เงามายาในรอยจำ•ตอนที่ 18

รอยนิ้วมือบนปกหนังสือ

ผลงานโดย ฟีนิกซ์สีทอง
“คุณกำลังบอกว่า... ข้อมูลพวกนี้คือสิ่งที่คุณพยายามปกปิดมาตลอดสามปีงั้นหรือครับ คุณรณภพ?” อลินวางแฟ้มเอกสารลงบนโต๊ะไม้สักหนักอึ้ง เสียงกระดาษกระทบพื้นผิวไม้ดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันในห้องทำงานส่วนตัวของรณภพ กลิ่นกระดาษเก่าผสมกับกลิ่นน้ำมันหอมระเหยจางๆ ทำให้บรรยากาศดูหนักอึ้งราวกับอากาศกำลังจะกลายเป็นของเหลว รณภพไม่ได้เงยหน้ามองคู่สนทนาทันที เขายังคงจ้องมองเปลวไฟที่เต้นระบำอยู่ในเตาผิงจำลอง สายตาของทนายหนุ่มดูว่างเปล่าและลึกซึ้งเกินกว่าที่ใครจะคาดเดา เขาค่อยๆ หมุนแหวนเงินที่นิ้วนางข้างซ้ายอย่างเชื่องช้า ก่อนจะหันกลับมาสบตาอลินด้วยแววตาที่สงบนิ่งจนน่าใจหาย “ความจริงไม่ใช่สิ่งที่จะหยิบฉวยมาวางบนโต๊ะได้ง่ายๆ นะครับคุณอลิน โดยเฉพาะเมื่อความจริงนั้นมีราคาที่ต้องจ่ายด้วยลมหายใจ” รณภพตอบเสียงเรียบ แต่แฝงด้วยความกดดันที่ทำให้อลินรู้สึกเหมือนถูกบีบที่ขั้วหัวใจ “ผมปกป้องคุณมานานเกินกว่าจะให้คุณมาพังทุกอย่างเพียงเพราะความอยากรู้อยากเห็นในเศษเสี้ยวของความทรงจำที่แตกสลาย” อลินแค่นยิ้ม มือของเธอสั่นเทาเล็กน้อยขณะเอื้อมไปหยิบหนังสือนิยายปกแข็งเล่มเก่าที่เธอเพิ่งค้นพบในตู้เซฟลับของบิดาผู้ล่วงลับ มันเป็นหนังสือเล่มเดียวที่อยู่ในสภาพสมบูรณ์ที่สุดท่ามกลางกองเอกสารที่ผุพัง “ราคาของลมหายใจงั้นหรือครับ? ถ้าอย่างนั้นคุณคงต้องอธิบายให้ผมฟังว่า ทำไมบนหน้าปกของนิยายเล่มนี้ ถึงมีรอยนิ้วมือเปื้อนคราบหมึกสีชาดที่แห้งกรังมานานนับสิบปี... และที่สำคัญที่สุด ทำไมรอยนิ้วมือนี้ ถึงมีตำแหน่งของรอยบากที่นิ้วชี้เหมือนกับ... ตราประทับของตระกูลอัครเดโชชัยที่คุณรับใช้มาตลอด” ความเงียบเข้าปกคลุมห้องทำงานอีกครั้ง รณภพชะงักไปครู่หนึ่ง กรามของเขาขบเข้าหากันจนเป็นสันนูน ชัดเจนว่าเขากำลังประเมินสถานการณ์อย่างหนัก “คุณเห็นมันแล้วสินะ” รณภพถอนหายใจยาว ก่อนจะลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เงาของเขาทอดยาวพาดผ่านร่างของอลิน “รอยนิ้วมือนั้นไม่ใช่ของผม แต่มันคือหลักฐานที่ชี้ชัดว่าในคืนที่คุณสูญเสียความทรงจำ ใครบางคนในตระกูลนั้นไม่ได้แค่ยืนดู... แต่พวกเขาคือคนลงมือเขียนชะตากรรมลงในหนังสือเล่มนี้ด้วยมือตัวเอง” อลินเลื่อนปลายนิ้วผ่านรอยเปื้อนสีเข้มบนปกหนังสืออย่างแผ่วเบา สัมผัสที่เย็นเยียบผ่านปลายนิ้วไปถึงกระดูก เธอพยายามนึกย้อนกลับไป แต่ภาพที่ปรากฏกลับเป็นเพียงความมืดมิดและเสียงกรีดร้องที่ไกลออกไปเหมือนอยู่คนละฟากฝั่งของมหาสมุทร “รอยนิ้วมือนี้เชื่อมโยงกับใครในตระกูลอัครเดโชชัย? อย่าบอกผมนะว่านั่นคือคนเดียวกับที่ส่งเงินมาให้ผมในทุกๆ เดือนโดยไม่ระบุชื่อ” “ถ้าผมบอกคุณตอนนี้ คุณจะไม่มีวันได้เห็นตะวันขึ้นในวันพรุ่งนี้” รณภพเดินเข้ามาใกล้ ลดเสียงลงจนเหลือเพียงเสียงกระซิบที่หนักแน่น “คุณต้องเข้าใจว่าเกมนี้ไม่ใช่แค่เรื่องของมรดก แต่มันคือการแลกเปลี่ยนด้วยเลือด หากคุณต้องการความทรงจำที่หายไป คุณต้องยอมรับความจริงที่ว่า คุณอาจจะเป็นคนเดียวที่ถือครองกุญแจดอกสุดท้ายที่พวกเขาทั้งตระกูลต้องการจะทำลายทิ้ง” อลินเงยหน้าขึ้น สบตาชายหนุ่มอย่างท้าทาย “ผมไม่เคยกลัวความตายเท่ากับกลัวการเป็นคนแปลกหน้าในชีวิตของตัวเองหรอกครับคุณรณภพ” รณภพมองลึกเข้าไปในดวงตาของอลิน เขาพบความมุ่งมั่นที่น่าสะพรึงกลัว ทนายหนุ่มตัดสินใจหยิบกุญแจดอกเล็กๆ ออกมาจากช่องลับในลิ้นชักโต๊ะ ก่อนจะวางมันลงบนปกหนังสือทับรอยนิ้วมือนั้น “งั้นก็ฟังให้ดี... กุญแจดอกนี้ไม่ได้เปิดแค่ตู้เซฟที่บ้านของคุณ แต่มันจะเปิดประตูห้องใต้ดินในคฤหาสน์หลังเก่าของตระกูลอัครเดโชชัย ที่นั่นมีสมุดบันทึกที่ระบุชื่อของเจ้าของรอยนิ้วมือนี้ไว้อย่างชัดเจน” ทว่า ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าที่หนักแน่นและเป็นจังหวะก็ดังขึ้นจากหน้าประตูห้องทำงาน เสียงเคาะประตูสามครั้งที่ฟังดูเหมือนคำประกาศิตดังขึ้นตามมา ก่อนที่บานประตูจะเปิดออกโดยไม่รอคำอนุญาต ชายชราในชุดสูทสีเข้ม ใบหน้าเรียบเฉยไร้อารมณ์ก้าวเข้ามาพร้อมกับบอดี้การ์ดอีกสองคนที่ยืนคุมเชิงอยู่ด้านหลัง อลินชะงักกึก หัวใจเต้นรัวแรงจนแทบหลุดออกมาจากอก เมื่อเขาคนนั้นคือ 'ท่านเจ้าสัวพงศ์พัฒน์' ผู้นำตระกูลอัครเดโชชัยที่เขาคิดว่าน่าจะอยู่ต่างประเทศในเวลานี้ “รอยนิ้วมือบนปกหนังสือเล่มนั้น... มันเป็นของหลานชายผม ที่เสียชีวิตไปเมื่อสิบปีก่อน” ท่านเจ้าสัวกล่าวด้วยน้ำเสียงนิ่งสนิท ก่อนจะหันมามองอลินด้วยสายตาที่ทำให้เขารู้สึกเหมือนถูกแช่แข็ง “คุณอลิน... คุณไม่ควรดึงอดีตที่ฝังกลบไว้ขึ้นมาให้มันเสียเวลาเลยนะครับ เพราะบางที... ความทรงจำที่คุณอยากได้คืน อาจเป็นสิ่งเดียวที่จะทำให้คุณไม่มีวันได้กลับบ้านอีกเลย” เงาดำจากบอดี้การ์ดทาบลงบนร่างของอลินในขณะที่รณภพก้าวมาบังหน้าเขาไว้ แต่คำพูดประโยคสุดท้ายของเจ้าสัวพงศ์พัฒน์ทำให้โลกของอลินหยุดหมุน “อีกอย่าง... คุณแน่ใจแล้วเหรอว่าในคืนนั้น คุณเป็นเหยื่อ... หรือคุณคือคนกุมมีดเล่มนั้นกันแน่?” ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านปมปริศนาในบทนี้ไปพร้อมกับผมนะครับ - ฟีนิกซ์สีทอง
สารจากนักเขียน (ฟีนิกซ์สีทอง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงามายาในรอยจำ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%