“อย่าแตะมัน... อลิน”
น้ำเสียงทุ้มต่ำของรณภพดังขึ้นจากเงามืดด้านหลัง แต่มันสายเกินไป ปลายนิ้วของผมสั่นระริกขณะสัมผัสเข้ากับสันสมุดปกหนังสีดำสนิทที่วางนิ่งอยู่บนพื้นไม้ปาร์เกต์ที่เย็นเยียบ ความรู้สึกแรกที่สัมผัสได้คือความสากของรอยแผลที่ถูกกรีดด้วยของมีคม มันไม่ใช่แค่กระดาษที่ขาด แต่มันเหมือนรอยแผลเป็นที่ยังคงสดใหม่และพร้อมจะฉีกกระชากความทรงจำของใครก็ตามที่กล้าเปิดมันออก
ผมไม่หันไปมองรณภพ สมาธิทั้งหมดถูกดึงดูดเข้าสู่ลายมือหวัดแกมบรรจงที่ปรากฏอยู่บนหน้ากระดาษที่รอดพ้นจากรอยกรีด มันเป็นลายมือที่ผมคุ้นตาอย่างประหลาด ราวกับเป็นส่วนหนึ่งของรหัสพันธุกรรมที่ฝังลึกอยู่ในสมองซีกที่พยายามลืมเลือนไปตลอดกาล
*‘13 พฤศจิกายน... คืนที่ดวงจันทร์กลายเป็นสีเลือด ไม่ใช่เพราะปรากฏการณ์ทางดาราศาสตร์ แต่มันคือสีของสิ่งที่หลั่งรินลงบนผืนหญ้าหน้าคฤหาสน์ ทุกอย่างเงียบงันเกินกว่าจะเป็นเรื่องจริง กระทั่งเสียงฝีเท้าของเขาดังขึ้น... ใครคนหนึ่งที่ผมไม่ควรจะรู้จัก’*
ลมหายใจของผมติดขัด อลินพยายามควบคุมสติไม่ให้สั่นไหว แต่หัวใจกลับเต้นรัวราวกับกลองรบที่กำลังประกาศศึกกับความทรงจำที่หายไป รณภพก้าวเข้ามาใกล้ กลิ่นบุหรี่จางๆ ของเขาผสมกับกลิ่นหนังสือเก่าทำให้บรรยากาศในห้องอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก
“คุณรู้ใช่ไหมว่าข้างในนี้เขียนว่าอะไร?” ผมเค้นเสียงถาม ทั้งที่สายตายังคงจ้องอยู่กับบรรทัดถัดไป ‘พวกเขาไม่ได้จากไปไหน... พวกเขากำลังเฝ้ามองจากใต้รอยแยกของเงา’
รณภพไม่ได้ตอบทันที เขาเพียงแต่ยืนนิ่งอยู่ข้างหลัง มองเงาสะท้อนของเราสองคนในกระจกเงาบานใหญ่ที่ตั้งอยู่สุดโถงทางเดิน แววตาของเขาสะท้อนความเหนื่อยล้าที่ซ่อนอยู่ภายใต้หน้ากากของทนายความผู้สุขุม
“สมุดเล่มนั้นถูกพบในที่เกิดเหตุเมื่อยี่สิบปีก่อน” เขาเว้นจังหวะ พลางขยับตัวเข้ามาใกล้จนผมสัมผัสได้ถึงไอความร้อนจากร่างกายเขา “ตำรวจสรุปว่าเป็นบันทึกของคนเสียสติ แต่พ่อของคุณ... ยืนยันว่ามันคือคำสารภาพ”
“คำสารภาพของใคร?” ผมเงยหน้าขึ้นสบตาเขาผ่านกระจก แววตาของรณภพวูบไหวเพียงชั่วครู่ก่อนจะกลับมาแข็งกร้าว
“คนที่ไม่ควรมีตัวตนอยู่บนโลกนี้ตั้งแต่วันนั้น”
ผมก้มลงอ่านต่อด้วยมือที่สั่นเทา บรรทัดต่อมาของบันทึกระบุเหตุการณ์ที่ทำเอาโลกทั้งใบของผมหมุนคว้าง *‘รอยจำของอลินไม่ได้หายไป แต่มันถูกกักขังไว้ในที่ที่แสงสว่างเอื้อมไม่ถึง หากเธออ่านพบหน้านี้... จงรู้ไว้ว่ากุญแจไม่ได้อยู่ในลิ้นชักห้องทำงาน แต่มันถูกฝังอยู่ในรอยแผลที่เธอพยายามจะลืมบนไหล่ขวาของตัวเอง’*
