู่ เขาผละออกช้าๆ อย่างเสียดาย ก่อนจะเอื้อมมือไปคว้าสูทตัวนอกมาสวม “รีบไปล้างหน้าซะ เดี๋ยวผมไปส่ง… ไม่ต้องเถียง ผมไม่อยากให้มาร์คกับพวกสมุนมันตามหาตัวคุณเจอในที่เปลี่ยวๆ ระหว่างทางไปทำงาน”
ชื่อ ‘มาร์ค’ ทำให้บรรยากาศความหวานชื่นชะงักลงทันที คินน์เงียบไป สายตาที่เคยสั่นไหวเปลี่ยนเป็นความเย็นชาและจริงจังขึ้นมาฉับพลัน เขารู้ดีว่าศัตรูของรินทร์ไม่ได้เล่นงานแค่เรื่องธุรกิจ แต่การที่มาร์คจ้องจะดึงตัวเขาไปเป็นเบี้ยล่างเพื่อทำลายรินทร์นั้น เป็นสิ่งที่เขาไม่อาจยอมรับได้
“มาร์คไม่มีทางได้ตัวผมไปง่ายๆ” คินน์พึมพำพร้อมกับกำหมัดแน่น
รินทร์หยุดชะงักที่หน้าประตู เขาหันกลับมามองแผ่นหลังบางของร่างเล็กที่ยืนนิ่งอยู่หน้ากระจก แววตาคมกริบฉายแววหวงแหนอย่างรุนแรง “จำไว้ว่าคุณเป็นของใคร ต่อให้มันจะรวยล้นฟ้าหรือมีอิทธิพลแค่ไหน ถ้ามันแตะต้องคุณ… มันต้องผ่านศพผมไปก่อน”
คำพูดที่ดูเหมือนคำประกาศิตนั้นทำให้หัวใจของคินน์กระตุกวูบ มันไม่ใช่แค่การแสดงความเป็นเจ้าของที่น่าหมั่นไส้ แต่มันคือคำสัญญาที่แฝงไปด้วยความคลั่งรักแบบร้ายๆ ที่ทำเอาคนฟังทำตัวไม่ถูก
ขณะที่คินน์กำลังจะอ้าปากเถียงกลับเพื่อรักษาฟอร์ม เสียงโทรศัพท์มือถือที่วางอยู่บนหัวเตียงก็แผดเสียงดังลั่น รินทร์ขมวดคิ้วคว้ามันขึ้นมาดู ก่อนจะกดรับด้วยใบหน้าเรียบเฉย
“ว่าไง”
คินน์ยืนฟังเงียบๆ มองรินทร์ที่เริ่มเปลี่ยนสีหน้าจากความผ่อนคลายกลายเป็นความเคร่งขรึมและอำมหิตในเวลาเพียงไม่กี่วินาที มือหนาที่ถือโทรศัพท์กำแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน
“มึงกล้ามากนะที่โทรหาคนของกู” รินทร์แค่นยิ้มเยือกเย็น ดวงตาสีเข้มตวัดมองมาที่คินน์ด้วยความรู้สึกบางอย่างที่อ่านไม่ออก “อยู่ที่ไหน… เออ ได้… กูจะไปหาเดี๋ยวนี้”
รินทร์วางสายทันที เขาสาวเท้ากลับมาหาคินน์ที่ยืนตัวแข็งทื่ออยู่กลางห้อง
“คินน์ เปลี่ยนใจแล้ว วันนี้คุณต้องไปกับผม”
“จะบ้าเหรอ ผมต้องไปทำงาน!” คินน์ร้องประท้วง แต่รินทร์คว้าข้อมือเขาไว้แน่น แรงบีบนั้นไม่ได้แสดงถึงความโกรธ แต่มันคือความกังวลที่ถูกซ่อนไว้ใต้ท่าทีเย่อหยิ่ง
“มาร์คมันส่งรูปมาให้ผมดู” รินทร์ยื่นหน้าจอโทรศัพท์ให้คินน์เห็น ภาพในนั้นคือสถานที่ที่คินน์คุ้นตาเป็นอย่างดี… มันคือห้องทำงานของเขาที่ถูกรื้อค้นจนพินาศ และมีรูปถ่ายของตัวเขาที่ถูกแอบถ่ายไว้เมื่อไม่กี่นาทีที่ผ่านมา
คินน์หน้าซีดเผือด “มัน… มันมาถึงที่นี่ได้ยังไง”
“เพราะคนของผมมันมีหนอนบ่อนไส้ไงครับ” รินทร์ดึงตัวคินน์เข้ามากอดไว้แน่น ก่อนจะกระซิบที่ข้างหู “อยู่กับผม… อย่าห่างจากสายตาผมแม้แต่วินาทีเดียว เข้าใจไหม!”
ยังไม่ทันที่คินน์จะได้ตอบรับ ประตูห้องนอนก็ถูกกระแทกเปิดออกอย่างแรง! ร่างของบอดี้การ์ดคนสนิทพุ่งเข้ามาด้วยสีหน้าตื่นตระหนก
“นายครับ! พวกมันบุกมาถึงหน้าคฤหาสน์แล้วครับ! มาร์คมันมาด้วยตัวเอง!”
รินทร์ชะงัก คินน์ใจหายวาบไปอยู่ที่ตาตุ่ม เมื่อเสียงปืนนัดแรกดังสนั่นขึ้นจากบริเวณลานจอดรถด้านล่าง ความวุ่นวายที่แท้จริงเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นในเช้าวันนี้ และมันกำลังจะกลายเป็นวันนองเลือดที่ไม่มีใครคาดคิด
แบล็กเวลเวตหวังว่าตอนหน้าจะเป็นตอนที่ทุกคนตื่นเต้นจนนั่งไม่ติดเก้าอี้เลยนะคะ ขอบคุณที่ติดตามกันเสมอค่ะ!
ดีลรักฉบับร้าย...นายตัวดีของมาเฟีย•ตอนที่ 12
เช้าที่แสนวุ่นวาย
ผลงานโดย แบล็กเวลเวต
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แบล็กเวลเวต)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลรักฉบับร้าย...นายตัวดีของมาเฟีย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!