คมเหล็กเย็นเฉียบวาดผ่านอากาศเฉียดลำคอของผมไปเพียงมิลลิเมตร กลิ่นคาวโลหะปนกับกลิ่นน้ำหอมราคาแพงจางๆ ลอยแตะจมูก ผมไม่รอช้าที่จะทิ้งตัวลงกับพื้นพรมหนานุ่ม กลิ้งตัวหลบเข้าหลังโซฟาตัวเขื่องในห้องโถงที่มืดมิด เสียงฝีเท้าหนักแน่นของชายคนนั้นย่ำลงบนพื้นไม้ราวกับเสียงเคาะระฆังแห่งความตาย
“แกไม่มีวันหนีพ้นหรอก อลิน... ความจริงที่แกพยายามขุดคุ้ย มันมีราคาที่ต้องจ่ายแพงกว่าชีวิตที่แกมีอยู่” เสียงของมันแหบพร่าและเย็นชา ผมกัดฟันแน่น พยายามควบคุมลมหายใจไม่ให้สั่นไหว จังหวะหัวใจที่เต้นรัวอยู่ในอกราวกับจะระเบิดออก หากวันนี้ผมพลาดเพียงก้าวเดียว อดีตที่หายไปคงจะกลายเป็นความลับที่ฝังอยู่ใต้หลุมศพผมตลอดกาล
ในจังหวะที่มันก้าวเข้ามาใกล้ ผมฉวยโอกาสคว้าแจกันเซรามิกที่วางอยู่บนโต๊ะข้างโซฟาขว้างไปทิศตรงข้าม เสียงแตกกระจายดังก้องไปทั่วห้อง ชายคนนั้นชะงักและหันไปตามเสียง ผมรีบอาศัยจังหวะนี้พุ่งตัวออกจากที่ซ่อน ตรงไปยังประตูบานเฟี้ยมที่แง้มอยู่เล็กน้อย ซึ่งเป็นทางเชื่อมต่อไปยังห้องทำงานส่วนตัวของชายผู้ทรงอิทธิพลที่กำลังตกเป็นเป้าหมายของการสืบสวนครั้งนี้
เมื่อรอดพ้นจากเงื้อมมือมาได้ ผมรีบทรุดตัวลงแอบหลังตู้หนังสือขนาดมหึมาภายในห้องทำงาน เสียงสนทนาที่ลอดออกมาจากหลังบานประตูไม้แกะสลักทำเอาผมต้องกลั้นใจฟังอย่างละเอียด
“บัญชีรายชื่อของบริษัทเชลล์คอมพานีในต่างแดนพร้อมแล้วใช่ไหม?” เสียงของผู้ชายอีกคนหนึ่ง—น้ำเสียงที่ผมคุ้นเคยดี มันคือเสียงของคนที่ผมเคยไว้วางใจที่สุด… รณภพ!
“เรียบร้อยครับนาย ข้อมูลการโอนเงินผ่านระบบดิจิทัลถูกซ่อนไว้ในไฟล์ลับที่เข้าถึงได้เฉพาะรหัสที่กำหนด การฟอกเงินรอบนี้จะถูกอำพรางผ่านโปรเจกต์อสังหาริมทรัพย์ที่ครอบครัวของอลินเคยถือครอง ไม่มีใครตามรอยได้แน่นอน”
โลกของผมดูเหมือนจะหยุดหมุนไปชั่วขณะ รณภพ... ทนายความที่ผมเชื่อใจมาตลอด เป็นคนคนเดียวกับที่ช่วยผมสืบหาความทรงจำที่หายไป แต่เขากลับเป็นกุญแจสำคัญในแผนการสกปรกนี้เสียเอง ความโกรธแค้นและความเจ็บปวดถาโถมเข้ามาในหัวใจราวกับพายุที่บ้าคลั่ง
ผมหยิบเครื่องบันทึกเสียงขนาดจิ๋วที่เตรียมไว้ขึ้นมา มือสั่นเทาพยายามกดบันทึกให้เงียบที่สุด “ทำไมต้องเป็นที่ดินมรดกของอลิน?” เสียงรณภพถามต่อด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย “เพราะมันเป็นจุดตายที่สมบูรณ์แบบครับนาย ยิ่งมันเริ่มสงสัยเรื่องพ่อแม่ของมันมากเท่าไหร่ มันก็ยิ่งเดินเข้าใกล้กับดักที่เราวางไว้มากเท่านั้น ตราบใดที่ตระกูลมันยังเหลือหลักฐานชิ้นนั้นไว้ เราก็แค่ล่อให้มันเอาออกมา แล้วเราก็จัดการปิดปากมันเสีย ทุกอย่างก็จะจบลงอย่างสวยงาม”
