"คุณแน่ใจหรือครับว่าการเอาตัวเข้ามาขวางหน้าตระกูลเวชการินทร์ คือการตัดสินใจที่ชาญฉลาดที่สุดสำหรับนักเขียนไส้แห้งอย่างคุณ"
เสียงทุ้มต่ำที่แฝงไปด้วยความเย็นเยียบดังขึ้นภายในห้องทำงานส่วนตัวของอลิน เธอไม่ได้เงยหน้ามองผู้บุกรุกทันที แต่กลับจดจ่ออยู่กับปลายนิ้วที่สั่นเทาขณะจรดปากกาลงบนสมุดบันทึกที่เต็มไปด้วยร่องรอยของการขีดฆ่า กลิ่นน้ำหอมราคาแพงระคายจมูกอบอวลไปทั่วห้อง ราวกับไอระเหยของพิษที่ค่อยๆ ซึมเข้าสู่ผิวหนัง
อลินวางปากกาลงช้าๆ ก่อนจะค่อยๆ หันเก้าอี้กลับมาเผชิญหน้ากับชายวัยกลางคนในชุดสูทสั่งตัดเนี้ยบกริบ ชายผู้นี้คือเงาของอำนาจที่เธอพยายามหลบหลีกมาตลอดชีวิต
"คำถามของผมไม่ได้ต้องการคำตอบเชิงปรัชญาหรอกนะอลิน ผมแค่ต้องการให้คุณรู้ว่า 'รอยจำ' ที่คุณพยายามขุดคุ้ยขึ้นมานั้น มันอาจจะกลายเป็นหลุมฝังศพของตัวคุณเอง" ชายคนนั้นเหยียดยิ้มที่มุมปาก สายตาคมกริบกวาดมองไปรอบห้องราวกับกำลังประเมินราคาชีวิตของคนตรงหน้า
อลินสูดลมหายใจลึก พยายามสะกดกลั้นความหวาดหวั่นที่เกาะกุมก้อนเนื้อในอก เธอไม่ตอบโต้ด้วยอารมณ์ แต่เลือกที่จะจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่นั้น "การที่คุณต้องลงทุนมาถึงที่นี่ด้วยตัวเอง แสดงว่าสิ่งที่ฉันพบในบันทึกของพ่อ มันคงสร้างความสั่นสะเทือนให้พวกคุณไม่น้อยเลยสินะครับ"
ชายคนนั้นหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความขบขัน "สั่นสะเทือนหรือ? ไม่เลย... มันเป็นเพียงเศษผงที่น่ารำคาญที่ต้องกำจัดทิ้งเสียก่อนที่จะทำให้เครื่องจักรที่ยิ่งใหญ่เกิดความเสียหาย"
ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าหนักๆ ของชายฉกรรจ์อีกสองคนที่ยืนคุมเชิงอยู่หน้าประตูห้องทำงานก็ดังขึ้นพร้อมกับการขยับตัวเข้าใกล้มากขึ้น อลินรู้ดีว่านี่ไม่ใช่คำขู่ธรรมดา แต่คือการประกาศสงครามอย่างเปิดเผย
"รณภพอยู่ที่ไหน" อลินเอ่ยถามพลางขยับมือไปที่ลิ้นชักโต๊ะอย่างเชื่องช้า
"ทนายความของคุณน่ะหรือ?" ชายคนนั้นเดินไปหยุดที่โต๊ะทำงานของเธอ ใช้ปลายนิ้วเคาะลงบนแผ่นกระดาษที่มีแผนผังที่ดินมรดก "เขาเองก็กำลังยุ่งอยู่กับการเอาตัวรอดจากการถูกตั้งข้อหาฉ้อโกงที่พวกเราหยิบยื่นให้ คุณคงไม่คิดหรอกนะว่าเขาจะกลับมาช่วยคุณได้ทันเวลาในเมื่อตอนนี้เขากำลังจมอยู่ในกองเอกสารมัดตัวที่เตรียมไว้ให้เขาโดยเฉพาะ"
ความเย็นวาบวิ่งผ่านสันหลังของอลิน เธอรู้ดีว่ารณภพเป็นคนรอบคอบเพียงใด แต่หากตระกูลเวชการินทร์ลงมือเอง นั่นหมายความว่าเกมนี้ถูกวางหมากมาอย่างรัดกุมจนไม่มีทางหนี
"คุณไม่มีสิทธิ์ทำแบบนั้น" อลินเค้นเสียงลอดไรฟัน
"สิทธิ์งั้นหรือ? อลิน... ในโลกใบนี้ อำนาจไม่ได้มาพร้อมกับสิทธิ์ แต่มันมาพร้อมกับความสามารถที่จะเขียนประวัติศาสตร์ขึ้นใหม่ต่างหาก" เขาก้มลงมากระซิบข้างหูเธอ กลิ่นอายของความตายคละคลุ้ง "คืนนี้ อย่าได้หลับตาลงเด็ดขาด เพราะความทรงจำที่หายไปของคุณ กำลังจะถูกบังคับให้กลับมาในแบบที่คุณไม่อาจยอมรับได้"
เขาสะบัดตัวหันหลังเดินออกจากห้องไป ทิ้งไว้เพียงความเงียบงันที่บีบคั้นหัวใจ อลินรีบเปิดลิ้นชักหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา หวังจะกดหาเบอร์ของรณภพ แต่หน้าจอกลับปรากฏเพียงข้อความสั้นๆ ที่ส่งเข้ามาในวินาทีนั้น
*‘อย่ากลับบ้าน ประตูหลังมีคนรออยู่ อย่าเชื่อใครแม้แต่เงาของตัวเอง’*
มือของเธอสั่นระริกเมื่ออ่านจบ ในจังหวะที่หัวใจเต้นโครมคราม เธอได้ยินเสียงฝีเท้าแผ่วเบาที่ระเบียงด้านนอกห้องนอน เสียงกระจกหน้าต่างถูกกรีดด้วยมีดตัดกระจกเบาๆ จนกลายเป็นช่องโหว่ อลินกลั้นหายใจ เธอหยิบมีดพกที่ซ่อนไว้ใต้โต๊ะขึ้นมา สองตาจับจ้องไปที่เงาดำที่ค่อยๆ แทรกตัวผ่านบานหน้าต่างเข้ามาอย่างเงียบเชียบ
ทว่า เมื่อเงานั้นก้าวเข้ามาในแสงไฟที่สลัวราง อลินกลับต้องชะงักงันจนลมหายใจแทบขาดห้วง เมื่อใบหน้าที่ปรากฏใต้หมวกไอ้โม่งนั้น... คือใบหน้าที่เธอคุ้นเคยดีที่สุดในความทรงจำที่หายไป!
รอยแผลเป็นรูปพระจันทร์เสี้ยวที่หัวไหล่ของชายผู้นั้น คือหลักฐานเดียวที่ยืนยันว่า... คนที่ถูกส่งมาฆ่าเธอ คือคนคนเดียวกันกับคนที่เคยสัญญากับเธอในอดีตว่าจะปกป้องเธอด้วยชีวิต
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านหน้ากระดาษแห่งความลับนี้ด้วยกันนะครับ - ฟีนิกซ์สีทอง
เงามายาในรอยจำ•ตอนที่ 27
ศัตรูเปิดหน้า
ผลงานโดย ฟีนิกซ์สีทอง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ฟีนิกซ์สีทอง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงามายาในรอยจำ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!