กลิ่นอายความคุกกรุ่นของบรรยากาศรอบตัวยังไม่ทันจางหาย เงาร่างสูงโปรดของมาร์คก็ก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่เบื้องหน้า โดยมีสายตาคมปลาบของรินทร์จ้องมองราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ บรรยากาศในห้องรับรองพิเศษอบอวลไปด้วยแรงกดดันมหาศาลที่แทบจะทำให้คนหายใจไม่ออก แต่คนอย่างคิรากรไม่มีวันยอมตกเป็นเบี้ยล่างของใครทั้งสิ้น แม้สถานการณ์ตรงหน้าจะชวนให้ขาอ่อนแรงแค่ไหนก็ตาม
"ไม่คิดเลยนะคะว่าจะได้เจอคุณที่นี่... คินน์" มาร์คเอ่ยทักด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ทว่าแฝงความเจ้าเล่ห์ไว้อย่างแนบเนียน พร้อมกับเอื้อมมือหมายจะแตะลงบนไหล่บางของคินน์
หมับ!
ฝ่ามือหนาของรินทร์คว้าหมับเข้าที่ข้อมือของมาร์คไว้แน่น แรงบีบที่ส่งผ่านปลายนิ้วบ่งบอกถึงโทสะที่กำลังปะทุขึ้นในอก รินทร์แค่นหัวเราะในลำคอ แววตาดุดำมืดสนิทราวกับก้นบึ้งของมหาสมุทร
"ของของฉัน... อย่าแม้แต่จะชายตามอง มาร์ค" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยลอดไรฟันด้วยความกรุ่นโกรธ
มาร์คเพียงแค่ยิ้มรับ รอยยิ้มที่ยิ่งทำให้รินทร์รู้สึกหงุดหงิดจนแทบคลั่ง "โอ๊ะ... แค่ทักทายเองค่ะคุณรินรดา อย่าหวงก้างให้มันมากนักเลยน่า ของแบบนี้ถ้าดูแลไม่ดี ระวังจะหลุดมือไปอยู่ในมือคนอื่นนะคะ"
"คิดจะลองดีกับฉันเหรอ?" รินทร์กดเสียงต่ำลงไปอีกขั้น บรรยากาศรอบตัวคุกรุ่นจนคินน์ที่ยืนอยู่ตรงกลางต้องรีบชักสีหน้าใส่ทั้งสองคนด้วยความรำคาญใจ
"นี่! จะยืนประกาศความเป็นเจ้าของกันอีกนานไหมคะ? ฉันไม่ใช่ตุ๊กตาหน้ารถของพวกคุณนะ!" คินน์สะบัดตัวออกจากการกุมมือของรินทร์ด้วยความหงุดหงิด ก่อนจะปรายตามองมาเฟียหนุ่มด้วยความหมั่นไส้ "แล้วก็นะคุณรินทร์ เลิกทำตัวเป็นเจ้าข้าวเจ้าของฉันสักที เราไม่ได้เป็นอะไรกัน!"
คำพูดที่สวนกลับอย่างไม่เกรงกลัวทำให้มุมปากของรินทร์กระตุกขึ้นเล็กน้อย ความโกรธเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความรู้สึกประหลาดที่ยากจะอธิบาย กล้าต่อปากต่อคำกับเขาขนาดนี้... เด็กนี่มันน่าจับตีให้เข็ดเสียจริง
"หุบปากแล้วเดินตามมา ถ้าไม่อยากให้ฉันอุ้มพาดบ่ากลับคฤหาสน์" รินทร์ขู่เสียงเข้ม ปรายตามองร่างเพรียวบางที่เชิดหน้าใส่เขาอย่างไม่ลดละ ก่อนจะหันไปส่งสายตาดิบเถื่อนใส่คู่ปรับตัวฉกาจ "ส่วนแก... ถ้ายังไม่อยากกระดูกหัก ก็ไสหัวไปให้พ้นหน้าฉันซะ"
มาร์คหัวเราะในลำคออย่างไม่ยี่หรา ก่อนจะยอมถอยหลังoutไปพร้อมกับรอยยิ้มปริศนาที่ทิ้งปิ้นความระแวงไว้ในใจของรินทร์
รถยนต์หรูคันงามเคลื่อนตัวเข้ามาจอดสนิทภายในอาณาเขตของคฤหาสน์หลังใหญ่โตมโหฬาร สถาปัตยกรรมสไตล์ยุโรปโบราณที่ตั้งตระหง่านอยู่เบื้องหน้าให้ความรู้สึกทั้งน่าเกรงขามและอึดอัดในเวลาเดียวกัน ทันทีที่ประตูรถเปิดออก คินน์ก็ก้าวขาลงมาพร้อมกับกวาดสายตามองไปรอบๆ ด้วยความรู้สึกทึ่งปนระแวดระวัง
"ยินดีต้อนรับสู่กรงของฉันค่ะ, นายเด็กปากดี" เสียงทุ้มเอ่ยกระซิบชิดริมหูจนคินน์ต้องสะดุ้งโหยง รีบถอยห่างออกมาหนึ่งก้าวพร้อมกับส่งค้อนวงใหญ่ให้
"กรงอะไรของคุณคะ? คิดว่าตัวเองเป็นราชสีห์รึไง เป็นได้แค่หมาบ้าที่คอยไล่กัดคนอื่นไปทั่วมากกว่ามั้ง!" คินน์สวนกลับทันควัน ไม่มีความหวาดกลัวปรากฏให้เห็นในดวงตากลมโตคู่นั้นเลยแม้แต่น้อย รินทร์หรี่ตามองคนตัวเล็กกว่าอย่างพิจารณา รอยยิ้มร้ายกาจผุดขึ้นที่มุมปาก