ผมกัดริมฝีปากจนเลือดซึม ข้อมูลในเครื่องบันทึกเสียงตอนนี้มีค่ามากกว่าชีวิตของผมเสียอีก แผนการฟอกเงินระดับประเทศที่อาศัยปมด้อยของผมเป็นเครื่องมือ นี่ไม่ใช่แค่การทุจริต แต่มันคือการทำลายชีวิตผมอย่างจงใจ
ในขณะที่ผมกำลังจะขยับตัวเพื่อหาทางออก เสียงฝีเท้าที่คุ้นเคยก็หยุดลงที่หน้าประตูห้องทำงาน เสียงบิดลูกบิดประตูค่อยๆ ดังขึ้นอย่างช้าๆ ร่างของรณภพก้าวเข้ามาในความมืด เขาเดินตรงมายังตู้หนังสือที่ผมซ่อนอยู่ราวกับเขารู้อยู่แล้วว่าผมอยู่ที่นี่ สายตาของเขามองผ่านความมืดมาที่มุมที่ผมหลบซ่อนอยู่ แม้จะมองเห็นไม่ชัด แต่รอยยิ้มที่มุมปากของเขาทำให้ผมรู้ทันทีว่าผมไม่ได้กำลังหลบซ่อน แต่มันคือการเดินเข้าไปในกรงขังที่เขาสร้างไว้ต่างหาก
“คุณคิดจริงๆ เหรอครับอลิน ว่าการแอบฟังแค่นี้จะช่วยให้คุณชนะเกมนี้ได้?” รณภพเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไร้ซึ่งความสงสาร แต่แฝงไปด้วยความรู้สึกเย้ยหยัน “คุณไม่ได้มาที่นี่คนเดียวตั้งนานแล้ว... เพราะคนของคุณที่ผมส่งไปเฝ้าข้างนอกนั่น ป่านนี้คงไม่ได้สติแล้วล่ะ”
ผมก้าวออกมาจากหลังตู้หนังสือ เผชิญหน้ากับคนที่ผมเคยเรียกเขาว่า 'เพื่อน' เขาถือปืนพกกระบอกเล็กไว้ในมือข้างที่ไขว้หลังอยู่ สายตาของเขาเปลี่ยนไป มันไม่ได้เย็นชาเหมือนทนายความคนเดิม แต่แฝงไปด้วยความอำมหิตที่ซ่อนอยู่ในเงามืดของรอยจำ
"ที่ดินมรดกนั่น... นายต้องการมันไปทำไมกันแน่ รณภพ?" ผมถามพลางขยับมือไปที่เครื่องบันทึกเสียงในกระเป๋า
เขาก้าวเข้ามาใกล้จนปลายกระบอกปืนจ่อเข้าที่หน้าอกของผม ก่อนจะกระซิบเบาๆ ด้วยถ้อยคำที่ทำให้ทุกอย่างในหัวใจของผมพังทลายลงในพริบตา "คุณไม่ได้อยากรู้หรอกว่าที่ดินนั่นมีอะไร... เพราะสิ่งที่คุณกำลังพยายามปกป้องอยู่น่ะ อลิน... มันคือสิ่งที่ฆ่าพ่อแม่ของคุณด้วยมือของมันเอง"
ขอบพระคุณทุกท่านที่ติดตามร่วมเดินทางไปกับผมในบทที่เข้มข้นนี้ครับ ฟีนิกซ์สีทอง
เงามายาในรอยจำ•ตอนที่ 41
การลอบฟัง
ผลงานโดย ฟีนิกซ์สีทอง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ฟีนิกซ์สีทอง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงามายาในรอยจำ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!