“ถ้าคุณก้าวออกไปจากประตูบานนั้น ผมรับรองได้เลยว่าสิ่งที่รอคุณอยู่ข้างนอก จะไม่มีคำว่าปรานีหลงเหลืออยู่เลยแม้แต่นิดเดียว”
เสียงทุ้มต่ำของรณภพดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันในห้องทำงานที่อบอวลไปด้วยกลิ่นกระดาษเก่าและควันจางๆ จากน้ำมันหอมระเหย เขาไม่ได้เงยหน้ามองอลินที่ยืนนิ่งอยู่หน้าบานประตูไม้สัก แต่นิ้วเรียวยาวของเขาที่เคาะลงบนโต๊ะไม้เป็นจังหวะเชื่องช้านั้น กลับสั่นประสาทมากกว่าคำขู่ใดๆ
อลินกระชับโทรศัพท์มือถือในมือแน่น หน้าจอที่เพิ่งดับลงยังคงทิ้งร่องรอยของข้อความปริศนา ‘ความจริงที่คุณตามหา ซ่อนอยู่ในที่ที่ถูกลืม... พบกันที่โกดังร้างท้ายเขตอุตสาหกรรมเก่า เที่ยงคืนนี้ อย่าให้ใครรู้’ ตัวอักษรดิจิทัลพวกนั้นดูเหมือนจะกรีดลึกเข้าไปในความทรงจำที่หายไปของเธอเสียเหลือเกิน
“คุณรู้ใช่ไหมรณภพ ว่าทำไมผมถึงต้องไป” อลินหันกลับมาหาเขา นัยน์ตาของเธอฉายแววแน่วแน่จนชายหนุ่มต้องชะงักมือที่เคาะโต๊ะ
“เพราะคุณคิดว่านั่นคือจิ๊กซอว์ตัวสุดท้ายที่ขาดหายไปใช่ไหมล่ะ” รณภพเงยหน้าขึ้น ดวงตาคู่คมจ้องลึกเข้ามาในดวงตาของเธอ “แต่คุณลืมไปหรือเปล่าอลิน ว่าบางครั้งจิ๊กซอว์ที่ดูเหมือนจะขาดไป แท้จริงแล้วมันถูกจงใจซ่อนไว้เพื่อให้คนงมงายอย่างคุณ เดินเข้าไปติดกับดักในหลุมที่คนอื่นขุดไว้”
“แล้วคุณล่ะ?” อลินถามสวนกลับทันควัน “ถ้าคุณบอกว่ามันคือกับดัก ทำไมคุณไม่ห้ามผมให้หนักกว่านี้ หรือว่าคุณเองก็มีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ด้วย?”
รณภพแค่นยิ้ม ยิ้มที่ดูว่างเปล่าและเต็มไปด้วยความนัย เขาค่อยๆ ลุกขึ้นจากเก้าอี้ก้าวเดินผ่านเงาสลัวของห้องมาหยุดอยู่เบื้องหน้าเธอ กลิ่นอายของความเย็นชาและอำนาจแผ่ออกมาจากตัวเขาจนหญิงสาวต้องเผลอถอยหลังหนึ่งก้าว “ผมเกี่ยวข้องหรือเปล่าไม่สำคัญหรอกครับ สิ่งสำคัญคือคุณพร้อมจะสูญเสีย ‘ตัวตน’ ของคุณไปอีกครั้งเพื่อแลกกับความจริงที่อาจจะไม่มีอยู่จริงหรือเปล่าต่างหาก”
เขาปล่อยให้ประโยคนั้นแขวนลอยอยู่ในอากาศ ก่อนจะเดินเลี่ยงไปที่หน้าต่าง บานหน้าต่างถูกเปิดออกทิ้งไว้เพียงสายลมที่พัดเอาความเย็นเยียบเข้ามาปะทะใบหน้า อลินไม่รอฟังคำตอบอีกต่อไป เธอรู้ดีว่าคำถามของรณภพไม่ได้ต้องการคำตอบ แต่เป็นเพียงการทดสอบความอดทนของเธอเท่านั้น เธอหมุนตัวเปิดประตูบานนั้นออกไป ทิ้งให้ทนายหนุ่มยืนอยู่กับความมืดมิดในห้องเพียงลำพัง
แสงไฟริมทางที่กะพริบถี่ๆ ตามรายทางนอกเขตเมืองดูราวกับดวงตาของสัตว์ร้ายที่คอยจ้องมองผู้บุกรุก อลินขับรถมาตามพิกัดที่ระบุไว้ในข้อความ เส้นทางที่คุ้นเคยกลับดูแปลกตาเมื่อเข้าสู่โซนอุตสาหกรรมร้าง สิ่งปลูกสร้างที่เคยรุ่งเรืองในอดีตบัดนี้เหลือเพียงโครงเหล็กขึ้นสนิมและเศษซากคอนกรีตที่ผุพัง
