เงามายาในรอยจำ•ตอนที่ 32

รณภพที่เปลี่ยนไป

ผลงานโดย ฟีนิกซ์สีทอง
"คุณกำลังโกหกผม... หรือกำลังโกหกตัวเองกันแน่ครับ รณภพ?" คำถามนั้นดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันในห้องทำงานส่วนตัวของทนายหนุ่ม อลินวางแก้วน้ำที่ยังไม่ทันได้จิบลงบนโต๊ะไม้โอ๊กแน่นหนา เสียงกระทบของแก้วกับเนื้อไม้ดังชัดเจนจนน่าใจหาย รณภพที่กำลังง่วนอยู่กับการจัดเรียงแฟ้มเอกสารตรงหน้าชะงักมือไปครู่หนึ่ง ก่อนจะค่อยๆ เงยหน้าขึ้นมองหญิงสาวด้วยสายตาที่เรียบนิ่งจนน่ากลัว เขาไม่ได้ตอบทันที เขากลับปล่อยให้ความเงียบทำหน้าที่ของมัน รณภพค่อยๆ ถอดแว่นสายตาออกแล้ววางลงข้างแฟ้มเอกสาร ก่อนจะเอนหลังพิงพนักเก้าอี้หนังสีเข้ม แสงไฟจากโคมไฟตั้งโต๊ะส่องให้เห็นเพียงครึ่งซีกของใบหน้าที่ดูอ่อนล้า แต่ดวงตานั้นยังคงฉายแววคมกริบดุจเดิม "ความจริงมักมีหลายด้านเสมอครับอลิน บางครั้งสิ่งที่ตาเห็น... ก็ไม่ได้หมายความว่ามันคือความจริงทั้งหมดที่คุณควรได้รับรู้ในตอนนี้" น้ำเสียงของเขาทุ้มต่ำและราบเรียบเกินไป มันไม่ใช่โทนเสียงปกติที่เขาใช้คุยกับเธอ แต่มันเป็นน้ำเสียงที่ถูกจัดวางมาอย่างดีเพื่อใช้ปกป้องบางสิ่งที่อยู่เบื้องหลัง อลินขมวดคิ้วแน่น ความรู้สึกสังหรณ์ใจบางอย่างก่อตัวขึ้นในอก เธอจำได้ว่ารณภพคนเดิมที่เธอรู้จักมักจะมีรอยยิ้มบางๆ ที่มุมปากเสมอเมื่อเธอตั้งคำถามที่ซับซ้อน แต่ทว่าวันนี้... แววตาของเขาว่างเปล่าราวกับทุ่งหญ้าที่ถูกไฟไหม้เหลือเพียงตอไม้ที่ไร้ชีวิต "คุณเปลี่ยนไปตั้งแต่วันที่ไปพบกับบุคคลปริศนาคนนั้น" อลินขยับตัวเข้าใกล้โต๊ะมากขึ้น กลิ่นอายของเอกสารเก่าๆ และกลิ่นบุหรี่จางๆ ที่เธอมักจะได้กลิ่นจากตัวเขาเสมอ บัดนี้กลับถูกแทนที่ด้วยกลิ่นน้ำหอมฉุนกึกที่เธอไม่คุ้นเคย "มือของคุณสั่นตอนที่หยิบปากกาเมื่อครู่นี้ และคุณพยายามเลี่ยงที่จะสบตาผม... คุณกำลังกลัวอะไรครับรณภพ?" รณภพแค่นหัวเราะออกมาเบาๆ เสียงหัวเราะที่ฟังดูเย็นชาจนอลินรู้สึกเสียวสันหลัง เขาขยับตัวลุกขึ้นยืนเต็มความสูง พลางเดินอ้อมโต๊ะทำงานมาช้าๆ ท่าทางการเดินของเขามั่นคง แต่มีบางอย่างที่ดูผิดจังหวะ ราวกับเขากำลังบังคับกล้ามเนื้อทุกส่วนให้ขยับไปตามกรอบที่เขาสร้างขึ้นมาใหม่ "คนเราต้องมีการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอครับอลิน" เขาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าเธอ ระยะห่างไม่ถึงคืบทำให้อลินสัมผัสได้ถึงไอเย็นที่แผ่ออกมาจากตัวเขา "โลกข้างนอกนั่นไม่ได้ใจดีเหมือนในนิยายที่คุณเขียน ความลับที่เกี่ยวกับที่ดินมรดกของครอบครัวคุณ... มันไม่ใช่แค่เรื่องของกฎหมาย แต่มันคือเรื่องของลมหายใจที่เหลืออยู่" "คุณขู่ผมหรือครับ?" อลินเงยหน้าสบตาเขา แววตาของเธอแข็งกร้าวขึ้น แม้ลึกๆ ในใจจะสั่นไหว แต่สัญชาตญาณนักเขียนช่างสังเกตบอกให้เธอรู้ว่า รณภพตรงหน้ากำลังเล่นละครบทใหญ่ "ผมเพียงแค่เตือน" รณภพโน้มตัวลงมา ใบหน้าของเขาห่างจากเธอเพียงไม่กี่นิ้ว จนเธอเห็นริ้วรอยจางๆ รอบดวงตาที่ดูจะเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา "และขอบอกคุณไว้ตรงนี้... อย่าได้พยายามขุดคุ้ยเรื่องความทรงจำในวัยเด็กของคุณอีกเลยครับ เพราะถ้าความจริงนั้นปรากฏออกมา... คนที่จะแตกสลายอาจจะไม่ใช่แค่คุณ แต่มันคือทุกอย่างที่คุณเชื่อมั่นมาตลอดชีวิต" เขายื่นมือมาเกลี่ยปอยผมที่ตกลงมาปรกหน้าผากเธอ สัมผัสที่ปลายนิ้วเย็นเยียบจนอลินสะดุ้งเล็กน้อย เธออยากจะปัดมือนั้นออก แต่อีกใจหนึ่งกลับต้องการไขว่คว้าเพื่อยืนยันว่าคนตรงหน้าคือคนเดียวกับที่เคยปกป้องเธอมาตลอดหลายปี "รณภพ... ถ้าคุณยังเป็นคุณคนเดิม ได้โปรดบอกผมมาเถอะครับ เราผ่านอะไรมาด้วยกันตั้งมากมาย" น้ำเสียงของอลินเริ่มสั่นเครือ ความเปราะบางที่เธอพยายามซ่อนไว้ถูกกระชากออกมาโดยไม่ตั้งใจ ทว่าทันใดนั้น รณภพก็ชักมือกลับอย่างรวดเร็วราวกับถูกไฟลวก แววตาที่เคยว่างเปล่าพลันเปลี่ยนเป็นความเศร้าสร้อยที่ล้ำลึกเพียงชั่ววินาที ก่อนจะกลับมาแข็งทื่อดังเดิม เขาหมุนตัวกลับไปยังโต๊ะทำงานแล้วหยิบแฟ้มเอกสารแฟ้มหนึ่งโยนลงบนโต๊ะเบื้องหน้าเธออย่างแรง "อ่านซะ" เขาออกคำสั่งด้วยน้ำเสียงราบเรียบ "นั่นคือพินัยกรรมฉบับที่แท้จริง และมันจะบอกคุณเองว่าทำไมผมถึงต้องเป็นคนที่คอยคัดค้านคุณมาตลอด" อลินมือสั่นขณะเอื้อมไปเปิดแฟ้มนั้น สิ่งที่ปรากฏอยู่เบื้องหน้าไม่ใช่เอกสารทางกฎหมายอย่างที่เธอคาดคิด แต่มันคือรูปถ่ายใบเก่าที่ใบหน้าของคนในรูปถูกขีดฆ่าด้วยปากกาสีแดงสดจนมองไม่เห็นเค้าโครงเดิม และเหนือรูปถ่ายนั้น มีรอยจารึกด้วยลายมือที่คุ้นตาของใครบางคน อลินเบิกตากว้าง ลมหายใจสะดุดกึกเมื่อเห็นชื่อของตัวเองที่ถูกเขียนไว้ใต้รูปถ่ายนั้นด้วยน้ำหมึกสีแดงฉาน พร้อมกับข้อความสั้นๆ ที่ทำให้หัวใจของเธอแทบหยุดเต้น 'อย่าเชื่อสิ่งที่เห็น เพราะคนที่คุณไว้ใจที่สุด... คือคนที่ฆ่าคุณตั้งแต่วันที่คุณจำอะไรไม่ได้' อลินเงยหน้าขึ้นหวังจะถามความกระจ่าง แต่เธอกลับพบว่าห้องทำงานว่างเปล่า รณภพหายไปแล้ว ทิ้งไว้เพียงเสียงเคาะประตูดังขึ้นจากทางด้านหลัง เป็นจังหวะที่หนักแน่นและเชื่องช้า... ก่อนที่ประตูจะถูกเปิดออกโดยใครบางคนที่เธอคาดไม่ถึงที่สุด ร่างของชายวัยกลางคนที่เธอคิดว่าเสียชีวิตไปแล้วเมื่อยี่สิบปีก่อน ก้าวเข้ามาในห้องพร้อมกับรอยยิ้มที่บิดเบี้ยว รณภพไม่ได้หายไปไหน เขายืนอยู่ที่มุมมืดของห้องข้างๆ ชายคนนั้น พร้อมกับส่งปืนในมือให้ด้วยความนิ่งเฉย ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านความสับสนวุ่นวายในหน้ากระดาษแห่งความลับนี้ไปกับผมนะครับ - ฟีนิกซ์สีทอง
สารจากนักเขียน (ฟีนิกซ์สีทอง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงามายาในรอยจำ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%