ความเจ็บปวดแปลบแล่นปราดขึ้นมาที่หัวไหล่ขวา ผมทรุดตัวลงนั่งกับพื้น สมุดเล่มนั้นหลุดจากมือ เสียงหัวใจของผมดังสะท้อนอยู่ในความเงียบที่น่าสะพรึงกลัว รณภพรีบก้าวเข้ามาประคองไหล่ผมไว้ แรงบีบของเขาส่งผ่านความรู้สึกกังวลที่ปิดไม่มิด
“คุณเห็นอะไร?” เขากระซิบ น้ำเสียงของเขาเปลี่ยนไป มันไม่ใช่ความเยือกเย็นแบบนักกฎหมาย แต่มันคือความกลัว... ความกลัวที่เขาพยายามปิดบังมาตลอดชีวิต
ผมดึงแขนเสื้อขึ้นช้าๆ ผิวหนังที่เคยเรียบเนียนบัดนี้ปรากฏรอยแผลเป็นจางๆ ที่เป็นรูปทรงประหลาด มันไม่ใช่รอยแผลจากการอุบัติเหตุ แต่มันคือรอยแผลที่เกิดจากของมีคม กรีดเป็นตัวเลขชุดหนึ่งที่ผมไม่เคยสังเกตเห็นมาก่อน... 1-3-1-1
“รณภพ...” ผมเงยหน้าขึ้นมองเขาด้วยความสับสน “ตัวเลขพวกนี้... มันหมายความว่ายังไง?”
รณภพชะงักไป ดวงตาของเขาเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย ราวกับเพิ่งตระหนักได้ว่าเรื่องราวทั้งหมดไม่ได้หยุดอยู่แค่ในบันทึก แต่ตัวผมเองนั่นแหละคือส่วนหนึ่งของสมุดเล่มนั้น เขาเม้มปากแน่นก่อนจะโน้มใบหน้าเข้ามาใกล้จนริมฝีปากแทบจะแตะกับข้างหูของผม
“อย่าได้ลองถอดรหัสตัวเลขนั้นเด็ดขาด” เขาเตือนด้วยน้ำเสียงสั่นพร่า “เพราะวินาทีที่คุณรู้ว่ามันคืออะไร คนที่ฆ่าพ่อของคุณ... จะรู้ทันทีว่าคุณยังไม่ตาย”
ทันใดนั้น เสียงเคาะประตูบ้านดังขึ้นเบาๆ เป็นจังหวะที่ฟังดูเหมือนสัญญาณเคาะรหัสลับ... สามครั้ง สองครั้ง สี่ครั้ง เป็นจังหวะเดียวกับที่ผมอ่านเจอในหน้าแรกของบันทึกที่เพิ่งหล่นลงไป และเมื่อผมหันกลับไปมองที่ประตูไม้บานใหญ่ที่ปิดสนิท แสงไฟจากหน้าบ้านก็วูบดับลง พร้อมกับเสียงลูกบิดประตูที่ค่อยๆ หมุนช้าๆ จากฝีมือของใครบางคนที่ยืนอยู่อีกฝั่ง โดยที่รณภพชักปืนพกออกมาจากใต้สูทอย่างรวดเร็วและกระซิบคำสุดท้ายด้วยน้ำเสียงที่เย็นเยียบที่สุดเท่าที่ผมเคยได้ยินมา
“หนีไปที่ห้องใต้ดิน... อย่าหันกลับมามอง ไม่ว่าคุณจะได้ยินเสียงใครเรียกชื่อคุณก็ตาม”
ขอบคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับความลับของอลินและรณภพในตอนนี้นะครับ หวังว่าจะพบกันในตอนถัดไปนะครับ... ฟีนิกซ์สีทอง
เงามายาในรอยจำ•ตอนที่ 2
บันทึกของคนตาย
ผลงานโดย ฟีนิกซ์สีทอง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ฟีนิกซ์สีทอง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงามายาในรอยจำ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!