“วางปืนลงเดี๋ยวนี้รณภพ! คุณกำลังทำให้ทุกอย่างเลวร้ายกว่าเดิม”
เสียงของอลินสั่นพร่าท่ามกลางเสียงฟ้าร้องที่คำรามก้องอยู่เหนือหลังคาบ้านพักตากอากาศ แรงลมพายุพัดกระแทกบานหน้าต่างจนสั่นสะเทือนราวกับจะแตกกระจาย รณภพไม่ได้หันมามอง เขาเพียงแต่ยืนนิ่งอยู่หน้าบานประตูไม้โอ๊คที่ถูกล็อคไว้อย่างแน่นหนา มือขวาของเขากระชับปืนพกกระบอกสีเงินมั่น แม้จะอยู่ในสถานการณ์หน้าสิ่วหน้าขวาน แต่แผ่นหลังของทนายหนุ่มกลับดูเยือกเย็นจนน่าใจหาย
“คุณไม่เข้าใจ อลิน” เขาเอ่ยเสียงเรียบ ทว่าแฝงไปด้วยความกดดัน “สิ่งที่อยู่หลังบานประตูนี้ ไม่ใช่แค่คน มันคือคำตอบที่ทำลายครอบครัวคุณมาทั้งชีวิต และถ้าเราไม่จัดการตอนนี้... เราจะไม่มีวันได้โอกาสที่สองอีกแล้ว”
เสียงฝีเท้าหนักๆ หลายคู่ดังขึ้นจากทางเดินภายนอก ไม่ใช่เสียงของคนที่มาเยือนตามปกติ แต่มันคือเสียงรองเท้าคอมแบทที่กระทบพื้นไม้ด้วยจังหวะที่ผ่านการฝึกฝนมาอย่างดี พวกมันไม่ได้มาเพื่อขอเข้าพบ พวกมันมาเพื่อล่า
*ปัง!*
เสียงปืนดังสนั่นทำลายความเงียบในโถงทางเดิน ไม้กระดานบริเวณบานพับประตูแหลกละเอียดเป็นเสี่ยงๆ อลินสะดุ้งสุดตัว กลิ่นดินปืนฉุนกึกอบอวลไปทั่วอากาศ เธอรีบคว้าแจกันเซรามิกใกล้มือไว้แน่น แม้หัวใจจะเต้นรัวจนแทบจะหลุดออกมานอกอก แต่นัยน์ตาของเธอยังคงจับจ้องไปที่ชายหนุ่มตรงหน้าอย่างไม่กะพริบ
“คุณซ่อนอะไรไว้กันแน่? รณภพ!” เธอตะโกนแข่งกับเสียงพายุที่โหมกระหน่ำหนักขึ้นกว่าเดิม
รณภพหันมามองเธอชั่วครู่ แววตาของเขาซับซ้อนเกินกว่าจะอ่านออก มันมีทั้งความเจ็บปวด ความกังวล และความมุ่งมั่นที่น่าสะพรึงกลัว “ผมซ่อนความตายไว้เพื่อปกป้องคุณ แต่ดูเหมือนความตายจะไม่อยากถูกซ่อนอีกต่อไปแล้ว”
ทันใดนั้น บานหน้าต่างห้องนั่งเล่นก็แตกกระจายพร้อมกับร่างของชายชุดดำสองคนที่กระโจนเข้ามาผ่านเศษกระจก ร่างกายของพวกเขาสวมเสื้อเกราะกันกระสุนและมีอุปกรณ์สื่อสารแนบอยู่ที่ลำคอ ทั้งสองไม่พูดพร่ำทำเพลง พุ่งตรงมายังตำแหน่งที่อลินยืนอยู่ทันที
รณภพตัดสินใจในเสี้ยววินาที เขาถีบเก้าอี้ไม้ตัวหนักเข้าใส่หนึ่งในผู้บุกรุก ก่อนจะหันมาคว้าตัวอลินแล้วเหวี่ยงให้เธอหลบไปหลังโซฟาตัวหนา “หมอบลง! อย่าส่งเสียงเด็ดขาด!”
การต่อสู้เกิดขึ้นอย่างดุเดือดในห้องโถงที่มืดมิด มีเพียงแสงฟ้าแลบที่วาบผ่านเข้ามาเป็นระยะ อลินขดตัวสั่นเทาอยู่หลังโซฟา เธอเห็นรณภพใช้ทักษะการต่อสู้ที่เธอไม่เคยรู้มาก่อนว่าเขามี จัดการกับผู้บุกรุกด้วยความแม่นยำและไร้ความปราณี แต่ถึงกระนั้น ฝ่ายตรงข้ามก็มีจำนวนมากกว่าที่คาดไว้
ท่ามกลางความโกลาหล อลินสังเกตเห็นสัญลักษณ์แปลกประหลาดที่รอยสักบนข้อมือของชายชุดดำคนหนึ่ง—มันเป็นรูปนกฟีนิกซ์ที่ถูกพันธนาการด้วยโซ่ตรวน... สัญลักษณ์เดียวกับที่อยู่ในสมุดบันทึกเก่าเก็บของแม่เธอ สมุดที่เธอพยายามตามหามาตลอดสิบปี!
