"หมอบลง!"
น้ำเสียงทุ้มต่ำแต่วิพากษ์เฉียบขาดของพศินดังขึ้นพร้อมกับแรงกระชากอันทรงพลังที่หัวไหล่ รวินทร์ถูกเหวี่ยงลงราบไปกับพื้นหินทรายเย็นเฉียบในเสี้ยววินาทีที่อากาศเหนือศีรษะพวกเขาฉีกขาดออกด้วยเสียงหวีดแหลมราวกับพายุมรกต
*ฉึบ! ฉึบ! ฉึบ!*
กลุ่มลูกศรเหล็กกล้าเคลือบสารพิษสีม่วงเข้มพุ่งแหวกความมืดจากผนังศิลาทึบ ฝังลึกเข้ากับเสาหินด้านหลังจนเกิดเสียงทึบหนักหน่วง แรงปะทะของกลไกโบราณรุนแรงเสียจนเศษหินร่วนซุยโปรยปรายลงมาราวกับหิมะมรณะ กลิ่นฉุนกึกของยางไม้พิษตระกูลสตรัยไคน์ที่ระเหยออกจากการเสียดสีลอยคละคลุ้งเข้าจมูกทันที
พศินทอดสายตาคมกริบไปยังช่องเปิดลับบนผนังฝั่งตรงข้าม กลไกนี้ไม่ได้ถูกตั้งเวลาให้ทำงานโดยอัตโนมัติจากน้ำหนักเหยียบย่าง รอยขีดข่วนสดใหม่บนเฟืองสำริดที่สะท้อนแสงไฟฉายเมื่อครู่ยืนยันสมมติฐานของเขาได้อย่างดีเยี่ยม—มีบุคคลที่สามแอบซ่อนอยู่ในความมืด และกำลังควบคุมจังหวะชีวิตของพวกเขาผ่านแป้นกลไกเบื้องหลังผนังทึบ
"ดูเหมือนว่าจะมีแขกไม่ได้รับเชิญมาร่วมคณะสำรวจของเราด้วยสินะครับ" พศินเอ่ยขึ้น เสียงของเขาเรียบสนิท ปราศจากความตื่นตระหนก แม้สถานการณ์ตรงหน้าจะแขวนอยู่บนเส้นด้ายระหว่างความเป็นกับความตายก็ตาม
รวินทร์ยันตัวลุกขึ้นด้วยความรวดเร็ว ดวงตาคู่สวยฉายแวววาววับด้วยประกายแห่งความท้าทายมากกว่าความกลัว ฝุ่นผงสีเทาเปื้อนอยู่ข้างแก้มเนียน แต่นั่นไม่ได้ลดทอนความน่าเกรงขามในฐานะนักมานุษยวิทยาผู้เจนจัดสนามเลยแม้แต่น้อย เธอมองตามทิศทางของวิถีลูกศรเมื่อครู่อย่างพิจารณา
"ไม่ใช่แค่แขกหรอกค่ะ... เอ้ย... ไม่ใช่แค่แขกหรอกครับ" รวินทร์แก้คำพูดอย่างรวดเร็วเมื่อนึกถึงบรรยากาศการทำงานร่วมกัน พลางปัดเศษหินออกจากเสื้อแจ็คเก็ตสนาม "วิถีองศาการยิงเมื่อครู่ทำมุมสามสิบหองศากับแนวระนาบ มันไม่ใช่การยิงสุ่มเพื่อขู่ขวัญ แต่เป็นการคำนวณระยะหวังผลโดยอาศัยช่องมองภาพจากห้องควบคุมลับหลังกำแพง... คนผู้นี้รู้จักโครงสร้างทางสถาปัตยกรรมของมหาวิหารแห่งนี้ดีพอๆ กับที่เราพยายามถอดรหัสเลยทีเดียว"
พศินไม่ตอบรับในทันที เขากวาดสายตาสแกนความถี่ของเสียงสะท้อนในโถงกว้าง สมองส่วนหน้าประมวลผลด้วยตรรกะอันเคร่งครัด หากอีกฝ่ายกุมความลับเรื่องกลไกทั้งหมดไว้ในมือ การเดินหน้าต่อไปตามเส้นทางหลักย่อมเท่ากับการเดินเข้าสู่ลานประหารที่ถูกออกแบบไว้ล่วงหน้า
"ทฤษฎีทางมานุษยวิทยาของคุณบอกอะไรเกี่ยวกับพฤติกรรมของ 'ผู้เฝ้ามอง' ประเภทนี้บ้างล่ะครับ รวินทร์" พศินหันมาสบตา ประกายในแววตาของชายหนุ่มเต็มไปด้วยความท้าทายเชิงปัญญา แม้ในยามที่อุณหภูมิรอบตัวกำลังลดต่ำลงจากความกดอากาศ
