“อย่าหันหลังกลับมา ไม่ว่าคุณจะได้ยินเสียงใครเรียกชื่อคุณก็ตาม”
คำเตือนนั้นยังคงดังก้องอยู่ในมโนภาพของอลินราวกับแผ่นเสียงที่ตกร่อง เธอขดตัวอยู่บนเตียงไม้โอ๊กเก่าแก่ในห้องนอนชั้นสอง ฝ่ามือชื้นเหงื่อกำผ้าห่มแน่นจนข้อนิ้วขาวซีด รอบกายมีเพียงความมืดมิดที่หนาหนักและกลิ่นอับของไม้เก่าที่อบอวลไปทั่วบริเวณ กระดาษโน้ตแผ่นนั้นที่เธอพบในห้องใต้ดินเมื่อคืนยังคงวางอยู่บนโต๊ะข้างเตียง ประโยคที่เขียนด้วยลายมือหวัดๆ ราวกับถูกใครบางคนบังคับให้เขียนด้วยความหวาดกลัวขั้นสุด
อลินกลืนน้ำลายลงคอที่แห้งผาก พยายามบังคับลมหายใจให้เป็นจังหวะ แต่ทว่า... ความเงียบในคฤหาสน์หลังนี้นั้นไม่ได้เงียบสนิทอย่างที่ควรจะเป็น
*ครืด... ครืด...*
มันเป็นเสียงลากวัตถุหนักๆ ไปบนพื้นไม้เนื้อแข็ง เสียงนั้นแผ่วเบาแต่กังวานลึกเข้ามาถึงโสตประสาท มันดังมาจากผนังด้านหลังหัวเตียง อลินค่อยๆ ขยับกายลุกขึ้นนั่งอย่างเชื่องช้า สายตาจ้องเขม็งไปยังวอลเปเปอร์ลายดอกกุหลาบที่เริ่มหลุดลอกตามกาลเวลา หัวใจของเธอเต้นรัวจนรู้สึกเจ็บที่หน้าอก
“ใครน่ะ?” เธอถามออกไป เสียงของเธอสั่นพร่าและเบาหวิว ราวกับเกรงว่าหากส่งเสียงดังเกินไป สิ่งที่ซ่อนตัวอยู่อาจจะรู้ตัว
ไม่มีเสียงตอบรับ... แต่เสียงขูดขีดนั้นกลับเปลี่ยนจังหวะ มันเปลี่ยนเป็นการเคาะเป็นจังหวะที่ฟังดูเหมือนรหัสมอร์ส หรือไม่ก็... เสียงเล็บที่พยายามจะกะเทาะเนื้อไม้เพื่อเจาะผ่านออกมาจากช่องว่างระหว่างผนัง
*ตึก... ตึก... อลิน...*
เสียงนั้นไม่ได้มาจากผนังอีกแล้ว แต่มันกระซิบอยู่ข้างหูเธอ ราวกับมีใครสักคนก้มลงมากระซิบที่ต้นคอของเธอจริงๆ อลินสะดุ้งสุดตัว เธอถอยกรูดไปจนชิดปลายเตียง แผ่นหลังปะทะกับเสาเตียงจนเกิดเสียงดังสนั่น แต่ในห้องนั้นไม่มีใครเลย ไม่มีแม้แต่เงาของใครคนอื่น นอกจากความว่างเปล่าที่ดูเหมือนจะมีชีวิต
เธอรีบคว้าโทรศัพท์มือถือขึ้นมา หน้าจอแสดงชื่อผู้ติดต่อที่เธอเพิ่งคุยด้วยเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อน ‘รณภพ’ เธอลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะกดโทรออก เสียงสัญญาณดังเพียงครั้งเดียวเขาก็รับสายทันที
“คุณรณภพ...” เธอเรียกชื่อเขาด้วยน้ำเสียงที่พยายามควบคุมไม่ให้ร้องไห้
“อลิน? คุณเกิดอะไรขึ้น?” ปลายสายถามกลับด้วยน้ำเสียงที่จริงจังและเฉียบคม รณภพไม่ได้ถามไถ่ตามมารยาท แต่เขารู้สึกได้ถึงความผิดปกติผ่านน้ำเสียงของเธอ
“ฉัน... ฉันได้ยินเสียง” เธอหันไปมองผนังห้องที่บัดนี้กลับมาเงียบสนิทเหมือนเดิม “มันเหมือนเสียงคนเรียกชื่อฉัน... จากในผนัง คุณบอกฉันมาเดี๋ยวนี้ว่าบ้านหลังนี้มันมีอะไรกันแน่ ทำไมคุณถึงให้ฉันมาอยู่ที่นี่?”
