"ส่งมันคืนมาเสียเถอะครับคุณอลิน... ของที่ไม่ได้เป็นของคุณมาตั้งแต่ต้น อย่าฝืนเก็บมันไว้ให้เป็นภาระกับชีวิตเลย"
เสียงทุ้มต่ำราวกับเสียงบดขยี้ของเศษแก้วดังขึ้นจากเงามืดด้านหลังชั้นหนังสือเก่าแก่ในหอจดหมายเหตุ อลินสะดุ้งสุดตัว มือของเธอสั่นเทาจนเกือบจะทำไดอารี่ปกหนังสีซีดในมือหล่นพื้น ความเย็นเฉียบจากอากาศยามวิกาลของห้องสมุดดูจะจืดจางไปทันที เมื่อสัมผัสได้ถึงไอสังหารที่แผ่ออกมาจากชายในชุดโค้ทสีดำสนิทคนนั้น
อลินก้าวถอยหลังจนแผ่นหลังปะทะกับขอบโต๊ะไม้โอ๊กเก่าคร่ำ กลิ่นยาสูบจางๆ ผสมกับกลิ่นอายดินชื้นพุ่งเข้าปะทะจมูก เธอพยายามบังคับลมหายใจให้เป็นปกติ แม้หัวใจจะเต้นรัวราวกับกลองรบ
"คุณเป็นใคร" เธอเค้นเสียงถาม แม้ความกลัวจะเกาะกุมไปทั่วร่าง แต่สัญชาตญาณของนักเขียนที่สั่งสมความช่างสังเกตมาตลอดชีวิตบอกให้เธอจดจำรายละเอียดของผู้ชายตรงหน้าเอาไว้ ดวงตาคมกริบภายใต้หมวกปีกกว้างนั้นดูราวกับเหยี่ยวที่กำลังจ้องเหยื่อ
ชายลึกลับก้าวออกมาจากเงามืด แสงจันทร์ที่ลอดผ่านหน้าต่างทรงสูงเผยให้เห็นใบหน้าซีกหนึ่งที่มีรอยแผลเป็นลากยาวตั้งแต่หางคิ้วลงมาถึงกราม "นามสกุลของคุณถูกจารึกไว้ในที่ที่อันตรายกว่าที่คุณคิด ไดอารี่เล่มนั้นไม่ใช่บันทึกความทรงจำ แต่มันคือตราประทับของคำสาป ถ้าคุณยังอยากมีชีวิตอยู่เพื่อเขียนเรื่องราวของตัวเองต่อไป จงวางมันลงบนโต๊ะ แล้วเดินออกไปจากห้องนี้... อย่าหันหลังกลับมา"
"ฉันไม่เข้าใจ" อลินขยับมือกระชับไดอารี่ไว้แน่น "ทำไมทุกคนถึงจ้องจะแย่งชิงสมุดเล่มนี้ ทั้งคุณ ทั้งรณภพ... พวกคุณซ่อนอะไรไว้กันแน่"
ชายผู้นั้นหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เป็นเสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความขบขัน "ทนายความผู้น่าสงสารคนนั้นน่ะหรือครับ? เขาไม่ได้ปกป้องคุณหรอก อลิน เขาแค่กำลังปกป้องความลับที่เขามีส่วนร่วมในการสร้างมันขึ้นมา... คุณถูกหลอกให้เดินเข้าสู่กรงขังโดยมีรอยยิ้มหวานหูเป็นเครื่องล่อใจ"
คำพูดนั้นแทงใจดำอลินอย่างจัง ภาพรอยยิ้มที่อบอุ่นของรณภพผุดขึ้นมาในหัว แต่ในขณะเดียวกัน ความเยือกเย็นในแววตาของเขาที่เธอเคยสงสัยก็ย้อนกลับมาหลอกหลอน อลินกัดริมฝีปากแน่น "คุณโกหก"
"งั้นหรือครับ?" ชายปริศนาขยับก้าวเข้าหาเธออย่างเชื่องช้า แรงกดดันมหาศาลทำให้บรรยากาศรอบตัวอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก "งั้นลองเปิดหน้าสุดท้ายดูสิครับ หน้าที่ถูกฉีกออกไปนั่นน่ะ... คุณจะพบว่าลายมือที่เขียนคำเตือนเอาไว้ ไม่ใช่ลายมือของแม่คุณ แต่เป็นลายมือของคนที่กำลังยืนอยู่ข้างกายคุณในตอนนี้"
