“ลุงไม่ได้โกหกผมใช่ไหมครับ”
รณภพเอ่ยขึ้น น้ำเสียงราบเรียบดุจผิวน้ำที่ไร้กระแสลม แต่ดวงตาคมกริบของเขากำลังจ้องทะลุเข้าไปในแววตาของชายชราตรงหน้า ราวกับจะเค้นหาความจริงที่ถูกซ่อนไว้ใต้รอยเหี่ยวย่นเหล่านั้น
บรรยากาศในห้องรับแขกที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายของหนังสือเก่าและฝุ่นละอองดูจะบีบคั้นขึ้นทันตา ‘คุณลุงวิวัฒน์’ เพื่อนเก่าแก่ของพ่อแม่ของอลินไม่ได้ตอบทันที เขาเพียงแต่มองออกไปนอกหน้าต่างที่ม่านปิดสนิท มือที่ถือแก้วน้ำชาสั่นเทานิดๆ จนน้ำในแก้วกระเพื่อมไหว
อลินนั่งนิ่งอยู่ข้างรณภพ หัวใจของเธอเต้นระรัวราวกับกลองรบ เธอสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายของ ‘คำโกหก’ ที่อบอวลอยู่ในอากาศ มันไม่ใช่กลิ่นสาบของความเก่าแก่ แต่เป็นกลิ่นของความหวาดกลัวที่ถูกฉาบไว้ด้วยความใจดี
“ผมถามว่า... วันนั้นที่พ่อแม่ผมหายไป คุณลุงรู้อะไรบ้าง” อลินพยายามบังคับเสียงไม่ให้สั่น เธอจ้องมองมือที่กุมแน่นของชายชรา “ลุงบอกว่าลุงจำไม่ได้ แต่มือของลุง... กำลังกุมจี้สร้อยรูปนกฟีนิกซ์ที่พ่อเคยให้ลุงไว้แน่นเชียวครับ”
คุณลุงวิวัฒน์ชะงัก สายตาที่เคยดูเลื่อนลอยกลับมาคมชัดขึ้นอย่างประหลาด เขาค่อยๆ วางแก้วชาลงบนโต๊ะไม้สัก ส่งเสียงดัง ‘กริ๊ก’ ที่ฟังดูเยือกเย็นเกินกว่าเหตุ
“บางเรื่อง... การลืมไปเลยอาจเป็นความเมตตาที่สุดที่พวกเธอจะได้รับนะ อลิน” เสียงของชายชราแหบพร่า “ความจริงมักมีราคาที่ต้องจ่าย และฉันก็ไม่คิดว่าเธอจะพร้อมจ่ายมันในตอนนี้”
“เราไม่ได้มาที่นี่เพื่อฟังคำเตือนเรื่องโชคชะตาครับ” รณภพแทรกขึ้น เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เงาของเขาทอดลงบนใบหน้าของชายชรา “เรามาเพื่อหาว่าเกิดอะไรขึ้นกับมรดกที่ถูกทิ้งไว้ และทำไมชื่อของลุงถึงอยู่ในบันทึกการโอนที่ดินฉบับสุดท้าย... ฉบับที่แม่ของอลินไม่เคยเซ็นชื่อ”
คุณลุงวิวัฒน์หัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่แฝงไปด้วยความเวทนา เขาหยิบจี้สร้อยนกฟีนิกซ์ขึ้นมาพินิจด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความหลัง ก่อนจะโยนมันลงบนโต๊ะกลาง เสียงโลหะกระทบไม้ดังก้องในความเงียบ
“ฉันไม่รู้เรื่องที่ดินนั่น และฉันก็ไม่รู้อะไรทั้งนั้นเกี่ยวกับคืนนั้น” ชายชรากล่าวพลางลุกขึ้นเดินไปที่ตู้หนังสือเก่า “พวกเธอกลับไปเถอะ ก่อนที่เงาที่พวกเธอพยายามขุดคุ้ย จะหันกลับมากลืนกินพวกเธอแทน”
