“คุณกำลังโกหกผม อลิน”
รณภพวางปากกาด้ามหรูลงบนโต๊ะไม้โอ๊กเสียงดัง *กึก* แรงสั่นสะเทือนนั้นคล้ายจะส่งผ่านไปถึงหัวใจที่เต้นรัวอยู่ในอกของหญิงสาวตรงหน้า เขาเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นจ้องมองเธอราวกับจะทะลวงเข้าไปถึงความทรงจำที่แตกสลาย
อลินกำชายกระโปรงแน่นจนข้อนิ้วขาวซีด เธอนั่งตัวตรง แผ่นหลังที่พิงพนักเก้าอี้กลับเกร็งค้างราวกับกลัวว่าหากปล่อยตัวตามสบาย ความลับที่ซ่อนอยู่ในก้นบึ้งของจิตใต้สำนึกจะไหลทะลักออกมา เธอหลบสายตาไปทางหน้าต่างบานใหญ่ที่มืดมิด มีเพียงแสงไฟจากตึกระฟ้าภายนอกที่ส่องสะท้อนใบหน้าของเธอให้ดูซีดเซียว
“ความทรงจำมันไม่ได้หายไปไหนหรอกครับ มันแค่รอเวลาที่เหมาะสม... หรือรอให้ใครบางคนพร้อมที่จะเผชิญหน้ากับมัน” รณภพพูดต่อ น้ำเสียงของเขาเรียบเรื่อย ทว่าแฝงไปด้วยความกดดันที่ทำให้อลินแทบหายใจไม่ออก
“ฉันบอกแล้วไงคะ... เอ้อ... ผมบอกแล้วไง ว่าผมจำอะไรไม่ได้จริงๆ” อลินพยายามคุมเสียงไม่ให้สั่น “ที่ฉันฝันเห็น มันก็แค่ภาพหลอนจากการทำงานหนักเกินไป เรื่องฆาตกรรมอะไรนั่นมันเป็นแค่จินตนาการของนักเขียน มันไม่ใช่เรื่องจริง”
รณภพลุกขึ้นยืนช้าๆ เขาเดินอ้อมโต๊ะมาหยุดอยู่ข้างเก้าอี้ของเธอ กลิ่นน้ำหอมจางๆ ผสมกับกลิ่นกระดาษเก่าในห้องทำงานทำให้บรรยากาศดูอึดอัดจนน่าอึดอัด “จินตนาการงั้นหรือ? แล้วรอยช้ำที่ข้อมือนั่นล่ะครับ อลิน... คุณจะอธิบายว่ามันเกิดจากจินตนาการด้วยหรือเปล่า?”
หญิงสาวรีบดึงแขนเสื้อลงปิดบังรอยช้ำที่เขียวคล้ำเป็นปื้น เธอเผลอถอยห่างจากเขาโดยสัญชาตญาณ ความทรงจำเมื่อคืนกลับมาฉายชัดอีกครั้ง—ไม่ใช่ภาพในฝัน แต่มันคือภาพที่เธอกำลังก้มลงมองมือที่เปื้อนคราบเหนียวสีเข้ม คราบนั้นไม่ใช่สีน้ำมัน แต่มันคือกลิ่นคาวเลือดที่ตลบอบอวลอยู่ในอากาศ
“คุณต้องการอะไรกันแน่ รณภพ?” อลินเงยหน้าขึ้นถาม แววตาของเธอสั่นระริกด้วยความโกรธที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความหวาดกลัว “คุณพยายามขุดคุ้ยอดีตของฉันไปเพื่ออะไร? เพื่อทนายอย่างคุณจะได้มีหลักฐานไปปิดคดีที่ครอบครัวคุณทำทิ้งไว้เมื่อยี่สิบปีก่อนงั้นเหรอ?”
