เศษไม้สนและชิ้นส่วนบานประตูสีมะฮอกกานีราคาแพงกระเด็นว่อนไปทั่วห้องโถงกว้าง กลิ่นอายอันตรายพุ่งทะยานเข้ามาปะทะจมูกทันทีที่ฝุ่นควันจางลง ร่างสูงโปร่งในชุดสูทสั่งตัดพิเศษก้าวเข้ามาพร้อมรอยยิ้มเยาะที่มุมปาก สายตาคมปลาบกวาดมองสถานการณ์ตรงหน้าด้วยความรวดเร็ว ก่อนจะมาหยุดอยู่ที่ร่างของคินน์ซึ่งยืนตัวแข็งทื่ออยู่ข้างกายมาเฟียหนุ่ม
"โอ๊ะ ดูเหมือนฉันจะมาขัดจังหวะดินเนอร์มื้อสำคัญสินะ... ท่านรินรดา"
เสียงทุ้มกังวานเอ่ยทักทายด้วยน้ำเสียงกวนประสาท มาร์คก้าวเท้าย่างสามขุมเข้ามาในอาณาเขตอันดุร้ายของเสือสมิงอย่างไม่เกรงกลัว รอยยิ้มพޭมพรายบนใบหน้านั้นเต็มไปด้วยความท้าทาย ขณะที่แววตากลับซ่อนประกายความเหยียดหยามเอาไว้มิดชิด
รินทร์ไม่ได้ขยับเขยื้อn ร่างหนาในชุดเสื้อเชิ้ตพับแขนยังคงยืนนิ่งสนิท บรรยากาศรอบตัวเขาเปลี่ยนจากความเงียบงันกลายเป็นคลื่นความกดอากาศต่ำที่พร้อมจะบดขยี้ทุกอย่างให้แหลکคามือ นัยน์ตาคมกริบดูลึกล้ำและเย็นเยียบราวน้ำแข็งขั้วโลก เขามองผู้มาเยือนด้วยหางตา ราวกับมาร์คเป็นเพียงฝุ่นผงไร้ค่าที่บังเอิญปลิวเข้ามาในพื้นที่ส่วนตัว
"แกเข้ามาทางไหน..." เสียงทุ้มต่ำรอดไรฟันออกมาทีละคำ มันเต็มไปด้วยความกดดันที่ทำเอาคนฟังหายใจไม่ทั่วท้อง "และใครอนุญาตให้แกเหยียบเข้ามาในบ้านของฉัน มาร์ค"
"ประตูหน้ามันน่าเบื่อไปหน่อย ฉันก็เลยเลือกวิธีที่เร้าใจกว่า..." มาร์คยักไหล่เบาๆ สายตาเจ้าเล่ห์เบนความสนใจจากมาเฟียหนุ่มมายังร่างบางที่ยืนเม้มปากแน่นอยู่ข้างๆ "ว่าแต่... เด็กคนนี้สินะ ที่ทำให้อาณาจักรของมาเฟียผู้ยิ่งใหญ่วุ่นวายได้ถึงขนาดนี้ น่าสนใจดีนี่"
คินน์ขยับตัวถอยหลังไปครึ่งก้าวโดยสัญชาตญาณ แม้ปากจะเก่งและไม่เคยยอมก้มหัวให้ใคร แต่สถานการณ์ตรงหน้ากลับกดดันเสียจนฝ่ามือชื้นเหงื่อ เขารู้จักชื่อ 'มาร์ค' ดีจากข่าวซุบซิบทางธุรกิจและโลกมืด คู่ปรับตัวฉกาจของรินทร์ที่จ้องจะโค่นล้มอิทธิพลทุกตารางนิ้ว การที่อีกฝ่ายบุกมาถึงที่นี่ในยามวิกาลย่อมไม่ใช่เรื่องบังเอิญอย่างแน่นอน
รินทร์เหลือบมองปฏิกิริยาของคนข้างกาย ความหึงหวงที่ก่อตัวขึ้นในอกเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความกรุ่นโกรธที่พุ่งทะยานขึ้นสู่ขีดสุด เมื่อเห็นสายตาแพรพราวที่มาร์คใช้มองสำรวจคินน์ ร่างหนาก้าวขวางออกไปข้างหน้าเล็กน้อยเพื่อบังร่างบางไว้จากสายตาคู่นั้นทันที เป็นการประกาศความเป็นเจ้าของอย่างชัดเจนโดยไม่ต้องเอ่ยคำใด
"ถอยตาไปซะ ก่อนที่ฉันจะส่งศพแกกลับออกไปทางเดิม" รินทร์คำรามในลำคอ เสียงนั้นต่ำลึกและทรงพลังจนน่ากลัว
"ใจร้อนเสียจริง รินรดา..." มาร์คหัวเราะในลำคออย่างไม่ยี่ห่าว "ฉันไม่ได้มาเพื่อหาเรื่องเสียเลือดเนื้อหรอกนะวันนี้... แค่ได้ยินข่าวว่านายสนใจเด็กก้นครัวคนนี้เป็นพิเศษ จนถึงขั้นพามาซ่อนไว้ในคฤหาสน์ส่วนตัว ก็เลยอยากจะมาพิสูจน์ให้เห็นกับตาว่า... ของเล่นชิ้นนี้มันมีดีอะไร ถึงทำให้เสือร้ายอย่างนายยอมลงทุนขุดหลุมพรางดักคอยท่า"
"ปากดีนักนะ" คินน์ที่ทนฟังต่อไม่ไหวโผล่แทรกขึ้นทันที ดวงตากลมโตตวัดมองผู้มาเยือนอย่างไม่เกรงกลัว แม้จะหวั่นๆ อยู่บ้างแต่ศักดิ์ศรีมันค้ำคอ "ถ้าว่างมากนักก็ไปเช็คสมองบ้างนะ เผื่อจะจำได้ว่าการมารยาทพื้นฐานของการเป็นแขกคืออะไร ไม่ใช่พังประตูเข้ามาแบบโจรป่าไร้การศึกษาแบบนี้!"