อลินรู้สึกได้ถึงไอเย็นที่วิ่งผ่านสันหลัง เธอสังเกตเห็นบางอย่าง... บนสันหนังสือเล่มหนาที่ถูกดึงออกมาครึ่งหนึ่งโดยบังเอิญในขณะที่ชายชรากำลังจะเดินเลี่ยงไป มันมีรอยคราบหมึกสีน้ำเงินที่ยังดูสดใหม่ ราวกับเพิ่งถูกแต้มไว้เมื่อไม่กี่นาทีนี้เอง
“รณภพ...” อลินกระซิบเบาๆ พร้อมกับสะกิดแขนทนายหนุ่ม
รณภพหันมามองเธอ สบตากันเพียงเสี้ยววินาทีเขาก็เข้าใจความนัยนั้น เขาแสร้งทำเป็นถอนหายใจและหยิบเอกสารขึ้นมา “ถ้าลุงยืนยันแบบนั้น เราก็คงไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากจะแจ้งความดำเนินคดีเรื่องเอกสารปลอมแปลงตามที่ทนายเราเตรียมไว้”
เขาหมุนตัวทำท่าจะเดินออกไป แต่ในจังหวะที่เดินผ่านชั้นหนังสือ รณภพกลับแกล้งทำแฟ้มเอกสารหล่นลงพื้นเพื่อให้ความสนใจของคุณลุงวิวัฒน์พุ่งไปที่จุดนั้น ในวินาทีที่ชายชราหันกลับมาด้วยความตกใจ อลินตัดสินใจคว้าหนังสือเล่มที่ค้างอยู่บนชั้นมาไว้ในมือ
“เรากลับกันเถอะครับ” รณภพกล่าวด้วยน้ำเสียงที่ผ่อนคลายลง
ทั้งสองก้าวออกจากบ้านไม้หลังเก่าท่ามกลางความมืดมิดของยามพลบค่ำ อลินกำหนังสือเล่มนั้นไว้แน่น หัวใจของเธอเต้นแทบไม่เป็นจังหวะ เมื่อขึ้นมาบนรถได้สำเร็จ เธอก็รีบเปิดหนังสือเล่มนั้นออกทันที
กระดาษสีเหลืองกรอบร่วงหล่นลงมาบนตัก มันไม่ใช่หนังสือ แต่มันคือสมุดบันทึกที่ถูกซ่อนไว้ในสันปกที่ทำขึ้นมาใหม่ อลินไล่สายตาอ่านข้อความในหน้าสุดท้ายด้วยมือที่สั่นเทา ก่อนที่ดวงตาของเธอจะเบิกกว้างด้วยความตกใจสุดขีด
ที่ใต้บรรทัดสุดท้ายของบันทึก มีลายมือที่คุ้นเคย... เป็นลายมือของแม่เธอที่เขียนด้วยหมึกสีแดงสดราวกับรอยเลือด พร้อมกับวันเวลาที่ระบุไว้ คือวันเดียวกันกับวันที่อลินเชื่อว่าพ่อแม่ของเธอเสียชีวิตจากอุบัติเหตุ แต่ในบันทึกกลับเขียนไว้เพียงประโยคสั้นๆ ว่า...
*“อย่าเชื่อคำโกหกของคนที่ถือสร้อยนกฟีนิกซ์... เพราะคนที่ฆ่าพวกเรา ไม่ใช่คนแปลกหน้า แต่เป็นคนที่ยืนอยู่ข้างหลังลูกมาโดยตลอด”*
ก่อนที่อลินจะทันได้ตั้งตัว ประตูด้านข้างคนขับก็ถูกกระชากเปิดออกอย่างแรง พร้อมกับกระบอกปืนสีดำสนิทที่จ่อเข้าที่ขมับของรณภพ และใบหน้าของคนที่ก้าวเข้ามาในรถ ก็คือชายที่อลินคิดว่าตายไปแล้วตั้งแต่สิบปีที่แล้ว... พ่อของเธอเอง
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านปมปริศนาในบทนี้ไปพร้อมกับผมนะครับ - ฟีนิกซ์สีทอง
เงามายาในรอยจำ•ตอนที่ 17
กลิ่นอายของคำโกหก
ผลงานโดย ฟีนิกซ์สีทอง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ฟีนิกซ์สีทอง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงามายาในรอยจำ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!