เงามายาในรอยจำ•ตอนที่ 42

หลักฐานผูกมัด

ผลงานโดย ฟีนิกซ์สีทอง
"คุณโกหก... มันไม่มีทางเป็นแบบนั้นไปได้" เสียงของผมสั่นพร่าขณะถอยหลังกรูดไปติดกับผนังห้องเย็นเยียบ ความหนาวเหน็บจากปลายกระบอกปืนยังคงประทับรอยจางๆ ไว้ที่หน้าอก แต่สิ่งที่น่าสะพรึงกลัวกว่ากลับเป็นประโยคเมื่อครู่ของรณภพ มันเสียดแทงลึกลงไปในรอยจำที่ผมพยายามปะติดปะต่อมาตลอดชีวิต รณภพลดปืนลงช้าๆ นัยน์ตาคู่นั้น—ที่ผมเคยเชื่อใจว่าเป็นดั่งเข็มทิศ—บัดนี้กลับเต็มไปด้วยความสมเพชและร่องรอยของความเจ็บปวดที่ปิดไม่มิด "อยากรู้นักไม่ใช่เหรอว่าทำไมพ่อแม่คุณถึงตาย? อยากรู้นักใช่ไหมว่าทำไมที่ดินผืนนั้นถึงถูกตอกเสาเข็มปิดตายด้วยปูนหนาๆ ตลอดสองทศวรรษ?" เขาก้าวเข้ามาใกล้จนผมสัมผัสได้ถึงกลิ่นบุหรี่จางๆ และความกดดันที่แผ่ออกมาจากตัวเขา "สิ่งที่อยู่ใต้ผืนดินนั้นไม่ใช่สมบัติ แต่มันคือหลุมศพ... หลุมศพที่ 'สิ่งที่คุณปกป้อง' เป็นคนขุดขึ้นมาเพื่อกลบฝังความจริงที่กำลังจะทำลายชีวิตคุณ อลิน" ผมไม่รอให้เขาพูดจบ ผมอาศัยจังหวะที่เขาชะงักไปเล็กน้อย พลิกตัวผลักบานประตูห้องทำงานลับของเขาที่แง้มไว้เพียงครึ่งเดียวออกแล้วพุ่งตัวเข้าไปท่ามกลางความมืดมิดภายใน หัวใจของผมเต้นระรัวราวกับจะหลุดออกมานอกอก ผมควานหาแผงวงจรไฟข้างประตู มือที่สั่นเทาของผมกดสวิตช์ แสงไฟสลัวสีส้มสาดส่องลงบนโต๊ะไม้สักตัวใหญ่เบื้องหน้า บนนั้นไม่มีอะไรนอกจากความว่างเปล่า... จนกระทั่งผมเห็นสันแฟ้มสีน้ำเงินที่ถูกยัดไว้ใต้ลิ้นชักที่ล็อกไม่สนิท ผมฉุดกระชากมันออกมา ลมหายใจขาดห้วงเมื่อเปิดหน้าแรกออก สิ่งที่ปรากฏไม่ใช่เพียงตัวเลขทางบัญชี แต่มันคือรายชื่อ... รายชื่อของบุคคลระดับสูงที่เกี่ยวพันกับอุบัติเหตุของพ่อแม่ผม พร้อมกับเอกสารที่ดินที่เป็นฉโนดร่วม ซึ่งชื่อผู้ถือครองกรรมสิทธิ์ร่วมคนสุดท้ายที่เซ็นกำกับไว้ไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็นชื่อของ 'คนรัก' ที่ผมเพิ่งจะหันหลังให้มาหมาดๆ มือผมสั่นเทาขณะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาถ่ายหน้ากระดาษเหล่านั้น เสียงฝีเท้าหนักๆ ของรณภพดังขึ้นที่หน้าประตู "อลิน... ออกมาเถอะ" น้ำเสียงของเขาเปลี่ยนไป มันไม่ได้มีไอสังหารเหมือนเมื่อครู่ แต่กลับกลายเป็นความอ่อนโยนที่ชวนขนลุก "ถ้าคุณเห็นมันแล้ว คุณจะไม่มีทางเดินถอยหลังกลับไปเป็นคนเดิมได้อีกเลย คุณกำลังจะก้าวเข้าสู่สนามรบที่คุณไม่มีทางชนะ" ผมสูดลมหายใจเข้าลึกจนเจ็บปวดไปถึงปอด ผมยัดแฟ้มลงในกระเป๋าเป้ใบเก่งอย่างรวดเร็ว ก่อนจะกวาดสายตามองหาทางหนีทางหน้าต่างบานเกล็ดที่พอจะลอดออกไปได้ ผมไม่ได้มาเพื่อฟังคำเตือน ผมมาเพื่อความจริง และตอนนี้ความจริงนั่นก็อยู่ในมือผมแล้ว "ผมไม่สนหรอกว่ามันคือสนามรบอะไร" ผมตะโกนตอบผ่านบานประตู น้ำตาที่กลั้นไว้เริ่มเอ่อล้น "แต่ถ้าคนที่ผมรักคือคนที่ทำลายชีวิตผม... ผมนี่แหละที่จะเป็นคนฉีกหน้ากากของเขาด้วยมือของผมเอง!" เสียงเคาะประตูดังขึ้นเป็นจังหวะหนักๆ ราวกับจะพังทลายสติสัมปชัญญะของผมลง แต่ในวินาทีที่ผมเตรียมจะปีนออกไปสู่ความมืดด้านนอก เสียงโทรศัพท์ในกระเป๋าก็สั่นครืดขึ้นมา หน้าจอแสดงข้อความจากเบอร์แปลกหน้าที่ผมจำได้ดีว่าเป็นเบอร์ที่เคยส่งรูปถ่ายเหตุการณ์ในอดีตมาให้ผมตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา ข้อความนั้นสั้นแต่ทรงพลังจนผมต้องชะงักค้าง: *"สิ่งที่อยู่ในแฟ้มนั้นเป็นของปลอม... เอกสารจริงถูกซ่อนไว้ในที่ที่คุณคาดไม่ถึง และคนที่กำลังยืนอยู่หน้าประตูห้องคุณตอนนี้ ไม่ใช่คนที่คุณควรระแวงที่สุด แต่เป็นคนเดียวที่คุณควรฆ่าทิ้งเพื่อรอดชีวิต"* ผมหันไปมองลูกบิดประตูที่เริ่มบิดหมุนอย่างเชื่องช้า ความเงียบงันในห้องทำงานกลับมาเยือนอีกครั้ง แสงจากหน้าจอโทรศัพท์ส่องกระทบใบหน้าของผมในกระจกเงาด้านข้าง... แต่ทว่า สิ่งที่ผมเห็นในกระจกกลับไม่ใช่เพียงแค่ภาพสะท้อนของผมเอง หลังบานหน้าต่างที่ผมกำลังจะปีนออกไป มีใครบางคนกำลังยืนมองผมอยู่จากด้านนอกท่ามกลางความมืดมิด พร้อมกับรอยยิ้มที่ทำให้เลือดในกายผมเย็นเฉียบจนแข็งค้าง ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและไขปริศนาไปพร้อมกับอลินในตอนนี้นะครับ ฟีนิกซ์สีทองครับ
สารจากนักเขียน (ฟีนิกซ์สีทอง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงามายาในรอยจำ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%