ปริศนาศิลาโบราณกับนักโบราณคดีผู้เยືือกเย็น•ตอนที่ 18

รอยแผลเป็นและความจริง

ผลงานโดย บันทึกนักโบราณคดี
คราบฝุ่นอิฐโบราณและกลิ่นอับชื้นของโถงใต้ดินลึกสามสิบเมตรไม่ได้ทำให้ความตึงเครียดในอากาศลดน้อยลงเลยแม้แต่น้อย "อยู่นิ่งๆ ครับ" น้ำเสียงของพศินราบเรียบและหนักแน่นเป็นเอกลักษณ์ ขณะที่ปลายนิ้วเรียวยาวในถุงมือยางพารา กำลังใช้คีมปลายตัดคีบเศษหินปูนแหลมคมออกจากปากแผลฉีกขาดบริเวณต้นแขนขวาของรวินทร์ แสงไฟจากดวงไฟคาดหัวของเขาฉายสาดส่องลงบนบาดแผลที่เลือดสีแดงเข้มซึมไหลผ่านเสื้อผ้าเนื้อบางจนเปียกชุ่ม เนื้อผ้าสีเข้มแนบติดผิวเนื้อเนียนแสดงให้เห็นถึงความรุนแรงของแรงกระแทกจากอุบัติเหตุกลไกกับดักหินร่วงเมื่อครู่ รวินทร์กัดริมฝีปากแน่นจนซีดขาว ความเจ็บปวดจากพิษแผลแล่นริ้วขึ้นมาถึงสมอง แต่แววตาคู่คมกลับไม่มีน้ำตาแม้แต่หยดเดียว หญิงสาวเลือกที่จะจ้องมองใบหน้าด้านข้างของนักโบราณคดีหนุ่มผู้เคร่งขรึมแทน เธอเห็นหยดเหงื่อที่ผุดพรายตามขมับของเขา และสันจมูกโด่งเป็นสันที่สะท้อนกับแสงไฟสีนวล ภายใต้มาดนิ่งสนิทที่ดูไร้หัวใจและยึดถือแต่ตรรกะทางวิทยาศาสตร์ พศินกำลังเคลื่อนไหวอย่างระมัดระวังที่สุดเท่าที่จะทำได้ ราวกับกลัวว่าปลายนิ้วของตนจะสร้างรอยช้ำเพิ่มบนผิวเนื้อของเธอ "คุณไม่ได้พกชุดปฐมพยาบาลสำรองมาด้วยซ้ำ... ในฐานะนักโบราณคดีภาคสนาม ผมคิดว่าคุณประมาทเกินไปนะครับ, ดร.รวินทร์" พศินเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ โดยที่สายตายังคงไม่ละไปจากบาดแผล "ฉันไม่ได้คาดคิดว่ากลไกของอารยธรรมโบราณอายุสองพันปี จะถูกตั้งโปรแกรมการทำงานด้วยระบบถ่วงน้ำหนักที่ซับซ้อนขนาดนั้น..." รวินทร์ตอบกลับเสียงแหบพร่า น้ำเสียงของเธอยังคงมีความเย่อหยิ่งและถือดีเจืออยู่เล็กน้อย แม้ลมหายใจจะเริ่มติดขัด "หรือพูดอีกอย่าง... ฉันไม่ได้คาดคิดว่าคุณจะผลักฉันหลบพ้นรัศมีของแท่งหินบดขยี้ได้ทันท่วงทีต่างหากล่ะคะ... อ๊ะ!" เธอเผลออุทานออกมาเบื้องล่างลำคอ เมื่อพศินเทน้ำยาฆ่าเชื้อราดลงบนแผลสดเพื่อล้างคราบฝุ่นดินทรายที่อาจปนเปื้อนสารพิษ พศินชะงักมือทันที ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาเงยขึ้นสบตาเธอนิ่งสนิท ระยะห่างระหว่างใบหน้าของคนทั้งสองใกล้ชิดเสียจนได้ยินเสียงลมหายใจที่ผสานกันในความมืดอับชื้นของซากโบราณสถาน "อย่าขยับตัวครับ" พศินกล่าวเตือนด้วยน้ำเสียงที่นุ่มนวลกว่าปกติเพียงเล็กน้อย แต่ทรงพลังพอที่จะทำให้หัวใจของนักมานุษยวิทยาผู้ปราดเปรื่องกระตุกวูบอย่างประหลาด ความเงียบโรยตัวลงอีกครั้ง มีเพียงเสียงหยดน้ำจากเพดานถ้ำที่ดังเป็นจังหวะสม่ำเสมอ พศินหยิบผ้าก๊อซสะอาดออกจากกระเป๋าคาดเอว บรรจงพันรอบต้นแขนของรวินทร์ด้วยความชำนาญ การเคลื่อนไหวของเขาแม่นยำ เด็ดเดี่ยว และเต็มไปด้วยสติสัมปชัญญะ ทว่าทุกสัมผัสกลับแฝงไว้ด้วยความทะนุถนอมอย่างลึกซึ้ง ซึ่งขัดแย้งโดยสิ้นเชิงกับภาพลักษณ์ของนักวิชาการสายวัตถุวิสัยผู้เย็นชาที่โลกภายนอกรู้จัก "คุณกำลังปกป้องผมจากทฤษฎีไร้สาระของคุณ... แต่ในขณะเดียวกัน คุณก็เอาตัวเข้าแลกกับความเสี่ยงเชิงกายภาพ" พศินเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบอีกครั้ง ขณะที่มือหนากำลังผูกปมผ้าพันแผลให้เรียบร้อย "ผมไม่ชอบหนี้บุญคุณใคร และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง... ผมไม่ชอบความรู้สึกที่ต้องกังวลว่าเพื่อนร่วมงานจะรอดชีวิตออกไปจากพื้นที่ขุดค้นหรือไม่" รวินทร์หัวเราะในลำคอเบาๆ แม้จะเจ็บแผล เธอยกมือซ้ายขึ้นกอดอก มองหน้าเขาด้วยแววตาท้าทายเช่นเคย "ความกังวลไม่ใช่สิ่งที่คุณควรมีในคู่มือการขุดค้นทางโบราณคดีนี่คะ, ศาสตราจารย์พศิน? หรือว่า... ภายใต้ตรรกะอันแข็งกระด้างของคุณ มันมีรอยร้าวบางอย่างที่ถูกซ่อนไว้ใต้ซากปรักหักพังของอดีตกันแน่?" คำถามนั้นทำให้ดวงตาของพศินไหววูบไปชั่วเสี้ยววินาที ภาพความทรงจำสีเลือดในหลุมขุดค้นที่แอมะซอนเมื่อหี่ปีก่อนผุดขึ้นมาในห้วงความคิด อาจารย์ผู้ล่วงลับเคยพูดประโยคทำทำนองนี้ก่อนที่แผ่นดินจะถล่มลงมาทับร่าง แต่พศินก็กดความรู้สึกเหล่านั้นให้จมดิ่งลงไปในก้นบึ้งของจิตใจอย่างรวดเร็ว เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง จัดเสื้อผ้าให้เข้าที่ ปรับสีหน้าให้กลับมาเรียบเฉยไร้ระลอกคลื่นดังเดิม "หมดเวลาสำหรับการวิเคราะห์ทางจิตวิทยาแล้วครับ เรามีงานต้องทำต่อ" พศินหันหลังให้เธอ ก้มลงหยิบไฟฉายแรงสูงส่องสำรวจผนังถ้ำด้านตรงข้าม "รอยแผลเป็นบนแขนของคุณเป็นหลักฐานประจักษ์ว่าที่นี่ไม่ใช่แค่ซากเมืองร้างธรรมดา แต่มีใครบางคนจงใจปรับแต่งกลไกนี้ขึ้นมาใหม่เมื่อไม่นานมานี้" รวินทร์กัดฟันลุกขึ้นยืนตาม แม้ความเจ็บปวดจะยังคงแล่นแปลบ เธอเดินเข้าไปยืนเคียงข้างเขา สายตากวาดมองตามลำแสงไฟฉายที่พศินสาดส่องไปบนผนังศิลาแลงโบราณ ตรงหน้าพวกเขาไม่ใช่ภาพสลักอารยธรรมโบราณทั่วไป แต่เป็นรอยขูดขีดสมัยใหม่ที่ใช้เครื่องมือโลหะเจาะสลักทับลงไปบนลวดลายศักดิ์สิทธิ์เดิม รอยแผลเป็นบนผนังหินบอกเล่าเรื่องราวการถูกทำลายล้างและการดัดแปลงโดยฝีมือมนุษย์ยุคปัจจุบัน ไม่ใช่กาลเวลา "ดูนี่สิครับ..." พศินย่อตัวลง ใช้ปลายนิ้วสวมถุงมือแตะเบาๆ ที่ร่องรอยการเจาะสลักสดๆ บนพื้นหิน "ไม่ใช่แค่ร่องรอยการขุดค้นทางโบราณคดี... แต่มีร่องรอยของการขนย้ายวัตถุขนาดใหญ่เพิ่งเกิดขึ้นในรอบเจ็ดสัปดาห์ที่ผ่านมานี้เอง" รวินทร์โน้มตัวลงมองตาม ทันใดนั้น สายตาของเธอก็สะดุดเข้ากับวัตถุชิ้นเล็กๆ ที่ตกอยู่ซอกมุมอับชื้นใต้ฐานศิลา มันเป็นเศษกระดาษสีขาวที่เปื้อนคราบน้ำมันเครื่อง และมีรอยหมึกปากกาเคมีเขียนตัวเลขชุดหนึ่งเอา1ไว้อย่างรีบเร่ง เธอยื่นมือไปหยิบมันขึ้นมาอย่างระมัดระวัง พลางพลิกดูด้านหลังที่มีตราสัญลักษณ์องค์กรเอกชนคุ้นตา ซึ่งเป็นบริษัทเดียวกับที่ให้ทุนสนับสนุนทีมสำรวจของพวกเขานั่นเอง บรรยากาศในโถงใต้ดินเย็นยะเยือกขึ้นทันตาเห็น ความจริงที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้หน้ากากของโครงการวิจัยทางวิชาการกำลังปริแตกออกทีละน้อย และก่อนที่ใครจะทันได้เอ่ยคำพูดใดออกมา ความเงียบสงบอันเปราะบางก็ถูกทำลายลงด้วยเสียงฝีเท้าหนักแน่นจำนวนหลายคู่ที่กำลังก้าวเดินเข้ามาจากอุโมงค์มืดเบื้องล่าง พร้อมกับแสงไฟฉายวับแวมที่สาดส่องใกล้เข้ามาทุกที ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางสำรวจปริศนานี้ไปด้วยกันนะครับ
สารจากนักเขียน (บันทึกนักโบราณคดี)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ปริศนาศิลาโบราณกับนักโบราณคดีผู้เยືือกเย็น นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%