รณภพชะงักไปเล็กน้อย มุมปากของเขากระตุกยิ้มที่ดูเย็นชา “ผมต้องการความจริง... เพราะถ้าความจริงไม่ปรากฏ คนที่ต้องรับผิดชอบต่อความตายในคืนนั้น อาจจะเป็นคุณเอง”
***
ค่ำคืนนั้น อลินขังตัวเองอยู่ในห้องนอน ความเงียบงันภายในบ้านไม่ได้ช่วยให้เธอสงบลงได้เลย ตรงกันข้าม... ความเงียบกลับกลายเป็นผืนผ้าใบชั้นดีให้ภาพเหตุการณ์ที่เธอพยายามลบเลือนกลับมาวาดลวดลายอย่างชัดเจนกว่าครั้งไหน
*เสียงฝีเท้าหนักๆ ย่ำลงบนพื้นไม้กระดานที่เก่าผุ*
เธอกำลังวิ่ง... ไม่ใช่สิ เธอไม่ได้วิ่งหนี เธอเป็นคนถือมีดเล่มนั้น... ไม่สิ! เธอเป็นคนเห็นเหตุการณ์
ภาพในฝันคราวนี้รุนแรงและดิบเถื่อนกว่าทุกครั้ง เธอเห็นชายคนหนึ่งล้มลง แผ่นหลังของเขามีรอยมีดปักอยู่ลึกจนมิดด้าม เลือดสีแดงฉานค่อยๆ ซึมเปื้อนเสื้อเชิ้ตสีขาวของเขา แสงไฟจากตะเกียงวูบไหวในความมืด อลินเห็นเงาร่างหนึ่งยืนตระหง่านอยู่เหนือศพ ร่างนั้นไม่ได้สวมหมวกคลุม แต่มันเป็นเงาที่บิดเบี้ยวผิดธรรมชาติ
“ไม่...” อลินสะดุ้งตื่นขึ้นมากลางดึก เหงื่อกาฬไหลท่วมตัวจนเสื้อนอนเปียกชื้น เธอนั่งหอบหายใจรุนแรง เสียงหัวใจเต้นโครมครามดังอยู่ในหูเหมือนกลองรบ
เธอลุกขึ้นเดินไปที่โต๊ะทำงาน ตั้งใจจะคว้าแก้วน้ำดื่ม แต่เมื่อเธอมองไปที่กระจกเงาบานใหญ่ที่ติดอยู่ผนังห้อง เธอก็ต้องกรีดร้องออกมาเบาๆ ในลำคอ
ในกระจกนั้น... เงาสะท้อนของเธอไม่ได้ยืนอยู่คนเดียว
ด้านหลังของเธอ มีเงามืดรูปร่างคล้ายชายคนหนึ่งยืนอยู่ มันไม่ได้ทำอะไร เพียงแค่ยกมือขึ้นแตะที่ไหล่ของเธอช้าๆ อลินหันขวับไปมองด้านหลังทันที ทว่าว่างเปล่า ไม่มีใครเลย... ไม่มีแม้แต่เสียงลมหายใจ
มือของเธอกำเข้าหากันแน่นจนเจ็บ เธอรีบคว้ากระดาษบันทึกที่วางอยู่ข้างๆ มาขยำทิ้ง ความโกรธแค้นที่อัดอั้นอยู่ในใจเริ่มเดือดพล่าน อดีตที่พยายามกลบฝังกำลังจะปีนขึ้นมาจากหลุมศพเพื่อทวงคืนความยุติธรรม หรือเพื่อทำลายล้างคนที่มีส่วนรู้เห็นทุกคน
เธอตัดสินใจแล้ว... ถ้าความทรงจำนี้มันคือคำสาป เธอก็จะใช้คำสาปนี้เป็นอาวุธ
ในขณะที่เธอกำลังจะเดินไปที่ประตูเพื่อออกจากห้อง สายตาเธอก็เหลือบไปเห็นบางอย่างที่วางอยู่บนพรมเช็ดเท้าหน้าห้อง เป็นซองจดหมายสีน้ำตาลที่ไม่มีชื่อผู้ส่ง หญิงสาวหยิบมันขึ้นมาเปิดออกอย่างรวดเร็ว ในนั้นมีเพียงภาพถ่ายใบเดียว...
มันเป็นภาพของรณภพที่กำลังยืนก้มลงจุมพิตมือของใครบางคนในสวนสาธารณะเมื่อหลายปีก่อน และคนที่อยู่ในภาพนั้น ไม่ใช่ใครที่ไหน... แต่เป็นตัวเธอเอง ในวัยเด็กที่มีใบหน้าเปื้อนเลือด และรอยยิ้มที่เย็นเยียบผิดมนุษย์มนา
อลินมือสั่นสะท้าน เธอหันไปมองหน้าต่างที่ปิดสนิทอีกครั้ง ก่อนจะพบข้อความเขียนด้วยหมึกสีแดงสดที่ปรากฏขึ้นบนกระจกเงาตรงหน้า ราวกับมันถูกเขียนขึ้นจากด้านนอกด้วยนิ้วมือที่เปียกชื้น
*‘ความจริงคือสิ่งเดียวที่ฆ่าแกได้... อลิน’*
ฟีนิกซ์สีทองขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านห้วงความทรงจำอันมืดมิดนี้ไปด้วยกันนะครับ
เงามายาในรอยจำ•ตอนที่ 12
ความโกรธแค้นของอดีต
ผลงานโดย ฟีนิกซ์สีทอง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ฟีนิกซ์สีทอง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงามายาในรอยจำ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!