“อย่าขยับ!”
เสียงของรณภพแผดก้องท่ามกลางความเงียบงันของหุบเขาเบื้องหลังคฤหาสน์ร้าง มันไม่ใช่คำสั่งที่อ่อนโยน แต่มันคือเสียงคำรามที่ปนไปด้วยความตื่นตระหนกที่เขาไม่เคยเผยให้เห็นมาก่อน
อลินหยุดกึกทันที ปลายเท้าของเธอห่างจากแผ่นดินที่ดูปกติธรรมดาเพียงไม่กี่เซนติเมตร แต่ภายใต้ผืนดินที่ปกคลุมด้วยใบไม้แห้งกรังนั้น อลินเห็นบางอย่างที่ผิดปกติ เส้นลวดสปริงขดตัวสะท้อนแสงจันทร์วับวาวแฝงตัวอยู่ใต้เถ้าถ่าน
“ถอยหลังออกไปช้าๆ อลิน” รณภพพูดลอดไรฟัน สายตาของเขาจับจ้องไปยังจุดนั้นราวกับจะคว้านหาทางรอดให้เธอ “ทีละก้าว... ห้ามใช้ส้นเท้าลงน้ำหนักเด็ดขาด”
หัวใจของอลินเต้นรัวจนแทบจะทะลุออกมานอกอก ความเงียบของป่าในยามค่ำคืนไม่ได้สงบอย่างที่ควรจะเป็น มันกลับเต็มไปด้วยเสียงหริ่งเรไรที่ดูเหมือนจะหยุดกึกไปในจังหวะที่เธอพลาดก้าวลงไปบนกับดักนี้ กลิ่นดินชื้นและกลิ่นสนิมเหล็กโชยมาแตะจมูก มันคือกลิ่นของความตายที่เธอคุ้นเคยอย่างประหลาดในฝันร้ายที่ตามหลอกหลอนมาตลอดหลายปี
“รณภพ... คุณรู้ใช่ไหมว่านี่คืออะไร?” เธอถาม เสียงของเธอสั่นเครือแต่ยังคงความเยือกเย็นไว้ได้ เธอเห็นดวงตาของเขาเปลี่ยนไป มันไม่ใช่ความตกใจธรรมดา แต่มันคือความรู้สึกผิดที่ท่วมท้น
“ผมรู้...” เขาตอบพลางย่างสามขุมเข้ามาใกล้ เธอเห็นมือของเขาที่กำแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน “นี่ไม่ใช่กับดักสัตว์ มันคือกลไกของคนที่มีเจตนาจะปิดปากใครบางคน... คนที่รู้มากเกินไปจนไม่อาจปล่อยให้มีลมหายใจ”
ทันใดนั้น เสียงกิ่งไม้หักดังขึ้นจากเงามืดเบื้องหลังพุ่มไม้หนาทึบ รณภพชะงัก สายตาคมกริบดุจเหยี่ยวของเขาตวัดไปมองทิศทางนั้นทันที อลินไม่ได้หันไปมอง เธอรู้ดีว่าในหุบเขาแห่งนี้มีเพียงเธอกับเขา... หรือนั่นคือสิ่งที่เธอเคยคิด
“คุณไม่ได้มาที่นี่คนเดียวใช่ไหม?” อลินถาม สายตาจับจ้องที่ใบหน้าของรณภพเพื่อหาคำตอบ
รณภพเงียบงันไปชั่วอึดใจ ก่อนจะแค่นยิ้มที่ดูขื่นขมที่สุดเท่าที่เธอเคยเห็น “โลกนี้ไม่มีที่ว่างสำหรับความบังเอิญหรอกอลิน โดยเฉพาะในตระกูลของคุณ”
ในวินาทีที่เขากำลังจะพูดต่อ พื้นดินใต้เท้าของอลินก็เริ่มทรุดตัวลงอย่างรวดเร็ว แรงเหวี่ยงจากการทรุดตัวทำให้เธอเสียการทรงตัว ร่างของเธอเซถลาไปข้างหน้าอย่างควบคุมไม่ได้ ในขณะที่รณภพพุ่งตัวเข้ามาคว้าข้อมือเธอไว้ด้วยพละกำลังทั้งหมดที่มี
แรงกระชากนั้นรุนแรงจนหัวไหล่เธอเกือบหลุด แต่สิ่งที่น่ากลัวกว่าคือเสียง ‘คลิก’ ที่ดังก้องกังวานราวกับเสียงมัจจุราชเคาะประตูห้องขัง กลไกใต้ดินที่ถูกฝังไว้ทำงานทันที!