หัวใจของเธอเต้นกระหน่ำ ความทรงจำเลือนรางในวัยเด็กฉายชัดขึ้นมาในหัว—ภาพของห้องใต้ดินที่เต็มไปด้วยเอกสารลับ กลิ่นเลือดที่คละคลุ้ง และเสียงกระซิบที่บอกให้เธอ ‘ลืมทุกอย่างไปเสีย’
“รณภพ!” เธอร้องเรียก เมื่อเห็นว่ารณภพเริ่มเสียเปรียบจากการถูกรุมล้อม
ทนายหนุ่มถูกกระแทกจนกระเด็นไปชนชั้นหนังสือ เล่มหนังสือร่วงหล่นลงมาทับถมตัวเขา รณภพไอออกมาเป็นเลือด สายตาเขามองไปที่อลินด้วยความสับสน เขากำลังเลือกระหว่างการเปิดเผยความลับทั้งหมดที่อาจทำให้อลินต้องแตกสลาย หรือการยอมตายไปพร้อมกับมัน
ทว่า ก่อนที่ชายชุดดำคนนั้นจะเหนี่ยวไกใส่รณภพที่ไร้ทางสู้ ประตูด้านหลังของบ้านพักกลับเปิดออกอย่างช้าๆ
บรรยากาศในห้องเย็นยะเยือกขึ้นอย่างฉับพลัน ความเงียบเข้าปกคลุมแทนที่เสียงพายุที่ดูเหมือนจะหยุดนิ่งไปชั่วขณะ ร่างเงาสูงโปร่งร่างหนึ่งก้าวเข้ามาท่ามกลางความมืดมิด แสงฟ้าแลบครั้งสุดท้ายเผยให้เห็นใบหน้าของผู้มาใหม่—ใบหน้าที่อลินคุ้นเคยดีกว่าใครในโลก
ชายคนนั้นสวมเสื้อโค้ทสีดำสนิท ดวงตาคมกริบจ้องมองตรงมาที่อลิน พร้อมกับรอยยิ้มที่ทำให้เลือดในกายเธอเย็นเฉียบ
“พ่อ...” อลินพึมพำ น้ำเสียงขาดห้วงและสั่นสะท้าน “พ่อตายไปแล้ว... ตั้งแต่สิบปีก่อน...”
ชายคนนั้นหยุดยืนอยู่ข้างผู้บุกรุก ก่อนจะค่อยๆ ถอดถุงมือหนังออกเผยให้เห็นนิ้วมือที่เต็มไปด้วยแผลเป็น เขามองดูรณภพที่พยายามยันกายลุกขึ้น แล้วหันมาสบตากับอลินด้วยแววตาที่ว่างเปล่าราวกับคนแปลกหน้า “ความทรงจำที่เธอพยายามรื้อฟื้นน่ะอลิน... มันคือคำสาปที่เธอไม่มีวันหนีพ้น”
เขาก้าวเข้ามาหาเธอพร้อมกับควักเครื่องบันทึกเสียงขนาดเล็กออกมาวางบนโต๊ะไม้ใกล้ๆ “ลองฟังนี่สิ แล้วเธอจะรู้ว่าคืนนั้นที่บ้านหลังนี้จริงๆ แล้วเกิดอะไรขึ้น ใครกันแน่ที่ฆ่าแม่ของเธอ”
อลินมองเครื่องบันทึกเสียงนั้นด้วยความรู้สึกที่พร่าเลือน โลกทั้งใบของเธอพังทลายลงในพริบตา เมื่อรณภพที่นั่งพิงชั้นหนังสือกลับแค่นหัวเราะออกมาอย่างขมขื่น
“ไม่ต้องฟังมันหรอกอลิน...” รณภพเอ่ยด้วยเสียงที่แหบแห้ง แต่ทว่ามั่นคง “เพราะคนที่บงการพวกมันทั้งหมด... ไม่ใช่พ่อคุณ แต่คือคนที่ยืนอยู่ข้างหลังคุณตั้งแต่แรกต่างหาก”
อลินตัวแข็งทื่อ ความเย็นเฉียบแล่นปราดไปตามสันหลัง เมื่อสัมผัสได้ถึงปลายกระบอกปืนเย็นจัดที่จ่ออยู่ตรงท้ายทอยของเธอเบาๆ... เสียงกระซิบที่คุ้นเคยดังขึ้นจากด้านหลัง พร้อมกับกลิ่นน้ำหอมที่เธอได้รับมาเป็นของขวัญเมื่อเช้านี้เอง
“ขอโทษนะอลิน... แต่ความลับนี้ มันมีไว้สำหรับคนที่มีลมหายใจเท่านั้น”
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านคืนพายุคลั่งและเผชิญหน้ากับความจริงที่แสนโหดร้ายในบทนี้ไปพร้อมกับผมนะครับ - ฟีนิกซ์สีทอง
เงามายาในรอยจำ•ตอนที่ 19
คืนพายุคลั่ง
ผลงานโดย ฟีนิกซ์สีทอง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ฟีนิกซ์สีทอง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงามายาในรอยจำ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!