"คุณโกหกผม... ไม่สิ คุณกำลังโกหกตัวเองด้วยซ้ำ รณภพ"
อลินวางแก้วไวน์ราคาแพงลงบนโต๊ะไม้โอ๊ค เสียงกระทบของแก้วคริสตัลดังสะท้อนก้องในห้องทำงานที่เงียบสงัดราวกับสุสาน เธอจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่คมของชายหนุ่มตรงหน้า สายตาของเธอไม่ได้เต็มไปด้วยความโกรธเกรี้ยว แต่มันคือความว่างเปล่าที่แฝงไปด้วยความเหนื่อยล้าจากการถูกปั่นหัวมานานนับเดือน
รณภพขยับตัวเล็กน้อย เขาไม่ได้หลบสายตา แต่ทว่ามือข้างที่วางอยู่บนตักกลับกำแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน ทนายหนุ่มผู้สุขุมนุ่มลึกบัดนี้ดูราวกับกำแพงที่ถูกกัดเซาะจนใกล้พังทลาย เขาถอดแว่นสายตาออกแล้ววางลงบนเอกสารกองโตที่เกี่ยวข้องกับคดีที่ดินมรดกของตระกูลอลิน
"ถ้าความจริงมันจะทำลายสิ่งที่คุณเชื่อมั่นมาตลอดชีวิต คุณยังจะอยากฟังมันอยู่ไหมครับ อลิน?" เสียงของเขาทุ้มต่ำและสั่นพร่าเล็กน้อย
"ดีกว่าการถูกจูงจมูกด้วยความทรงจำปลอมๆ ที่คุณสร้างขึ้นมา" เธอสวนกลับทันควัน
รณภพถอนหายใจยาว แววตาของเขาสะท้อนภาพผู้หญิงคนหนึ่งที่เขารักและเกลียดในเวลาเดียวกัน เขาหยิบซองจดหมายสีน้ำตาลเก่าคร่ำคร่าออกมาจากลิ้นชักชั้นในสุด มันไม่ใช่เอกสารทางกฎหมาย แต่เป็นรูปถ่ายใบหนึ่งที่ขอบกระดาษเปลี่ยนเป็นสีเหลืองกรอบ
"พ่อของคุณไม่ได้ประสบอุบัติเหตุ... และเขาก็ไม่ได้ทิ้งคุณไว้ที่สถานสงเคราะห์เพราะความยากจน" เขาวางรูปถ่ายลงบนโต๊ะ ภาพชายวัยกลางคนยืนคู่กับหญิงสาวในชุดสีขาวที่ใบหน้าถูกกรีดจนขาดวิ่น
อลินชะงัก ลมหายใจของเธอติดขัดเหมือนมีใครมาบีบที่ลำคอ "คุณหมายความว่ายังไง"
"พ่อของคุณกำลังหนี... หนีจากคนในตระกูลของคุณเอง" รณภพเอนหลังพิงเก้าอี้ ดวงตาเขามืดมิดเหมือนก้นบึ้งของมหาสมุทร "และผม... คือคนที่ถูกจ้างให้ตามหาเขาในวันนั้น ผมคือคนที่ปิดล้อมเส้นทางหนีของเขา จนทำให้เขาไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องทิ้งคุณไว้ เพื่อให้คุณรอดชีวิต"
ความเงียบเข้าปกคลุมห้องทำงาน บรรยากาศดูบีบคั้นจนแทบหายใจไม่ออก อลินรู้สึกเหมือนพื้นดินใต้เท้ากำลังสั่นไหว ความทรงจำที่เป็นเหมือนหมอกควันเริ่มก่อตัวเป็นภาพที่ชัดเจนขึ้น ภาพของชายคนหนึ่งที่ร้องไห้ขณะที่ส่งเธอให้ใครบางคน ภาพของกลิ่นน้ำมันเครื่องและเสียงกรีดร้องที่เธอพยายามลืมมาตลอดชีวิต
"คุณพูดว่าคุณถูกจ้าง..." อลินพยายามเค้นเสียง "ใครจ้างคุณ รณภพ? ใครเป็นคนสั่งให้คุณทำลายครอบครัวของฉัน?"
รณภพหัวเราะออกมาเบาๆ แต่มันเป็นเสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความรื่นรมย์ เขาเอื้อมมือไปเปิดลิ้นชักอีกครั้ง คราวนี้เขาดึงไฟล์เอกสารลับที่ประทับตราครั่งสีแดงฉาน ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ที่อลินจำได้ดีจากฝันร้ายในวัยเด็ก
"คนที่คุณรักมากที่สุด... คนที่คุณคิดว่าเขาคือฮีโร่ที่คอยปกป้องคุณมาตลอดในสถานสงเคราะห์คนนั้น" รณภพเงยหน้าขึ้น สายตาของเขาเปลี่ยนไปเป็นความเด็ดเดี่ยวที่น่ากลัว "เขาไม่ใช่ผู้มีพระคุณอย่างที่คุณคิด เขาคือผู้อยู่เบื้องหลังการฆาตกรรมครั้งนั้นทั้งหมด"
ก่อนที่อลินจะทันได้เอ่ยถามคำถามใดๆ เสียงเคาะประตูจังหวะหนักๆ ก็ดังขึ้นสามครั้ง ประตูไม้บานใหญ่ถูกผลักเปิดออกโดยไม่มีการอนุญาต ร่างของชายวัยกลางคนที่สวมชุดสูทเนี้ยบกริบก้าวเข้ามาในห้อง พร้อมกับชายฉกรรจ์ในชุดดำอีกสองคน
"คุยกันไปถึงไหนแล้วล่ะครับ อลิน... หลานรัก?" ชายคนนั้นเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลทว่าเยือกเย็นราวกับน้ำแข็ง
รณภพลุกขึ้นยืนทันที มือของเขาเลื่อนไปแตะที่กระเป๋าเสื้อสูทอย่างมีพิรุธ ส่วนอลินยืนนิ่งสนิท ดวงตาเบิกกว้างเมื่อตระหนักได้ว่าพันธมิตรเพียงคนเดียวที่เธอเหลืออยู่ กำลังถูกล้อมด้วยคนที่เธอไว้ใจมาตลอดทั้งชีวิต
"คุณปู่..." อลินกระซิบ เสียงของเธอสั่นสะท้าน "คุณมาที่นี่ทำไม?"
ชายชราเดินเข้ามาใกล้จนถึงโต๊ะทำงาน เขาก้มลงหยิบรูปถ่ายใบนั้นขึ้นมาแล้วฉีกมันทิ้งอย่างใจเย็นก่อนจะหันไปทางรณภพ "ฉันบอกเธอแล้วใช่ไหมว่าอย่าทำในสิ่งที่มันเกินหน้าที่ของทนายความ"
เขาหันกลับมาหาอลิน รอยยิ้มที่ปรากฏบนใบหน้าเขานั้นช่างดูเมตตา แต่มันกลับทำให้เธอมองเห็นรอยเลือดที่ซ่อนอยู่ในเงามืดเบื้องหลังนั้นได้ชัดเจนกว่าครั้งไหนๆ
ฟีนิกซ์สีทองหวังว่าการเดินทางในบทนี้จะทำให้ทุกท่านลุ้นระทึกไปพร้อมกับอลินนะครับ ขอบพระคุณที่ร่วมติดตามอย่างเหนียวแน่นเสมอมาครับ
เงามายาในรอยจำ•ตอนที่ 14
พันธมิตรที่ไม่คาดคิด
ผลงานโดย ฟีนิกซ์สีทอง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ฟีนิกซ์สีทอง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงามายาในรอยจำ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!