“หมอบลง!” รณภพตะโกนพร้อมกับรวบตัวเธอลงไปกองกับพื้นดินทันทีที่แรงระเบิดจากกับดักแรงดันอากาศและเศษเหล็กแหลมคมพุ่งทะลุขึ้นมาเหนือหัวของพวกเขาไปเพียงไม่กี่คืบ เสียงโลหะปะทะกับต้นไม้ใหญ่ข้างๆ ดังสนั่นหวั่นไหว เศษฝุ่นและใบไม้ร่วงหล่นลงมาปกคลุมร่างของทั้งคู่ราวกับผ้าห่อศพ
ความมืดมิดเข้าครอบงำชั่วขณะ หูของอลินอื้ออึงไปหมด เธอได้ยินเพียงเสียงลมหายใจหอบถี่ของรณภพที่แนบชิดอยู่ข้างหู
“ผมจะไม่ให้คุณเป็นอะไรไป” เขาพึมพำ น้ำเสียงนั้นเจือไปด้วยความเจ็บปวดที่ซ่อนไม่มิด
อลินค่อยๆ พยุงตัวขึ้นนั่ง ท่ามกลางหมอกจางๆ ที่ลอยต่ำ เธอหันไปมองยังจุดที่กับดักเพิ่งทำงานไปเมื่อครู่ มันไม่ใช่แค่หลุมพราง แต่มันคือโครงสร้างเหล็กซับซ้อนที่ออกแบบมาเพื่อฉีกกระชากทุกอย่างที่แตะต้องมัน และที่น่าสยดสยองยิ่งกว่าคือสัญลักษณ์ที่สลักไว้บนแท่งเหล็กสีดำสนิทนั้น... ตราประจำตระกูลของเธอเอง
อลินนิ่งค้างไป ความทรงจำที่เธอพยายามลบเลือนกลับพุ่งเข้ามาดุจคลื่นยักษ์ ตรานี้... เธอเคยเห็นมันในห้องลับที่บ้านพ่อเมื่อตอนเจ็ดขวบ
“ทำไมถึงเป็นตราของพ่อฉัน?” เธอถาม เสียงแหบพร่า “รณภพ... บอกความจริงมา พ่อของฉันเป็นคนวางกับดักพวกนี้ไว้เพื่อฆ่าใคร... หรือเพื่อฆ่าฉันกันแน่?”
รณภพไม่ได้ตอบในทันที เขาค่อยๆ ลุกขึ้นยืน ปัดเศษดินออกจากเสื้อสูทราคาแพงที่ตอนนี้ขาดวิ่นไปทั่ว แต่สายตาของเขากลับเปลี่ยนไปจากความกังวลกลายเป็นความเย็นชาที่เธอไม่เคยรู้จักมาก่อน เขาล้วงกระเป๋าเสื้อหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา แล้วกดบันทึกเสียงบางอย่างที่เขากำลังพูดกับใครบางคนที่ปลายสาย
“เหยื่อติดกับแล้ว แต่ยังไม่ตาย” รณภพพูดด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบไร้ความรู้สึก ราวกับเขากำลังรายงานผลการทดลองทางวิทยาศาสตร์ “ควรจัดการให้จบเลยไหมครับ... หรือจะปล่อยให้เธอได้เห็น ‘ความจริง’ ในห้องใต้ดินก่อนดี?”
อลินถอยหลังกรูดทันที ความไว้วางใจที่เธอเคยมีให้เขาพังทลายลงในพริบตา เธอไม่ได้หนีจากกับดักในหุบเขาเพื่อไปพบทางรอด แต่นี่คือกับดักที่เขาวางไว้ตั้งแต่วันแรกที่เขาก้าวเข้ามาในชีวิตของเธอ
“คุณหลอกฉัน...” เธอเค้นคำพูดออกมา
รณภพเก็บโทรศัพท์เข้าที่ เขามองเธอด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความสงสารอย่างน่าประหลาด “ความทรงจำที่หายไปของคุณไม่ใช่เรื่องบังเอิญหรอกอลิน... และคนที่พาคุณมาที่นี่ไม่ใช่ผม แต่เป็นคนที่คุณไว้ใจมากที่สุดในชีวิต”
ก่อนที่อลินจะทันได้เอ่ยถามอะไร เสียงฝีเท้าของใครบางคนก้าวออกมาจากเงามืดของแมกไม้ เสียงรองเท้าหนังกระทบพื้นดินดังเป็นจังหวะที่แสนคุ้นเคย... จังหวะการเดินที่เธอจำได้แม่นยำว่าเป็นของใคร
เงาร่างที่ค่อยๆ ปรากฏตัวขึ้นภายใต้แสงจันทร์ทำให้ลมหายใจของอลินแทบหยุดเต้น
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านความสับสนวุ่นวายในหน้ากระดาษแห่งความลับนี้ไปกับผมนะครับ - ฟีนิกซ์สีทอง
เงามายาในรอยจำ•ตอนที่ 31
กับดักในหุบเขา
ผลงานโดย ฟีนิกซ์สีทอง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ฟีนิกซ์สีทอง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงามายาในรอยจำ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!