รินทร์ชะงักไปเล็กน้อยเมื่อได้ยินเสียงแหวแหลมคมที่สวนกลับผู้มาเยือนอย่างไม่ไว้หน้า นัยน์ตาคมตวัดกลับมามองคนตัวเล็กที่ยืนเชิดหน้าชูตาอยู่ข้างหลัง แววตาที่เคยดุดันเมื่อครู่ฉายแววระריกคล้ายความขบขันระคนหมั่นไส้จางๆ ช่างกล้าหาญเสียจริง ต่อหน้าศัตรูตัวฉกาจก็ยังไม่วายหาเรื่องปากแจ๋วใส่เขาได้
มาร์คหรี่ตามองคินน์ด้วยความประหลาดใจระคนถูกใจ "โอ๊ะ... ปากคอเราะร้ายใช้ได้เลยนี่ สมแล้วที่เป็นเด็กในคาถาของนาย รินทร์... สนใจจะเปลี่ยนมือมาอยู่ด้วยกันไหมล่ะ รับรองว่าฉันจะดูแลให้ดีกว่ามาเฟียใจร้ายคนนี้แน่นอน"
สิ้นคำพูดนั้น อุณหภูมิในห้องโถงก็ลดฮวบลงจนติดลบ รินทร์พุ่งเข้าประชิดตัวมาร์คด้วยความเร็วปานสายฟ้าแลบ มือหนาคว้าหมับเข้าที่ปกเสื้อสูทราคาแพงของอีกฝ่ายแล้วกระชากเข้ามาประชิดจนหน้าเกือบชนกัน แรงปะทะนั้นรุนแรงจนมาร์คเกือบเซถอยหลัง แต่รอยยิ้มเยาะบนใบหน้าของคู่ปรับก็ยังไม่จางหาย
"ถ้าแกยังไม่อยากตายคาตีนของฉัน ก็ไสหัวออกไปจากบ้านของฉันซะ ก่อนที่ฉันจะเปลี่ยนใจไม่ส่งศพแต่จะส่งชิ้นส่วนแกไปให้ลูกน้องเก็บกวาดแทน!" เสียงทุ้มต่ำที่ลอดไรฟันออกมานั้นเหี้ยมเกรี้ยวกว่าครั้งไหนๆ แรงกดดันแผ่ซ่านจนคินน์ยังต้องเผลอกลั้นหายใจ
มาร์คหัวเราะในลำคอเบาๆ แม้จะถูกบีบคอเสื้อจนแน่นแต่แววตากลับพึงพอใจ "หวงก้างเสียจริงนะ... ระวังเถอะ ของรักของหวงที่นายกอดไว้แน่นหนา อาจจะไม่ได้ภักดีอย่างที่คิดหรอก"
พูดจบ มาร์คก็ยกมือขึ้นตบไหล่แกร่งของรินทร์เบาๆ สองที ก่อนจะสะบัดตัวหลุดจากการเกาะกุมแล้วเดินหันหลังกลับออกไปทางประตูที่พังเสียหาย ทิ้งร่องรอยความพินาศและกลิ่นอายอันคุกคามเอาไว้เบื้องหลัง
ความเงียบงันกลับมาปกคลุมห้องโถงอีกครั้ง รินทร์ยืนนิ่งอยู่กับที่ ลมหายใจเข้าออกลึกและแรงเพื่อสะกดกลั้นอารมณ์กรุ่นโกรธที่ยังคงพลุ่งพล่านในอก ก่อนที่เขาจะค่อยๆ หันกลับมามองหน้าคนตัวเล็กที่ยังคงยืนกอดอกทำหน้าเชิดใส่เขาอยู่
"ส่วนเธอ..." รินทร์กดเสียงต่ำ เดินตรงเข้าหาร่างบางที่ถอยหลังกรูดจนแผ่นหลังชนเข้ากับผนังห้อง "เรายังเคลียร์กันไม่จบเรื่องกฎสามข้อที่เธอตั้งขึ้นมาเมื่อครรู่!"