เธอจอดรถลงในระยะห่างพอสมควร ก่อนจะก้าวเท้าลงสู่ความเงียบเชียบ เสียงรองเท้ากระทบพื้นดินทรายดังสะท้อนก้องในความเวิ้งว้าง หัวใจของเธอกำลังเต้นรัวราวกับกลองรบ ไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เป็นเพราะ ‘ความรู้สึก’ บางอย่างที่สั่นไหวอยู่ลึกๆ ในหัวใจ ความรู้สึกที่บอกว่าที่นี่... คือจุดเริ่มต้นของฝันร้ายที่เธอเคยทำหล่นหาย
“มาตรงเวลาดีนี่ครับ”
เสียงหนึ่งดังขึ้นจากเงามืดด้านหลัง อลินหมุนตัวกลับทันที แสงไฟฉายจากโทรศัพท์ส่องไปที่ต้นเสียง ปรากฏร่างสูงโปร่งของชายในชุดโค้ทสีดำสนิท ใบหน้าของเขาถูกบดบังด้วยหมวกปีกกว้าง แต่เข็มกลัดรูปนกฟีนิกซ์ที่ติดอยู่บนปกเสื้อนั้นกลับเปล่งประกายล้อกับแสงไฟจนน่าประหลาดใจ
“คุณเป็นใคร และต้องการอะไรจากฉัน” อลินพยายามคุมน้ำเสียงให้มั่นคงที่สุดเท่าที่จะทำได้ แม้เหงื่อเย็นจะเริ่มซึมตามไรผม
ชายปริศนาหัวเราะในลำคอเบาๆ เสียงนั้นฟังดูแหบพร่าและคุ้นหูอย่างประหลาด “คำถามที่ควรถามไม่ใช่ ‘ใคร’ แต่ควรเป็น ‘ทำไม’ ทำไมเด็กหญิงคนหนึ่งในวันนั้น ถึงได้รับอนุญาตให้รอดชีวิตออกมา ในขณะที่คนอื่นๆ ต้องจมลงไปกับกองเพลิงของความลับที่ตระกูลของคุณสร้างไว้”
คำพูดนั้นราวกับมีดที่กรีดแทงลงบนแผลเป็นในใจ อลินมือสั่นเทาขณะที่พยายามก้าวเข้าไปหา “คุณรู้เรื่องนั้นได้ยังไง? คุณเป็นคนในเหตุการณ์งั้นเหรอ!”
ชายคนนั้นขยับตัวก้าวออกมาจากเงามืด เผยให้เห็นรอยแผลเป็นที่พาดผ่านใบหน้าซีกซ้ายอย่างน่าสะพรึงกลัว เขาไม่ได้ตอบคำถาม แต่กลับโยนแฟ้มเอกสารสีน้ำตาลเก่าคร่ำครึมาที่เท้าของเธอ “เปิดดูสิครับ แล้วคุณจะรู้ว่าชื่อ ‘อลิน’ ที่คุณใช้มาตลอดชีวิต ไม่ใช่ชื่อที่แท้จริงของคุณตั้งแต่แรก...”
อลินทรุดตัวลงหยิบแฟ้มนั้นขึ้นมาด้วยมือที่สั่นระริก เธอสูดหายใจลึกก่อนจะเปิดหน้าแรกของเอกสารที่มีรูปถ่ายเก่าแก่ใบหนึ่งแนบอยู่ และทันทีที่สายตาจับจ้องไปที่รูปนั้น โลกทั้งใบของเธอก็ดูเหมือนจะหยุดหมุนไปชั่วขณะ
ในรูปนั้นไม่ใช่เด็กหญิงที่เธอจินตนาการถึง แต่มันคือรูปถ่ายของคนสองคน—ผู้หญิงในรูปมีใบหน้าเหมือนเธออย่างไม่มีผิดเพี้ยน หากแต่ในมือของหญิงสาวคนนั้นกลับกุมมือของชายอีกคนหนึ่งไว้แน่น... และชายคนนั้นก็คือ ‘รณภพ’ ในวัยหนุ่มที่มีแววตาเหี้ยมเกรียมผิดกับที่เธอรู้จัก!
ก่อนที่เธอจะทันได้ตั้งตัว เสียงปืนหนึ่งนัดดังสนั่นขึ้นจากทิศทางที่เธอก้าวเข้ามา ชายตรงหน้าล้มฟุบลงไปกองกับพื้นทันทีพร้อมกับรอยยิ้มเยาะเย้ยที่ยังติดค้างอยู่บนใบหน้า และเมื่ออลินหันกลับไปมองตามทิศทางเสียงปืน เธอก็พบเงาร่างของคนที่เธอไว้ใจที่สุด ยืนถือปืนที่ยังมีควันจางๆ ลอยออกมาจากปลายกระบอก พร้อมกับมองมาที่เธอด้วยสายตาที่อ่านไม่ออกเลยแม้แต่น้อย
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านความสับสนวุ่นวายในหน้ากระดาษแห่งความลับนี้ไปกับผมนะครับ - ฟีนิกซ์สีทอง
เงามายาในรอยจำ•ตอนที่ 30
เบาะแสจากศัตรู
ผลงานโดย ฟีนิกซ์สีทอง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ฟีนิกซ์สีทอง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงามายาในรอยจำ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!