"ปากเก่งดีนี่... หวังว่าเวลาอยู่ข้างใน จะยังปากดีแบบนี้อยู่นะ"
รินทร์ก้าวเข้าไปกระชากข้อแขนเรียวให้เดินตามเข้ามาในตัวคฤหาสน์ กลิ่นอายความหรูหราผสมผสานกับความเย็นยะเยือกของเครื่องปรับอากาศทำให้คินน์ต้องสูดหายใจเข้าลึกๆ เพื่อเรียกความกล้า ทว่าเมื่อเดินเข้ามาถึงห้องโถงใหญ่ รินทร์กลับผลักร่างของเขาลงบนโซฟาหนังแท้ราคาแพงลิบลิ่วอย่างไม่เบามือ
"โอ๊ย! ทำบ้าอะไรของคุณเนี่ย!" คินน์โวยวายลั่น พยายามจะลุกขึ้นยืน แต่รินทร์กลับทิ้งน้ำหนักตัวลงมาคร่อมทับไว้ ร่างสูงใหญ่กักขังเขาไว้ระหว่างพนักพิงโซฟาและแขนแกร่งที่ยันลงมา ใบหน้าหล่อเหลาอยู่ห่างกันเพียงแค่ลมหายใจกั้น
หัวใจของคินน์กระตุกวูบ ความอวดดีเมื่อครู่หายวับไปกับตาเมื่อต้องเผชิญหน้ากับแววตาดุดันที่ฉายแววคุกคามอย่างชัดเจน กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางผสมกับกลิ่นบุหรี่จางๆ ลอยเข้ามารบกวนประสาทสัมผัสจนสมองตื้อไปหมด
"นี่... ถอยออกไปนะ!" คินน์พยายามดันไหล่กว้างออก แต่แรงแค่นี้มีหรือจะสู้แรงของมาเฟียหนุ่มได้ รินทร์โน้มใบหน้าลงมาใกล้ขึ้น จนปลายจมูกแทบจะชนกัน แววตาคู่คมจ้องมองริมฝีปากที่ขยับเถียงเขาไม่หยุดด้วยความรู้สึกหมั่นเขี้ยวแกมเอ็นดู
"ต่อจากนี้ไป เธอต้องอยู่ที่นี่ ในฐานะ... คนรับใช้ส่วนตัวของฉัน" รินทร์เอ่ยด้วยน้ำเสียงพร่าต่ำ จงใจแกล้งให้อีกฝ่ายตกใจเล่น "งานแรก... เช็ดรองเท้าให้ฉันซะ"
คินน์เบิกตากว้างด้วยความตกใจและความโกรธที่พุ่งปรี๊ดขึ้นมาถึงสมอง "ฝันไปเถอะ! ฉันไม่ใช่คนรับใช้ของคุณนะ!"
"ถ้าไม่ทำ... ก็เตรียมตัวรับบทลงโทษจากฉันได้เลย" รินทร์กระซิบเสียงเย็นเยียบ ปลายนิ้วเรียวเอื้อมไปแตะลงบนคางมน บังคับให้เงยหน้าขึ้นมารับสายตาท้าทาย "เลือกเอา... จะเป็นคนรับใช้ที่เชื่อฟัง หรือจะให้ฉันบังคับเธอด้วยวิธีอื่น"
คินน์เม้มริมฝีปากแน่นอย่างเจ็บใจ ดวงตากลมโตวาวโรจน์ด้วยความแค้นเคือง มือบางกำหมัดแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือ ความอัปยศอดสูที่ถูกหยามเกียรติทำให้ขอบตาร้อนผ่าว แต่ทว่า... ศักดิ์ศรีที่ค้ำคออยู่ทำให้เขาไม่มีวันยอมก้มหัวให้ง่ายๆ
"คุณมันทุเรศที่สุด...!" คินร์เค้นเสียงลอดไรฟันด้วยความโกรธจัด
รินทร์หัวเราะในลำคออย่างชอบใจ ชอบเสียจริงเวลาที่อีกฝ่ายทำหน้าฮึดฮัดเหมือนแมวขู่แบบนี้ มือหนากำลังจะเอื้อมไปสัมผัสแก้มนุ่มนิ่มเพื่อสั่งสอนคนอวดดีให้หลาบจำ
ก๊อกๆๆ!
เสียงเคาะประตูดังขึ้นขัดจังหวะ ตามด้วยการเปิดเข้ามาอย่างถือวิสาสะของแม่บ้านใหญ่ที่ใบหน้าซีดเผือดด้วยความตื่นตระหนก
"นายท่านคะ... เกิดเรื่องใหญ่แล้วค่ะ!" เสียงหอบสะท้านเอ่ยรายงานด้วยความร้อนรน "ทางเข้าคฤหาสน์... ถูกคนของตระกูลศัตรูล้อมไว้หมดแล้วค่ะ!"
รินทร์ชะงัก นัยน์ตาคมกริบเปลี่ยนเป็นเย็นเยียบในเสี้ยววินาที ขณะที่คินน์หันไปมองหน้ามาเฟียหนุ่มด้วยความตกตะลึง ก่อนที่ประตูดานหลังห้องโถงจะถูกถีบพังโครมด้วยฝีเท้าของใครบางคน!
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะเวียนเข้ามาเติมเต็มความฟินในตอนนี้นะคะ
ดีลรักฉบับร้าย...นายตัวดีของมาเฟีย•ตอนที่ 2
ปากดีนัก ระวังตัวไว้
ผลงานโดย แบล็กเวลเวต
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แบล็กเวลเวต)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลรักฉบับร้าย...นายตัวดีของมาเฟีย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!