"ในแง่ของคติชนวิทยาและพิธีกรรมโบราณ ผู้ที่ซ่อนตัวอยู่หลังม่านมักไม่ใช่เทพเจ้าผู้ลงทัณฑ์ แต่เป็น 'ผู้รักษาความลับ' ที่สูญเสียอำนาจในการควบคุม เมื่ออารยธรรมล่มสลาย สิ่งตกค้างเดียวที่พวกเขายึดถือคือการปกป้องสมบัติไม่ให้ตกเป็นของคนนอก..." รวินทร์เว้นจังหวะเล็กน้อย ดวงตาคมกวาดมองไปที่รอยต่อของแผ่นศิลา "แต่ในแง่จิตวิทยาปัจจุบัน คนผู้นี้กำลังหวาดกลัว... เขากลัวว่าเรากำลังจะขุดคุ้ยความจริงบางอย่างที่ถูกฝังกลบไว้ใต้ซากประวัติศาสตร์ร่วมร้อยปี"
ความเงียบงันเข้าปกคลุมชั่วขณะ มีเพียงเสียงหยดน้ำจากเพดานถ้ำที่ดังสะท้อนเป็นจังหวะ ราวกับเสียงนาฬิกานับถอยหลัง
พศินขยับตัวเข้าชิดเสาหิน แสงไฟฉายคาดศีรษะส่องกระทบกับรอยสลักอักษรรูปลิ่ม (Cuneiform) บนผนังที่เพิ่งรอดพ้นจากการถูกลูกศรทำลายเมื่อครู่ นิ้วเรียวยาวสัมผัสร่องลึกที่ยังหลงเหลือคราบเขม่าดินปืนผสมยางไม้จันทน์
"คุณกำลังคิดอะไรอยู่ พศิน สายตาแบบนั้นแปลว่าคุณเจออะไรบางอย่างที่อยู่นอกเหนือจากตำราเรียนอีกแล้วสินะ" รวินทร์ขยับเข้าไปใกล้ ระยะห่างระหว่างทั้งสองลดลงจนสัมผัสได้ถึงไออุ่นจากร่างกาย ความตึงเครียดรอบตัวถูกแทนที่ด้วยแรงดึงดูดประหลาดอันเกิดจากความฉลาดที่ทันกัน
"ผมไม่ได้มองหาคำตอบจากตำราหรอกครับ รวินทร์..." พศินเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ นัยน์ตาคู่คมจดจ่ออยู่กับร่องสลัก "ผมกำลังมองหา 'ความผิดพลาด' ของผู้สร้าง"
เขากดปลายนิ้วลงน้ำหนักที่รอยสลักรูปดวงตาแห่งสุริยเทพ ทันใดนั้น กลไกเฟืองตัวใหญ่ใต้พื้นศิลาส่งเสียงคำรามต่ำๆ ราวกับสัตว์ร้ายที่กำลังตื่นจากการจำศีล แผ่นหินเบื้องหน้าพวกเขาค่อยๆ แยกตัวออกเผยให้เห็นทางลาดชันมืดสนิทที่ทอดยาวลงสู่เบื้องล่าง กลิ่นอายความอับชื้นและกลิ่นโลหะจางๆ ลอยโชยขึ้นมา
แต่ก่อนที่พวกเขาจะได้ก้าวลงไปสำรวจ แสงไฟฉายจากปลายอุโมงค์อีกด้านหนึ่งก็สาดวาบตัดความมืดเข้ามา พร้อมกับเงาร่างของใครบางคนที่ยืนขวางทางหนีเดียวของพวกเขาไว้
พศินหรี่ตาลงทันที มือขวาเลื่อนลงกุมด้ามมีดอเนกประสงค์ข้างเอวโดยอัตโนมัติ ในขณะที่รวินทร์สูดลมหายใจเข้าลึกเมื่อเห็นโครงร่างของบุคคลปริศนาที่ก้าวออกมาจากเงาดำ
"นึกว่าพวกคุณจะฉลาดกว่านี้เสียอีก... นักโบราณคดีผู้เยือกเย็น" เสียงทุ้มแหَบพร่าเอ่ยทักทายจากความมืด พร้อมกับแสงจากกระบอกไฟฉายที่ส่องตรงมายังใบหน้าของทั้งคู่ "ยินดีต้อนรับสู่จุดจบของการเดินทางครับ"
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางสำรวจปริศนานี้ไปด้วยกันนะครับ
ปริศนาศิลาโบราณกับนักโบราณคดีผู้เยືือกเย็น•ตอนที่ 17
กับดักลูกศรอาบยาพิษ
ผลงานโดย บันทึกนักโบราณคดี
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (บันทึกนักโบราณคดี)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ปริศนาศิลาโบราณกับนักโบราณคดีผู้เยືือกเย็น นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!