รณภพเงียบไปอึดใจหนึ่ง เสียงถอนหายใจยาวๆ ของเขาเล็ดลอดเข้ามาในสาย “คุณอลิน ฟังผมนะครับ... ปิดไฟในห้องนั้นซะ แล้วอย่ามองไปที่กระจกเงาเด็ดขาด ไม่ว่าคุณจะเห็นใครสะท้อนอยู่ในนั้นก็ตาม”
“คุณหมายความว่ายังไง!” อลินตวาดใส่โทรศัพท์ “คุณรู้อะไรมาตั้งแต่แรกใช่ไหม เรื่องความทรงจำที่หายไปของฉัน เรื่องที่ดินมรดกผืนนี้!”
“ผมจะรีบไปหาคุณที่นั่นภายในสิบนาที” รณภพตอบด้วยน้ำเสียงที่เคร่งขรึมกว่าเดิม “และจำคำผมไว้ให้ดี อลิน... อย่าไว้ใจเสียงของคนที่คุณคิดว่าคุณรู้จักดีที่สุด เพราะในที่แบบนั้น ‘ความจริง’ มักจะมีรูปร่างหน้าตาเหมือน ‘คนที่คุณรัก’ เสมอ”
สายถูกตัดไป อลินทิ้งตัวลงนั่งบนพื้นห้อง มือไม้สั่นเทาจนโทรศัพท์แทบร่วงหลุดจากมือ ทันใดนั้น แสงไฟในห้องก็กะพริบถี่ๆ ก่อนจะดับวูบลงเหลือเพียงความมืดสนิท เธอรีบหยิบไฟฉายจากหัวเตียงขึ้นมาส่องไปรอบห้อง แสงสีขาวนวลกวาดผ่านมุมห้องไปจนหยุดลงที่หน้าต่างบานใหญ่
เงาร่างหนึ่งยืนตระหง่านอยู่นอกหน้าต่าง... อลินหยุดหายใจ ร่างนั้นสวมชุดสูทสีเข้มคุ้นตา ผิวพรรณซีดเผือดจนเกือบโปร่งแสง ใบหน้าของบุคคลนั้นก้มต่ำมองลงไปที่พื้นดิน แต่เมื่อร่างนั้นค่อยๆ เงยหน้าขึ้นมา อลินก็แทบจะกรีดร้องออกมาด้วยความตกใจ
นั่นคือรณภพ... แต่เขากำลังยืนอยู่ข้างนอกหน้าต่างห้องนอนชั้นสอง!
เขาเงยหน้าขึ้นมองเธอ ดวงตาของเขาเรียบเฉยและว่างเปล่าเหมือนดวงตาของตุ๊กตาที่ไร้จิตวิญญาณ รณภพในชุดสูทสีเข้มยกนิ้วชี้ขึ้นแตะริมฝีปากเป็นเชิงให้เงียบ ในขณะที่โทรศัพท์ในมือของอลินสั่นสะเทือนอีกครั้ง รณภพยังคงยืนนิ่งอยู่นอกหน้าต่าง แต่ในมือของเขากลับมีโทรศัพท์มือถือที่สว่างจ้าขึ้นมา
หน้าจอมือถือของเธอปรากฏข้อความจาก ‘รณภพ’ ว่า: *“ผมถึงหน้าบ้านคุณแล้ว แต่อย่าเพิ่งลงไปเปิดประตู... เพราะคนที่ยืนอยู่ข้างนอกนั่น ไม่ใช่ผม”*
อลินหันกลับไปมองหน้าต่างอีกครั้งด้วยความหวาดกลัวสุดขีด ร่างที่ยืนอยู่นอกหน้าต่างบัดนี้เริ่มเคาะกระจกเบาๆ... *ตึก... ตึก...* จังหวะเดียวกับเสียงที่เธอได้ยินในผนังเมื่อครู่ ร่างนั้นแสยะยิ้มกว้างจนเห็นถึงโคนฟัน ก่อนจะค่อยๆ ละลายหายไปกับความมืดราวกับหมึกที่ถูกหยดลงในน้ำ
ทว่า สิ่งที่ทิ้งไว้บนกระจกหน้าต่างกลับทำให้เลือดในกายของเธอเย็นเฉียบ มันไม่ใช่หยดน้ำค้าง แต่มันคือตัวอักษรที่เขียนด้วยรอยเลือดสดๆ ว่า... *“จำฉันไม่ได้จริงๆ เหรอ... น้องสาว?”*
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับความลึกลับของเงามายานี้ด้วยกันนะครับ ฟีนิกซ์สีทองครับ
เงามายาในรอยจำ•ตอนที่ 3
เสียงกระซิบจากผนัง
ผลงานโดย ฟีนิกซ์สีทอง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ฟีนิกซ์สีทอง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงามายาในรอยจำ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!