มือของอลินสั่นระริก เธอลังเลที่จะเปิดสมุด แต่ความสงสัยที่อัดแน่นมานานทำให้อดไม่ได้ที่จะพลิกไปยังหน้าสุดท้ายที่เขากล่าวถึง รอยฉีกขาดของกระดาษปรากฏชัดเจน และเมื่อแสงจันทร์ส่องกระทบ อลินต้องเบิกตากว้าง
รอยหมึกสีน้ำเงินเข้มที่ดูคุ้นตาอย่างประหลาดเขียนทับลงบนเนื้อกระดาษด้วยลายเส้นที่เธอมักเห็นอยู่ในเอกสารทางกฎหมายของรณภพอยู่เสมอ
*‘อย่าเชื่อใจใคร แม้แต่เงาของตัวเอง’*
ลมหายใจของอลินขาดห้วง ความมืดมนที่เธอเคยพยายามหนีห่างกลับกลายเป็นสิ่งที่โอบล้อมเธอไว้จากทุกทิศทาง ในวินาทีที่เธอเงยหน้าขึ้นเพื่อจะถามหาความจริง ชายลึกลับก็คว้าหมับเข้าที่ข้อมือของเธอ แรงบีบมหาศาลทำให้ไดอารี่ร่วงหล่นลงบนพื้นเสียงดังสนั่น
"ถึงเวลาต้องเลือกระหว่างความจริงที่เจ็บปวด กับชีวิตที่ว่างเปล่าแล้วครับคุณอลิน"
ทว่า ก่อนที่เขาจะได้ฉกฉวยของสำคัญไป เสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนก็ดังขึ้นที่หน้าประตูหอจดหมายเหตุ พร้อมกับเสียงปลดล็อกปืนพกที่ดังก้องไปทั่วห้อง อลินหันไปมองตามเสียงนั้นและต้องตกตะลึงจนไร้ถ้อยคำ ร่างสูงโปร่งที่ยืนตระหง่านอยู่ตรงประตูท่ามกลางความมืดมิดคือรณภพ แต่แววตาที่เขาใช้มองมาที่เธอนั้น... ไม่ใช่แววตาที่เธอรู้จักอีกต่อไป
"ถอยห่างจากเธอเสีย" รณภพเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่เย็นชาจนน่าสะพรึงกลัว ในมือของเขาไม่ได้ถือเอกสารสำคัญเหมือนทุกครั้ง แต่เป็นปืนกระบอกดำที่เล็งตรงมายังชายลึกลับอย่างแม่นยำ "เพราะถ้าแกแตะต้องเธออีกเพียงนิดเดียว... กระสุนนัดนี้จะไม่ใช่แค่คำขู่ แต่มันจะเป็นตั๋วใบสุดท้ายที่จะส่งแกไปลงนรกแทนที่แม่ของอลินเมื่อยี่สิบปีก่อน"
รอยยิ้มเหยียดปรากฏขึ้นบนใบหน้าของชายลึกลับ ขณะที่อลินยืนตัวแข็งทื่ออยู่กึ่งกลางระหว่างชายสองคนที่ต่างกุมความลับของชีวิตเธอเอาไว้ โดยที่เธอไม่รู้เลยว่า... ใครกันแน่ที่เป็นผู้ล่า และใครกันแน่ที่เป็นเหยื่อในเกมอำมหิตนี้
ฟีนิกซ์สีทองขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านห้วงความทรงจำอันมืดมิดนี้ไปด้วยกันนะครับ
เงามายาในรอยจำ•ตอนที่ 13
การปะทะครั้งแรก
ผลงานโดย ฟีนิกซ์สีทอง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ฟีนิกซ์สีทอง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงามายาในรอยจำ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!