คินน์กลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบากเมื่อร่างสูงใหญ่ก้าวเข้ามาปิดกั้นทุกทางหนี กลิ่นกายหอมสะอาดผสมกลิ่นบุหรี่จางๆ ลอยมาแตะจมูกจนหัวใจดวงน้อยเต้นระรัวไม่เป็นจังหวะ สายตาคมกริบที่จ้องมองมานั้นเต็มไปด้วยความดุดันและพะวงในคราวเดียวกัน
"กฎบ้าอะไรของนาย ฉันไม่เห็นจำได้!" คินน์เถียงเสียงแข็ง กลบเกลื่อนความหวั่นไหวในดวงตา
"จำไม่ได้เหรอ..." รินทร์โน้มใบหน้าเข้ามาใกล้จนปลายจมูกเกือบจะชนกัน ลลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดพวงแก้มใส "ข้อแรก... ห้ามขัดคำสั่งฉัน ข้อสอง... ห้ามมองหน้าคนอื่นด้วยสายตาแบบนั้น และข้อสาม..."
มาเฟียหนุ่มเว้นจังหวะเล็กน้อย นัยน์ตาคมพราวระยับด้วยประกายความเจ้าเล่ห์ที่ทำเอาคินน์ต้องใจกระตุกวูบ
"...ห้ามต่อปากต่อคำกับฉันเด็ดขาด... แต่วันนี้เธอแหกมันครบทุกข้อตั้งแต่ยังไม่ทันข้ามวันเลยนะ คิรากร"
คินน์เบิกตากว้างเมื่อถูกต้อนจนมุม ใบหน้าหวานร้อนผ่าวขึ้นมาดื้อๆ ด้วยความใกล้ชิดที่มากเกินความจำเป็น เขาพยายามจะผลักอกอีกฝ่ายออกแต่รินทร์กลับรวบข้อมือทั้งสองข้างของเขาขึ้นไปตรึงไว้เหนือหัวด้วยมือเดียวอย่างง่ายดาย
"ปล่อยนะไอ้มาเฟียฉวยโอกาส! ฉันบอกตอนไหนว่ารับปากไอ้กฎบ้าๆ นั่นฮะ!" คินน์โวยวายหน้าดำหน้าแดง พยายามดิ้นรนสุดฤทธิ์
"ฉันไม่ได้ให้เธอรับปาก... แต่ฉันเป็นคนประกาศ และคนอย่าง 'รินรดา' ไม่เคยเจรจากับใคร... มีแต่บังคับให้ทำตามเท่านั้น!"
รินทร์ยิ้มมุมปากอย่างผู้ชนะ ใบหน้าคมคายโน้มต่ำลงมาหมายจะลงโทษคนปากเก่งให้เข็ดหลาบ ทว่าในวินาทีที่ริมฝีปากหนาเกือบจะสัมผัสกับกลีบปากบาง ทันใดนั้น... เสียงโทรศัพท์มือถือเครื่องหรูในกระเป๋าเสื้อสูทรินทร์ก็แผדเสียงแหลมกังวานทำลายบรรยากาศสีชมพูแกมอันตรายนั้นลงอย่างไม่รู้เวล่ำเวลา
รินทร์ขมวดคิ้วมุ่นด้วยความหงุดหงิด เขาชะงักริมฝีปากแล้วผละออกห่างเล็กน้อยอย่างไม่สบอารมณ์ ก่อนจะควักโทรศัพท์ออกมากดรับสายด้วยท่าทางกระแทกกระทั้น
"มีอะไร! ถ้าไม่สำคัญจริง นายตายแน่!" รินทร์กรอกเสียงดุใส่ปลายสายทันที
แต่เพียงแค่ประโยคแรกที่หลุดออกมาจากโทรศัพท์ ใบหน้าคมคายที่เคยดุดันและมั่นอกมั่นใจก็เปลี่ยนสีไปในพริบตา นัยน์ตาคมเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย ร่างกายชะงักนิ่งไปราวกับถูกสาบให้เป็นหิน ขณะที่ความตึงเครียดระลอกใหม่พุ่งทะยานขึ้นมาเกาะกุมหัวใจของมาเฟียหนุ่มอย่างรวดเร็ว
"นายว่ายังไงนะ... โกดังหลักที่ท่าเรือ... โดนวางระเบิดงั้นเหรอ?!"
ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและร่วมเดินทางไปกับความแซ่บในตอนนี้ แล้วพบกันใหม่ตอนหน้าค่ะ!
ดีลรักฉบับร้าย...นายตัวดีของมาเฟีย•ตอนที่ 3
กฎสามข้อที่ไม่ควรแหก
ผลงานโดย แบล็กเวลเวต
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แบล็กเวลเวต)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลรักฉบับร้าย...นายตัวดีของมาเฟีย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!